
แนะนำกองทุน TEMxCH จาก บลจ. ทิสโก้ กระจายการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) ลงทุนผู้ชนะในยุค AI พร้อมกระจายความเสี่ยงไปยังแหล่งขุมพลังใหม่ของเศรษฐกิจโลก
เปิดประตูสู่หุ้นตลาดเกิดใหม่ ไม่รวมจีน จับโอกาสจาก “ผู้ชนะตัวจริงในยุค AI” โดยเฉพาะเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งเป็นแกนกลางของโลกเซมิคอนดักเตอร์ ชิปหน่วยความจำ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ AI ขาดไม่ได้
ขณะเดียวกัน กองทุนยังพานักลงทุนลดความเสี่ยงและลดความผันผวน ด้วยการกระจายการลงทุนไปยัง “ขุมพลังใหม่ของเศรษฐกิจโลก” ในหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นละตินอเมริกาที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากวัฏจักรราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ หรืออินเดียที่มีฐานประชากรขนาดใหญ่ หนุนการบริโภคในประเทศให้เติบโตต่อเนื่อง TEMXCH จึงเป็นการลงทุนที่ไม่ได้พึ่งเพียงธีม AI แต่กระจายไปสู่ทุกเครื่องยนต์การเติบโตของตลาดเกิดใหม่
Source: TISCO Asset
การเติบโตของ Emerging Market ex China ไม่ใช่เพียงรอบฟื้นตัวระยะสั้น แต่เป็นแรงขับเชิงโครงสร้างที่กำลังเปลี่ยนแผนที่เศรษฐกิจโลก จากการย้ายฐานการผลิตตามกลยุทธ์ China+1 การกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน และบทบาทของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เริ่มกลายเป็นฐานการผลิต ฐานบริโภค และฐานเทคโนโลยีใหม่ของโลก
หัวใจสำคัญคือหลายประเทศใน EM กำลังมี “เครื่องยนต์เติบโต” ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้และไต้หวันที่เป็นผู้ชนะในยุค AI และ Semiconductor อินเดียที่ได้แรงหนุนจากประชากรขนาดใหญ่และการบริโภคในประเทศ ละตินอเมริกาที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากวัฏจักรพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงหลายประเทศที่เดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจและนโยบายเพื่อปลดล็อกศักยภาพระยะยาว
เมื่อประกอบกับ Valuation ที่ยังน่าสนใจ และกระแสเงินทุนที่เริ่มมองหาโอกาสเติบโตใหม่นอกเหนือจากจีน ภาพของ Emerging Market ex China จึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือกในการกระจายความเสี่ยง” แต่กำลังกลายเป็น “ขุมพลังใหม่ของเศรษฐกิจโลก” ที่มีทั้งธีม AI การบริโภคภายในประเทศ การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และ Capital Rotation หนุนการเติบโตในระยะยาว
TEMXCH ลงทุนใน “ผู้ชนะตัวจริงในยุค AI” พร้อมกระจายการลงทุนไปยังหลายประเทศที่เป็น “ขุมพลังใหม่ของเศรษฐกิจโลก” ลดการกระจุกตัวจากการลงทุนในประเทศเดียว

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า หากต้องการลงทุนในธีม AI ทำไมไม่เลือกลงทุนในตลาดหรือประเทศที่เป็นผู้ชนะด้านเทคโนโลยีโดยตรงไปเลย คำตอบคือ “AI Winners” เป็นธีมที่ควรมีในพอร์ต แต่การลงทุนแบบกระจุกตัวในประเทศเดียวหรือธีมเดียว มักมาพร้อมความผันผวนที่สูง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงขาย ภาพจากกราฟสะท้อนชัดว่า ในหลายวันที่ KOSPI ปรับตัวลงแรง ดัชนี EM ex China ปรับตัวลงน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
นี่คือจุดเด่นของ TEMXCH เพราะกองทุนไม่ได้พานักลงทุนออกจากธีม AI แต่ช่วย “จับผู้ชนะยุค AI ในรูปแบบที่สมดุลกว่า” ผ่านการลงทุนในเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งเป็นหัวใจของ Semiconductor และเทคโนโลยีโลก พร้อมกระจายไปยังประเทศ EM อื่น ๆ ที่มีแรงขับเฉพาะตัว จึงช่วยลดแรงกระแทกจากการพึ่งพาตลาดเดียว และเปลี่ยนการลงทุนจากการไล่ตามธีมร้อน ให้เป็นการถือครองขุมพลังเติบโตใหม่ของโลก และลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวที่อาจทำให้พอร์ตผันผวนรุนแรงเมื่อธีมหรือประเทศใดประเทศหนึ่งสะดุด
Source: Invesco As of 31 May 2026
TEMXCH มีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco Emerging Markets ex-China Equity Fund Class C-Acc อย่างน้อย 70% ของ NAV เน้นหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือมีการดำเนินธุรกิจหลักอยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมประเทศจีน) บริหารและจัดการโดย Invesco Management S.A.
