ประวัติศาสตร์ทอง

ราคาสินทรัพย์ในกลุ่มโลหะมีค่าเริ่มกลับเข้าสู่โหมดฟื้นตัว หลังจากเผชิญกับแรงเทขายครั้งประวัติศาสตร์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาทองคำสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้นเกือบ 3% แตะระดับ 5,079.4 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำฟิวเจอร์สในนิวยอร์กดีดตัวขึ้น 3.3% มาอยู่ที่ 5,093.80 ดอลลาร์

ย้อนรอยขาขึ้น ทำไมทองคำถึงแรงไม่หยุด?

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยในปี 2025 ราคาพุ่งขึ้นถึง 66% และแรงต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2026 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก

  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (สงครามและความขัดแย้ง)
  • นโยบายการค้าที่คาดเดาไม่ได้ของสหรัฐฯ
  • ความกังวลเรื่องความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

เกิดอะไรขึ้นกับทองคำ?

ขาขึ้นที่ดูเหมือนจะหยุดไม่อยู่ต้องสะดุดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อราคาทองคำร่วงลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดในรอบ 13 ปี สาเหตุหลักเกิดจากการเสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” (Kevin Warsh) ให้ดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนถัดไป ทำให้ตลาดกังวลว่านโยบายการเงินอาจเปลี่ยนทิศทาง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กลับมองว่านี่คือ “การปรับฐานชั่วคราว” 

บทเรียนจากประวัติศาสตร์

รัส เมาลด์ (Russ Mould) ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของ AJ Bell ระบุในบทวิเคราะห์ร์ว่า ปัจจุบันทองคำกำลังอยู่ในช่วง “ขาขึ้นครั้งใหญ่รอบที่ 3” นับตั้งแต่ปี 1971 พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่าในตลาดขาขึ้นทั้ง 2 รอบก่อนหน้านี้ ต่างก็เคยเผชิญกับ “การปรับฐานครั้งใหญ่” มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

รอบที่ 1: ปี 1971 – 1980 (ยุคนิกสันช็อกและวิกฤตเงินเฟ้อ)

ทองคำ 50 ปี

Source: CNBC, AJ Bell, LSEG

ขาขึ้นรอบนี้เริ่มต้นจากการที่ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ประกาศยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์กับทองคำ (Gold Standard) ตามมาด้วยสภาวะการขาดดุลของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น วิกฤตการณ์น้ำมัน และเงินเฟ้อที่ทะยานขึ้นอย่างรุนแรง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งทะยานจากเพียง 35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไปแตะจุดสูงสุดที่ 835 ดอลลาร์ ในปี 1980

อย่างไรก็ตาม เมาลด์ชี้ให้เห็นว่าในช่วงเวลานั้น ราคาทองคำเคยร่วงลงหลายครั้ง โดยการปรับฐานที่ยาวนานที่สุดกินเวลาถึง 105 วัน และครั้งที่ดิ่งแรงที่สุดราคาร่วงลงไปถึง 19.4%

รอบที่ 2: ปี 2001 – 2011 (ยุควิกฤตดอทคอมและซับไพรม์)

ทองคำ 50 ปี

Source: CNBC, AJ Bell, LSEG

หลังจากผ่านช่วง “จำศีล” มายาวนาน ทองคำเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งในปี 2001 โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการหาที่หลบภัยจากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายสุดโต่ง หลังการแตกของฟองสบู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ตามมาด้วยวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ในช่วงปี 2007-2009

ข้อมูลจาก AJ Bell แสดงให้เห็นว่า ในช่วงขาขึ้นปี 2001-2011 นี้ มีการปรับฐานของราคาเกิดขึ้นถึง 5 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทำให้ราคาร่วงลงไปได้มากถึง 16%

รอบที่ 3: ปี 2015 – ปัจจุบัน (ความผันผวนคือเงาตามตัว)

ทองคำ 50 ปี

Source: CNBC, AJ Bell, LSEG

สำหรับรอบขาขึ้นปัจจุบัน ซึ่งเมาลด์มองว่าเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2015 ได้เคยผ่านการปรับฐานใหญ่มาแล้วถึง 5 ครั้ง ก่อนจะมาเจอแรงเทขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เขากล่าวว่า “ในปี 2022 ราคาทองคำเคยดิ่งลงกว่า 20% จนทำให้นักลงทุนสายกระทิงบางส่วนตั้งตัวไม่ติดในช่วงที่โลกเริ่มออกจากล็อกดาวน์ นอกจากนี้ยังมีการปรับฐานระดับ 10% ขึ้นไปเกิดขึ้นในปี 2016, 2018, 2020, 2021 และ 2023 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า ความผันผวนนั้นอยู่ใกล้ตัวเราเสมอ”

มุมมองกูรู ปัจจัยพื้นฐานยังแน่น

นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันยืนยันว่า “ความเชื่อมั่นในทองคำยังไม่เปลี่ยนแปลง” ด้วยเหตุผลดังนี้

1. ความต้องการจากธนาคารกลาง 

จอร์จ เชฟลีย์ จาก Ninety One ชี้ว่า รอบนี้ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ซึ่งเป็นฐานรองรับราคาที่แข็งแกร่งกว่ารอบก่อนๆ

2. ไม่ใช่ฟองสปู่

แม้ตัวเลขจะดูเหมือนแพงเกินจริง (Overvalued) แต่นักยุทธศาสตร์จาก Barclays มองว่าด้วยสถานการณ์เงินเฟ้อและนโยบายสหรัฐฯ ที่ไม่แน่นอน ทำให้ราคาทองคำที่ระดับนี้ “สมเหตุสมผล” และไม่ใช่ฟองสบู่

3. ความเชื่อมั่นต่อ Fed ยังไม่กลับมา

UBS ระบุว่าตลาดขาขึ้นจะจบลงก็ต่อเมื่อธนาคารกลางกอบกู้ความเชื่อมั่นคืนมาได้สำเร็จ เหมือนสมัย พอล โวลเกอร์ (Paul Volker) อดีตประธาน Fed ใช้ยาแรงในปี 1980 จนนำไปสู่การสิ้นสุดของขาขึ้นทองคำที่ยาวนานกว่า 10 ปี 

แต่ปัจจุบันตราบใดที่นักลงทุนยังสงสัยในความสามารถของ Fed ในการรักษาค่าเงินดอลลาร์ ทองคำก็จะยังเป็นที่ต้องการต่อไป

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นเหมืองทอง

A-RING เป็นกองทุนหุ้นเหมือง Pure-play Gold Miners มีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Global Gold Miners ETF ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้นเหมืองทองขนาดใหญ่ทั่วโลก ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเข้าถึงโอกาสเติบโตไปกับธีมเหมืองทอง
โดยสถิติย้อนหลังในอดีตช่วง Gold Bull Market พบว่า การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเหมืองทองมักปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 2 เท่าของราคาทองคำ
 


อ้างอิง: CNBC

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299