ฟองสบู่ AI

ซุนดาร์ พิชัย CEO ของ Alphabet บริษัทแม่ของ Google เตือนตรง ๆ ว่า กระแสลงทุน AI ระดับล้านล้านดอลลาร์ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก มีสัญญาณของ “ความไร้เหตุผล” ปะปนอยู่ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดที่สุดครั้งหนึ่งก็ตาม

พิชัยให้สัมภาษณ์พิเศษกับ BBC ที่สำนักงานใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย โดยระบุว่า หากฟองสบู่ AI แตกขึ้นมา “ไม่มีบริษัทไหนรอด รวมถึง Google เอง” แม้บริษัทจะมีความแข็งแรงด้านเทคโนโลยีและฐานธุรกิจที่หลากหลายกว่าใครก็ตาม

ฟองสบู่เศรษฐกิจรอบใหม่? มูลค่า AI ทะยานสวนรายได้จริง

ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าตลาดของ Alphabet พุ่งขึ้นเป็น 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ทั้งอุตสาหกรรมแห่ทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลในเทคโนโลยี AI ตั้งแต่โมเดล ไปจนถึงชิปประมวลผลที่แข่งกับ Nvidia ที่เพิ่งขึ้นแท่นบริษัท 5 ล้านล้านดอลลาร์รายแรกของโลก

แต่ตัวเลขการลงทุนมหาศาลกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ที่หมุนรอบ OpenAI ทั้งที่รายได้จริงยังน้อยกว่าการลงทุนหลายร้อยเท่า ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าจะซ้ำรอยฟองสบู่ดอตคอมช่วงปลายยุค 1990

พิชัยเปรียบเทียบว่า วงจรลงทุนลักษณะนี้ “มักเกิดการทุ่มเกินจริง (overshoot)” เหมือนครั้งที่อินเทอร์เน็ตบูม แต่สุดท้ายเทคโนโลยีก็พิสูจน์ว่ามีความเปลี่ยนโลกตามมา “AI ก็จะเป็นแบบเดียวกัน แค่มีทั้งเหตุผลและไร้เหตุผลปะปนในช่วงแบบนี้”

ก่อนหน้านี้ เจมี ไดมอน จาก JPMorgan ก็เตือนว่าเม็ดเงินจำนวนหนึ่งใน AI “น่าจะสูญเปล่าแน่นอน” แม้สุดท้ายเทคโนโลยีจะสร้างประโยชน์ก็ตาม

Google เตรียมขยายรากฐาน AI ในสหราชอาณาจักร

Alphabet เดินหน้าลงทุนในสหราชอาณาจักรต่อเนื่อง โดยประกาศเงินลงทุน 5 พันล้านปอนด์ในโครงสร้างพื้นฐานและงานวิจัยด้าน AI ภายในสองปี พร้อมมุ่งพัฒนางานวิจัยระดับ “state of the art” ผ่าน DeepMind ที่ตั้งอยู่ในลอนดอน

พิชัยเผยเป็นครั้งแรกว่า Google เตรียม “เทรนโมเดลในสหราชอาณาจักรโดยตรง” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลอังกฤษหวังว่าจะผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลาง AI อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และจีน

ต้นทุนพลังงานกดดันเป้าหมาย Net Zero

พิชัยยอมรับว่า ความต้องการพลังงานของ AI มหาศาลมาก โดยปีที่แล้ว AI ใช้ไฟคิดเป็น 1.5% ของไฟฟ้าทั่วโลก ซึ่งทำให้เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของ Alphabet อาจล่าช้ากว่าที่วางไว้ แม้บริษัทยังคงยืนยันเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2030 อยู่ก็ตาม

เขาเตือนว่า หากประเทศต่าง ๆ ไม่เร่งลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจอาจถูกจำกัดจากพลังงานที่ไม่พอใช้

งานจะไม่หายไป แต่คนที่ไม่เรียนรู้เครื่องมือจะตามไม่ทัน

พิชัยมองว่า AI คือเทคโนโลยีที่ลึกซึ้งที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างมา และจะเปลี่ยนแทบทุกอาชีพตั้งแต่ครู แพทย์ ไปจนถึงงานสายสร้างสรรค์ แต่คนที่พร้อมเรียนรู้วิธีใช้ AI จะเป็นกลุ่มที่อยู่รอดและทำได้ดีกว่า

“งานจะไม่หายไป แต่จะเปลี่ยนรูปแบบ คนที่เรียนรู้ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ จะได้เปรียบกว่า” เขากล่าว


อ้างอิง: BBC