พอร์ตกองทุนหลัก บริหารแบบเชิงรุกสูง (Active) ประกอบด้วยหุ้นประมาณ 45 ตัว กระจายในหลากหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้, ไต้หวัน, อินเดีย, บราซิล และอื่น ๆ ใน EM รวมถึงหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น Technology, Financials, Consumer, Materials และ Industrials เป็นต้น
ตัวอย่างหุ้น
- Samsung Electronics บริษัทเทคโนโลยีแห่งเกาหลีใต้ ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และชิปหน่วยความจำชั้นนำของโลก
- TSMC ผู้รับจ้างผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงจากไต้หวัน ได้รับประโยชน์มหาศาลจากวัฏจักร AI
- Samsung Electro-Mechanics ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ ทั้ง MLCC กล้องมือถือ และแพ็กเกจชิป รองรับการเติบโตของอุปกรณ์อัจฉริยะ
- Yageo ผู้นำชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน ผลิตตัวต้านทานและ MLCC ที่เป็นชิ้นส่วนพื้นฐานของโลกดิจิทัล
- MediaTek บริษัทออกแบบชิป Fabless จากไต้หวัน ครอบคลุมสมาร์ทโฟน ทีวี Wi-Fi IoT และอุปกรณ์เชื่อมต่อยุคใหม่
แนวทางการลงทุน
Source: Invesco As of 31 May 2026
แนวทางการลงทุนของกองทุนนี้ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “ตลาดไหนกำลังร้อนแรงที่สุด” แต่เริ่มจากคำถามที่สำคัญกว่า คือ “บริษัทไหนดี แต่ตลาดยังมองข้าม” จึงเป็นการลงทุนเชิงรุกแบบ Contrarian และ Bottom-up คัดหุ้นรายตัวประมาณ 50 บริษัท กระจายหลายประเทศและหลายอุตสาหกรรม เพื่อมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดในระยะยาว
หัวใจของกลยุทธ์คือการลงทุนแบบ Valuation-driven ซื้อหุ้นเมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมอย่างมีนัยสำคัญ และขายเมื่อราคาปรับขึ้นจนสะท้อนมูลค่าที่ควรเป็นแล้ว พูดง่าย ๆ คือไม่ได้ซื้อเพราะตลาดกำลังตื่นเต้น แต่ซื้อเพราะ “ราคายังไม่สะท้อนคุณค่าที่แท้จริง” ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการไล่ราคาในช่วงตลาดร้อนแรง และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเมื่อมุมมองของตลาดกลับมาเข้าที่
ผลตอบแทนรวมของพอร์ตจึงไม่ได้พึ่งพาแค่ราคาหุ้นขึ้นลงระยะสั้น แต่เกิดจาก 3 แรงขับหลัก คือ การเติบโตของธุรกิจ การปรับตัวของ Valuation และเงินปันผล โดยเน้นลงทุนระยะยาว 3–5 ปีในบริษัทที่มีงบดุลแข็งแรงและหนี้ต่ำ พอร์ตจึงไม่ได้วิ่งตามเสียงเชียร์ของตลาด แต่เลือกยืนอยู่ในจุดที่ “ความเสี่ยงจำกัด แต่โอกาสสร้างผลตอบแทนเปิดกว้าง”
กลุ่ม EMxCH ยังมี Valuation ที่น่าสนใจลงทุน
Source: Bloomberg As of June 2026
EM ex China ยังอยู่ในโซน Valuation ที่น่าสนใจ โดยมีค่า SD ที่ -0.8 เท่า แปลว่าระดับมูลค่ายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ขณะที่ Forward P/E อยู่ราว 11.9 เท่า ไม่แพงเมื่อเทียบกับหลายตลาดหลัก เช่น S&P500, Europe, Japan และ ที่ซื้อขายในระดับ Valuation สูงกว่าอย่างชัดเจน
