
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกแผนการจัดเก็บค่าธรรมเนียม 20% สำหรับเรือขนส่งสินค้าทุกลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว หลังจากเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากกลุ่มประเทศพันธมิตรในอ่าวอาหรับ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้นำเสนอแนวคิด “ค่าชดเชย” เพื่อแลกกับการที่กองทัพอเมริกันคอยทำหน้าที่คุ้มกันความปลอดภัยในน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้เล่นในตลาดโลจิสติกส์และพลังงานทั่วโลกเกี่ยวกับต้นทุนที่อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล
ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่า เขาตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แนวทาง “ข้อตกลงทางการค้าและการลงทุนขนาดใหญ่” กับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเพื่อนำเม็ดเงินเหล่านั้นเข้าสู่สหรัฐฯ แทนการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทรัมป์ระบุว่าเขาได้หารือกับผู้แทนจากซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ บาห์เรน คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งผู้นำเหล่านี้ได้ขอให้เขาเปลี่ยนวิธีระดมทุนมาเป็นข้อผูกพันทางการเงินในรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่ากลุ่มประเทศอ่าวอาหรับได้ตกลงในรายละเอียดของยอดเงินลงทุนใหม่นี้แล้วหรือไม่อย่างไร
แม้ว่าแผนการเก็บค่าผ่านทางจะถูกพับเก็บไป แต่สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคกลับยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ประกาศกลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือและชายฝั่งทั้งหมดของอิหร่านอีกครั้ง หลังจากที่เคยยกเลิกไปชั่วคราวในเดือนมิถุนายนภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง โดยรัฐบาลอเมริกาประกาศชัดเจนว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เรือสินค้าทุกชนิดผ่านได้ ยกเว้นเรือที่เดินทางไปหรือมาจากอิหร่านเท่านั้น
ในมิติทางทหาร กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ใส่เป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านทันที เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือขนส่งสินค้าพาณิชย์ ขณะที่สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดในหลายเมือง รวมถึงพื้นที่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมืองบูเชอร์ (Bushehr) ด้านทรัมป์ยังได้กล่าวคำขู่ผ่านการสัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่า สหรัฐฯ พร้อมจะยกระดับการโจมตีไปสู่สะพานและโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในสัปดาห์หน้า หากรัฐบาลอิหร่านยังปฏิเสธที่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
ทางด้านการตอบโต้จากฝั่งอิหร่าน กองทัพอิหร่านอ้างว่าได้ส่งโดรนและขีปนาวุธเข้าโจมตีฐานทัพและสถานที่ทางทหารของสหรัฐฯ ในจอร์แดน บาห์เรน และคูเวต พร้อมยืนยันว่าอิหร่านจะยังคงรักษาอำนาจการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยนายคาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน แถลงว่าสหรัฐฯ กำลังคิดผิดหากเชื่อว่ามาตรการกดดันทางทหารและการปิดล้อมทางเศรษฐกิจที่เข้มงวดขึ้นนี้จะสามารถบังคับให้อิหร่านยอมจำนนและกลับไปเจรจาได้
อ้างอิง: Bloomberg