
มุมมองการลงทุน
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานที่อาจตึงตัวมากขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงประเมินว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลดลงอย่างมาก ขณะที่ความเป็นไปได้ที่เฟดอาจกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจทรงตัวในระดับสูงนานกว่าที่คาด นอกจากนี้ การเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนยังคงผันผวน
ในด้านเศรษฐกิจ ข้อมูลเศรษฐกิจของหลายประเทศเริ่มสะท้อนสัญญาณชะลอตัว อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกของหลายประเทศยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเร่งนำเข้าสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนสินค้าที่มีแนวโน้มสูงขึ้น รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนอุปทานในอนาคต ขณะเดียวกัน การลงทุนในธุรกิจ AI และดาต้าเซนเตอร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่หนุนให้การค้าและการลงทุนในสินค้าที่เกี่ยวข้องเติบโตอย่างโดดเด่น
จะเห็นได้ว่า แม้ปัจจัยพื้นฐานหลายด้านยังเป็นลบต่อการลงทุน แต่การเติบโตของการลงทุนใน AI และดาต้าเซนเตอร์ยังคงแข็งแกร่งและโดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมดังกล่าวต้องใช้เงินลงทุนและทรัพยากรจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทที่เกี่ยวข้องสามารถสร้างผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่าการลงทุนใน AI และดาต้าเซนเตอร์อาจอยู่ในช่วงขยายตัวต่อเนื่องยาวนานอีกประมาณ 10-15 ปี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แม้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากเคยกังวลว่าหุ้นกลุ่ม AI อาจอยู่ในภาวะฟองสบู่ แต่ผลประกอบการไตรมาสแรกของหลายบริษัทสะท้อนให้เห็นว่า AI สามารถสร้างรายได้และช่วยผลักดันการเติบโตของกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวจะปรับตัวขึ้นมามากแล้ว แต่การเติบโตของผลประกอบการยังเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า และมีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่องในระยะข้างหน้า ส่งผลให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ และหันมามองว่าอุตสาหกรรม AI กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตระยะยาว หรือ AI Super-cycle
ในส่วนของตลาดตราสารหนี้กลับเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม เนื่องจากตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด และเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับคำแนะนำการลงทุนในเดือนนี้ แนะนำเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนตราสารทุน และลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ โดยในส่วนของกองทุนตราสารทุน แนะนำลดสัดส่วนการลงทุนใน KF-HEUROPE-A เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มชะลอตัว และปรับ KFGG-A ออกจากพอร์ต เนื่องจากมีการลงทุนในหุ้นหลายบริษัทที่อาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีจาก AI นอกจากนี้ แนะนำปรับการลงทุนจาก KFHTECH-A ไปยัง KFGTECH-A พร้อมเพิ่มน้ำหนักการลงทุน เพื่อรับประโยชน์จาก AI Super-cycle รวมถึงคาดการณ์ว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้า ขณะเดียวกัน การปรับลดลงของราคาทองคำอาจส่งผลให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลง นอกจากนี้ ยังแนะนำเพิ่มการลงทุนใน KF-EMXCN-A ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์จาก AI Super-cycle เช่นกัน
ในส่วนของตราสารหนี้ แนะนำเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น และลดการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงระยะยาว เนื่องจากมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การปรับพอร์ตการลงทุนในปีนี้มีความถี่มากกว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยประเมินว่าการปรับพอร์ตในแต่ละครั้งยังมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับต้นทุนในการดำเนินการ
สรุปคำแนะนำปรับพอร์ต
ดู Fund Fact Sheet กองทุนที่เพิ่มน้ำหนัก/ปรับเข้า
ที่มา: บลจ. กรุงศรี วันที่ได้รับเอกสาร 2 มิถุนายน 2026
สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน Krungsri The Masterpiece สามารถดูพอร์ตการลงทุนได้ที่
ผ่านมือถือ/Tablet >> แอปฯ Finnomena
ผ่านคอมพิวเตอร์ >> เว็บไซต์ Finnomenaสำหรับลูกค้าที่สนใจลงทุนในพอร์ต Krungsri The Masterpiece คลิกที่นี่เพื่อสร้างแผนการลงทุน
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต กองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ กองทุนที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน อาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) หรือไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated bond) ผู้ลงทุนจึงอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการไม่ได้รับชำระคืนเงินต้น และดอกเบี้ย เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูลแต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด โทร 0 2657 5757 | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
