
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) จะยังคงอยู่และยืดเยื้อ กลยุทธ์การลงทุนต่อจากนี้จึงให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่เสริมสร้างความมั่นคง พร้อมป้องกันความเสี่ยงในยามตลาดผันผวนหนัก
Geopolitical Risk ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่และยืดเยื้อต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจัยนี้ส่งผลให้ระเบียบโลกใหม่ (New World Order) เริ่มเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยหันมาให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคง” (Security) มากกว่า “ประสิทธิภาพในการลดต้นทุน” (Efficiency) แบบในยุคโลกาภิวัตน์เดิม
การเปลี่ยนแปลงนี้ได้สร้างอุปสงค์เชิงโครงสร้าง (Structural Demand) ให้กับสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับความปลอดภัยของชาติ และการปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานให้มีความยืดหยุ่น (Supply Chain Resiliency) มากขึ้น
Finnomena Funds จึงแนะนำให้มีการกระจายการลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว รวมถึงให้มีการป้องกันความเสี่ยง (Hedge) พอร์ตการลงทุนบางส่วนไว้เพื่อลดความผันผวน ผ่านกลุ่มสินทรัพย์แนะนํา ดังนี้
- Finnomena 2026 Mid-Year Outlook: Moving On อ่านกลยุทธ์การลงทุนในครึ่งปีหลังของปีฉบับเต็มได้ที่ -> www.finnomena.com/finnomenafunds/mid-year-outlook-2026
1. Defense: กลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

มุมมองการลงทุน: ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการที่รัฐบาลทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรป ต่างพร้อมใจกันปรับเพิ่มงบประมาณทางการคลังและงบประมาณทหาร เพื่อเสริมสร้างยุทโธปกรณ์และความมั่นคงภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
กองทุนแนะนำ: LHGDEFENSE-A (ความเสี่ยงระดับ 7) ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ (Defense Technology) และกองทัพ ครอบคลุมตั้งแต่ส่วนของฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ ไปจนถึงบริการที่เกี่ยวข้อง
สนใจกองทุน LHGDEFENSE-A
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม
2. US Industrials: กลุ่มอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกา
มุมมองการลงทุน: ได้รับแรงหนุนเต็มที่จากการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ (Onshoring/Reshoring) และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาคเอกชนเพื่อเสริมความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทานภายใต้นโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ
กองทุนแนะนำ: A-AIRR (ความเสี่ยงระดับ 7) ลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็กในสหรัฐฯ ราว 40-80 ตัว ที่มีรายได้ในสหรัฐฯ > 75% ผ่านกองทุนหลักคือ First Trust RBA American Industrial Renaissance ETF (AIRR) ถือเป็นธีมที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนในประเทศและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการผลิตของสหรัฐฯ
สนใจกองทุน A-AIRR
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม
3. Gold Miner: หุ้นเหมืองทองคำ
มุมมองการลงทุน:ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเกาะกระแสราคาทองคำขาขึ้น ซึ่งได้ Structural Demand แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยหุ้นเหมืองทองคำมักให้ผลตอบแทนที่จูงใจ (Leverage) มากกว่าราคาทองคำแท่งในช่วงที่ตลาดเป็นเทรนด์ขาขึ้น
กองทุนแนะนำ: A-RING (ความเสี่ยงระดับ 7) ลงทุนในหุ้นเหมืองทองคำทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Global Gold Miners ETF (RING) โดยเน้นบริษัทขนาดใหญ่ ทั้งจากตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตในช่วงตลาดขาขึ้นของราคาทองคำ
สนใจกองทุน A-RING
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม
4. Broad Commodities: สินค้าโภคภัณฑ์
มุมมองการลงทุน: แนะนำให้ถือติดพอร์ตในสัดส่วน 5-10% สำหรับทำหน้าที่เป็น “Hedging Position” เพื่อช่วยปกป้องพอร์ตการลงทุนจากความเสี่ยงกรณีเกิดภาวะอุปทานหยุดชะงัก (Supply Shock) จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
กองทุนแนะนำ: SCBCOMP (ความเสี่ยงระดับ 8) ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านตราสารอนุพันธ์และหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Commodity index-linked notes) ซึ่งอ้างอิงกับดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น พลังงาน, โลหะอุตสาหกรรม, โลหะมีค่า, ปศุสัตว์ และเกษตรกรรม ผ่านกองทุนหลัก PIMCO Commodity Real Return Fund
สนใจกองทุน SCBCOMP
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
คำเตือน: กองทุนนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299


