กองทุนเหมืองแร่

รู้จักกองทุนเหมืองแร่และโลหะ ทั้งกลุ่มโลหะมีค่าอย่างเงินและทองคำ รวมถึงกลุ่มโลหะอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก ทองแดง ถ่านหิน และแร่หายาก Rare Earth

กองทุนเหมืองทอง เหมืองเงิน แร่ Rare Earth

ดูรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติม


โลหะมีค่าถือเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอน ล่าสุด “เงิน” (Silver) กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีที่ 39.40 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ตลอดปีนี้ราคาปรับขึ้นมาแล้วกว่า 36% แซงหน้าทองคำซึ่งเพิ่มขึ้น 31% ในช่วงเดียวกัน

ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความต้องการในสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ยังสะท้อนการเก็งกำไรในโลหะที่ถูกมองว่ามีโอกาสเติบโตในยุคของพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องใช้เงินเป็นวัตถุดิบสำคัญ

ทองคำ หลักประกันในยามวิกฤต

ทอง Gold

ทองคำมักถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ที่นักลงทุนพึ่งพาในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนหรือเงินเฟ้อพุ่งสูง ด้วยประวัติที่ยาวนานหลายศตวรรษ ทองคำพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษามูลค่าได้ในระยะยาว อีกทั้งยังมีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ง่ายในตลาดทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ทองคำก็มีข้อจำกัดที่ไม่อาจมองข้ามได้ เช่น การไม่สร้างกระแสเงินสดเหมือนหุ้นหรือพันธบัตร รวมถึงราคาที่มักจะนิ่งเมื่อเศรษฐกิจดี รวมถึงมีต้นทุนในการจัดเก็บ

หุ้นเหมืองทอง โอกาสโตแรง แต่ต้องเสี่ยงมากกว่า

หุ้นเหมืองทอง

อีกทางเลือกหนึ่งน่าสนใจคือ “หุ้นเหมืองทองคำ” โดยแทนที่จะถือทองคำโดยตรง การลงทุนในหุ้นเหมืองคือการลงทุนในบริษัทที่ขุดและผลิตทอง ซึ่งมูลค่าของหุ้นเหล่านี้มักเคลื่อนไหวตามราคาทองคำ

ข้อดีของหุ้นเหมืองทองคือ มี Leverage ต่อราคาทอง เช่น หากทองคำปรับขึ้น 5% ราคาหุ้นเหมืองอาจกระโดดขึ้นถึง 10–15% นอกจากนี้ บางบริษัทในกลุ่มนี้ยังจ่ายเงินปันผล ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดควบคู่ไปกับการเติบโต

แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิต ราคาน้ำมัน การบริหารจัดการ และปัจจัยเฉพาะของกิจการ หากบริษัทขาดทุน หรือราคาทองไม่เป็นใจ หุ้นอาจปรับลดได้แรงเช่นกัน

เงิน โลหะในยุคเทคโนโลยี

เงิน Silver

เงิน (Silver) มีบทบาทมากกว่าการเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน เพราะครึ่งหนึ่งของความต้องการเงินทั่วโลกมาจากภาคอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

ด้วยเหตุนี้ ราคาของเงินจึงผันผวนมากกว่าทองคำ ซึ่งอาจมองได้ทั้งเป็นความเสี่ยงและโอกาส นักลงทุนที่รับความผันผวนได้ดี มักใช้ Silver เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรระยะสั้น ขณะที่ในช่วงเงินเฟ้อสูง เงินเคยให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าทองในบางช่วง

อย่างไรก็ตาม ความผันผวนสูงก็หมายถึงความเสี่ยงขาลงที่รุนแรง ตลาดเงินมีขนาดเล็กกว่าและสภาพคล่องน้อยกว่า อ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ และต้นทุนจัดเก็บต่อมูลค่าอาจสูงกว่าทอง

แร่หายาก Rare Earth

Source: Stanford Materials

Rare Earth ถือเป็นแร่ธาตุหายากที่กำลังมีบทบาทสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยถูกนำมาใช้งานหลัก ๆ เช่น ยานยนต์, จอภาพทางการแพย์, ส่วนประกอบของแบตเตอรี่, โรงกลั่นปิโตรเลียม และการสื่อสารผ่านดาวเทียม เป็นต้น

ทำให้ผู้ผลิต Rare Earth ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์แห่งอนาคต เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญธีมเทคโนโลยีล้ำสมัยต่าง ๆ และมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะยาว

ปัจจุบันจีนคือผู้ผลิต Rare Earth & Strategic Metals อันดับ 1 ของโลก ครองสัดส่วนมากกว่า 60% และรัฐบาลจีนเริ่มประกาศนโยบายควบคุมปริมาณการผลิต Rare Earth ในเดือนสิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา ยิ่งหนุนให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก

แล้วแบบไหนเหมาะกับเรา?