จุดน่าสนใจคือ EM ex China ไม่ได้ “ถูกที่สุด” แบบสะท้อนความเสี่ยงสูงเกินไป และไม่ได้ “แพง” แบบตลาดที่ความคาดหวังถูกใส่ราคาไปมากแล้ว แต่ยืนอยู่ในจุดสมดุลที่น่าลงทุน คือยังมีส่วนลดด้าน Valuation พร้อมโอกาสเติบโตจากหลายเครื่องยนต์ ทั้ง AI/Semiconductor ในเกาหลี–ไต้หวัน การบริโภคในอินเดีย และสินค้าโภคภัณฑ์ในละตินอเมริกา จึงเป็นตลาดที่ยังมีทั้ง “ราคาไม่ตึง” และ “เรื่องราวการเติบโตที่จับต้องได้”
สรุป 4 จุดเด่น ทำไมกองทุน TEMXCH ถึงน่าสนใจ
1. ผู้ชนะในยุค AI บูม
TEMxCH เปิดโอกาสลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีน โดยมีเกาหลีใต้และไต้หวันเป็นแกนหลักของธีม AI/Semiconductor ตั้งแต่ชิปหน่วยความจำ โรงงานผลิตชิปขั้นสูง ไปจนถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก AI
2. ได้ธีม AI แต่ลดแรงกระแทกจากการกระจุกตัว
AI เป็นธีมที่ต้องมีในพอร์ต แต่การลงทุนกระจุกในตลาดเดียวอาจทำให้พอร์ตผันผวนแรงเกินไป TEMxCH จึงช่วยจับโอกาสจาก AI Winners พร้อมกระจายไปยังขุมพลังใหม่ของ EM ทั้งอินเดีย ละตินอเมริกา และประเทศที่ได้ประโยชน์จาก China+1 ทำให้พอร์ตไม่ต้องฝากอนาคตไว้กับประเทศเดียวหรือธีมเดียว
3. Valuation ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ EMxCH ไม่ได้แพงอย่างที่คิด
EM ex China ยังซื้อขายในระดับ Valuation ที่น่าสนใจ Forward P/E ราว 11.9 เท่า และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต จุดเด่นจึงไม่ใช่แค่ “มีเรื่องราวการเติบโต” แต่ยังเป็นการเข้าลงทุนในจังหวะที่ราคายังไม่ตึง เมื่อเทียบกับหลายตลาดหลักที่ความคาดหวังถูกสะท้อนในราคาไปมากแล้ว
4. กลยุทธ์บริหารแบบ Active Fund ที่ตั้งเป้าสร้างผลตอบแทนเลขสองหลัก
TEMxCH เป็นกองทุนที่มีกลยุทธ์การบริหารแบบ Active ที่คัดหุ้นราว 45–50 ตัวแบบเข้มข้น ด้วยแนวทาง Contrarian, Bottom-up และ Valuation-driven เพื่อมองหาหุ้นดีที่ตลาดยังมองข้าม โดยกองทุนหลักตั้งเป้าสร้างผลตอบแทนรวมระดับเลขสองหลักต่อปี จากทั้งการเติบโตของธุรกิจ การปรับขึ้นของ Valuation และเงินปันผล
กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?
กองทุน TEMXCH เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ฝั่งสหรัฐฯ และจีน เพื่อคาดหวังประโยชน์จากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่หุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ในยุคดอลลาร์อ่อนค่า รวมถึงมีความเชื่อมั่นในธีม AI Supply Chain โดยสามารถใช้เป็นกองทุนสำหรับพอร์ตหลัก (Core Portfolio) เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
สนใจกองทุน TEMxCH
ลงทุนได้เลยที่ Finnomena คลิก
สนับสนุนโดย บลจ. ทิสโก้
แหล่งข้อมูล: เอกสารแนะนำกองทุน บลจ. ทิสโก้, ข้อมูลกองทุนหลัก Invesco Emerging Markets ex-China Equity Fund
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ


