หุ้น Defense

หุ้นกลุ่มกลาโหมในสหรัฐฯ และยุโรป ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการยกระดับงบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ ในปี 2027 เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 47 ล้านล้านบาท) จากเดิมที่เคยถูกหารือไว้ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31 ล้านล้านบาท) ท่ามกลางบริบทโลกที่ตึงเครียดมากขึ้นทั้งด้านความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์

ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า หลังการเจรจากับสมาชิกวุฒิสภา สภาคองเกรส และฝ่ายบริหาร เขามองว่างบระดับเดิม “ไม่เพียงพอ” ต่อสถานการณ์ที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญ พร้อมระบุว่างบประมาณใหม่จะทำให้สหรัฐฯ สามารถสร้าง “กองทัพในฝัน” และรักษาความปลอดภัยของประเทศได้ ไม่ว่าจะเผชิญศัตรูในรูปแบบใดก็ตาม

ถ้อยแถลงดังกล่าวจุดกระแสการเก็งกำไรในหุ้นกลาโหมทันที 

  • โดยในตลาดสหรัฐฯ Northrop Grumman พุ่งแรงกว่า 8% ในช่วงก่อนเปิดตลาด 
  • ขณะที่ Lockheed Martin ปรับขึ้นเกือบ 8%
  • RTX เพิ่มขึ้นราว 5% 
  • และ Kratos Defense ทะยานกว่า 12% 

สะท้อนความคาดหวังว่าบริษัทเหล่านี้จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากงบกลาโหมที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

ในยุโรป ดัชนี Stoxx Europe Aerospace and Defense ปรับตัวขึ้นกว่า 1% โดยหุ้น Leonardo และ Renk เป็นผู้นำตลาด ก่อนจะลดช่วงบวกลงเล็กน้อยระหว่างวัน ขณะที่หุ้นกลาโหมในเอเชียก็ขยับขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Mitsubishi Heavy Industries ของญี่ปุ่น และ Bharat Electronics ของอินเดีย สะท้อนว่าตลาดมองการเพิ่มงบกลาโหมสหรัฐฯ เป็นแรงส่งต่ออุตสาหกรรมกลาโหมโลกทั้งห่วงโซ่

บรรยากาศการลงทุนยังถูกเติมเชื้อจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรง หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการขนาดใหญ่จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา พร้อมประกาศควบคุมน้ำมันเวเนซุเอลาในระยะยาว รวมถึงการรื้อฟื้นวาทกรรมแข็งกร้าวเกี่ยวกับกรีนแลนด์ ซึ่งตอกย้ำภาพว่าสหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์กำลังใช้นโยบายความมั่นคงเชิงรุกมากขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ด้านที่นักลงทุนเริ่มจับตาคือ “เงื่อนไข” ที่มาพร้อมกับงบประมาณก้อนใหญ่ เมื่อทรัมป์ออกคำสั่งฝ่ายบริหารให้ผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ต้องลดบทบาทการซื้อหุ้นคืน งดจ่ายปันผล และจำกัดค่าตอบแทนผู้บริหาร จนกว่าจะเพิ่มการลงทุนในโรงงานและงานวิจัยพัฒนาอย่างจริงจัง

ข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่า ตั้งแต่ปี 2020 บริษัทกลาโหมรายใหญ่ของสหรัฐฯ ใช้เงินไปกับการซื้อหุ้นคืนและจ่ายปันผลรวมกว่า 110,000 ล้านดอลลาร์ 

ขณะที่การลงทุนด้าน Capex อยู่เพียงราว 45,500 ล้านดอลลาร์ ช่องว่างดังกล่าวถูกทรัมป์มองว่าเป็นการให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นมากเกินไป และบั่นทอนศักยภาพการผลิตในระยะยาว

นักวิเคราะห์เตือนว่า การเร่งเพิ่มการลงทุนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหลายบริษัทมีโครงสร้างธุรกิจพลเรือนและกลาโหมที่ผูกโยงกันอย่างลึกซึ้ง การโยกเงินลงทุนอาจกระทบซินเนอร์ยีของธุรกิจ อีกทั้งอุตสาหกรรมอาวุธขั้นสูงยังมีข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน ผู้ผลิตชิ้นส่วนมีจำนวนน้อย ไม่สามารถขยายกำลังการผลิตได้ทันที แม้งบประมาณภาครัฐจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

กรณีล่าสุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ลงนามสัญญาระยะ 7 ปีกับ Lockheed Martin เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธ Patriot เป็นราว 2,000 ลูกต่อปี แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเริ่มใช้สัญญาระยะยาวเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นใจด้านอุปสงค์ เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนจริง ไม่ใช่เพียงตอบสนองตลาดทุน

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ

ASP-DEFENSE เป็นกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก 2 กองทุน ได้แก่ Amundi Stoxx Europe Defense UCITS ETF (75 %), และ VanEck Defense UCITS ETF (25%) โดยกองทุนเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง เช่น อากาศยาน, เทคโนโลยีทางการทหาร, เทคโนโลยีความมั่นคง, ระบบไซเบอร์เพื่อความมั่นคง, การสื่อสาร, ดาวเทียม, การสื่อสารทางการทหาร หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (Supply Chain)


อ้างอิง: CNBC, Bloomberg

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299