  • เน้น “ความมั่นคง” ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน “ทองคำ” ยังคงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและคลาสสิกที่สุด
  • ต้องการ “โอกาสเติบโตแบบทวีคูณ” ไปพร้อมกับแนวโน้มราคาทอง “หุ้นเหมืองทอง” คือทางเลือกที่ให้ Leverage ได้มากขึ้น
  • และหากมองหา “จังหวะเก็งกำไรในความผันผวน” และรับความเสี่ยงได้สูง “เงิน” หรือ Silver อาจเป็นคำตอบที่น่าสนใจ
  • สนใจกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ตามเมกะเทรนด์แห่งอนาคต “หุ้นเหมือง Rare Earth” น่าสนใจที่สุด

5 กองทุนเปิดโอกาสลงทุนโลหะมีค่า

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกลุ่มโลหะมีค่า ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงิน หรือหุ้นเหมืองแร่ กองทุนรวมถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าถึงสินทรัพย์เหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องลงทุนตรงในสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรง ซึ่งในประเทศไทยมีกองทุนที่เปิดให้ลงทุนในธีมนี้หลายกอง แต่ละกองก็มีแนวทางเฉพาะตัว

1. เริ่มจาก DAOL-GOLD ซึ่งเป็นกองทุนที่มีจุดเด่นคือการจัดพอร์ตตามสถานการณ์ของตลาด

  • ถ้าตลาดอยู่ในโหมดขาขึ้น (Bullish) กองทุนจะเพิ่มน้ำหนักในหุ้นที่เกี่ยวกับเงินและทองคำ เช่น หุ้นเหมืองเงิน 45% หุ้นเหมืองทอง 40% และถือทองคำแท่ง 15% เพื่อเกาะกระแสราคาที่ปรับตัวขึ้นได้เต็มที่ 
  • แต่หากตลาดอยู่ในช่วงป้องกันความเสี่ยง (Defensive) กองทุนนี้จะถอยกลับไปเน้นความมั่นคง โดยถือทองคำแท่งถึง 90% และลดน้ำหนักหุ้นเหมืองทองเหลือเพียง 10% 

การบริหารแบบนี้ถือว่ามีความยืดหยุ่น และเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการมี Exposure ต่อทองและเงินแบบทั้งรับความเสี่ยงและลดความเสี่ยงตามภาวะตลาด

2. ถัดมาคือ KT-PRECIOUS เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นเหมืองโลหะมีค่าโดยตรง 

  • สัดส่วนหลักอยู่ที่หุ้นเหมืองทองถึง 85% 
  • และอีก 15% ในโลหะมีค่าอื่น เช่น เงิน แพลทินัม หรือพัลลาเดียม 

เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในระยะกลางถึงยาวของกลุ่มเหมืองทอง และมองหาการเติบโตที่ล้อไปกับราคาทองคำ แต่ต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า ทั้งนี้ ผู้ลงทุนก็ต้องยอมรับระดับความผันผวนที่สูงกว่า

3. ต่อด้วย DAOL-RARE เป็นกองทุนที่ลงทุนใน VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มผู้ผลิตแร่หายาก (Rare Earth) และแร่อื่น ๆ ที่เป็นแร่โลหะอุตสาหกรรมสำคัญโดยเฉพาะ

4. TRAREEARTH เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในวัตถุดิบหายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Rare Earth & Strategic Metals) ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ 

จุดเด่นคือ กองทุนนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะทองคำหรือเงินเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมกลุ่มโลหะที่มีบทบาทสำคัญในนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในอนาคตอย่างแร่หายาก Rare Earth และ จะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมลิเธียม ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม EV โดยจะมีหุ้นอย่าง Tesla, CATL, Samsung SDI, LG ปน ๆ อยู่ด้วย

5. สุดท้ายคือ KT-MINING กองที่กระจายการลงทุนในหุ้นเหมืองหลากหลายประเภท ไม่ได้จำกัดแค่เหมืองทองหรือโลหะมีค่า 

  • ลงทุนในหุ้นเหมืองทองประมาณ 30% 
  • เหมืองทองแดง 11% 
  • และเหมืองทรัพยากรอื่น ๆ รวมถึงเหมืองถ่านหิน เหล็ก และลิเธียมรวมกันอีก 59%  

ถือเป็นกองทุนแนวกว้างที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Exposure ต่อกลุ่ม Commodity แต่ไม่อยากเลือกเฉพาะทองคำหรือเงินเพียงอย่างเดียว


อ้างอิง: DAOL INVESTMENT, KTAM, TISCOAM, Franklin Templeton, VanEck

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299