
สำหรับนักลงทุนที่มองหา “กระแสเงินสด” จากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หลายคนอาจคุ้นเคยกับกองทุนปันผลเป็นตัวเลือกแรก ๆ แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสามารถสร้างกระแสเงินสดได้เช่นกันอย่าง กองทุน Auto Redemption
บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า กองทุน Auto Redemption คืออะไร แตกต่างจากกองทุนปันผลอย่างไร รวมถึงทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจกองทุนประเภทนี้
พอร์ต Global Multi-Income Strategy (GMI) มุ่งสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับโอกาสการเติบโตของเงินต้นในระยะยาว ผ่านนโยบายการลงทุนที่ครอบคลุมสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทั่วโลก
เริ่มต้นสร้างแผน GMI ได้ที่ https://finno.me/plan-gmi-ws
กองทุน Auto Redemption คืออะไร?
กองทุน Auto Redemption คือกองทุนที่มีนโยบายขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ โดยผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ต้องกดขายกองทุนเอง แต่เมื่อถึงรอบเวลาหรือเข้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้ บลจ. จะทำการขายหน่วยลงทุนบางส่วน และโอนเงินที่ได้รับเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกไว้
กองทุนประเภทนี้มีทั้งกองทุนตราสารหนี้ กองทุนหุ้น และกองทุนผสม ซึ่งแต่ละประเภทจะมีเงื่อนไขการขายคืนอัตโนมัติแตกต่างกัน โดยกองทุนตราสารหนี้มักกำหนดรอบการขายคืนไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน เช่น รายเดือนหรือรายไตรมาส ขณะที่กองทุนหุ้นหรือกองทุนผสมอาจกำหนดให้มีการขายคืนอัตโนมัติเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ปรับตัวขึ้นถึงระดับที่กำหนดไว้ตามนโยบายของกองทุน
เงินต้นจะลดลงไหม ถ้ากองทุนขายคืนหน่วยลงทุน?
หลายคนสงสัยว่า หากกองทุนมีการขายคืนหน่วยลงทุนออกไปเรื่อย ๆ แบบนี้ สุดท้ายแล้วเงินต้นจะค่อย ๆ ลดลงหรือไม่?
คำตอบจะขึ้นกับผลการดำเนินงานของกองทุน หากกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง มูลค่าเงินลงทุนก็มีโอกาสเติบโตได้ แม้ว่าจะมีการขายคืนหน่วยลงทุนบางส่วนออกมาเป็นระยะ โดยแหล่งที่มาของผลตอบแทนระหว่างกองทุน Auto Redemption และกองทุนปันผล มีความแตกต่างกัน ดังนี้
- กองทุน Auto Redemption จ่ายเงินให้ผู้ลงทุนด้วยการขายหน่วยลงทุนบางส่วน โดยหลังจ่ายเงินคืน จำนวนหน่วยลงทุนจะลดลง แต่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ยังคงเดิม
- กองทุนปันผล จะจ่ายเงินปันผลออกจาก NAV ดังนั้นหลังจากจ่ายเงินปันผล จะทำให้ NAV ลดลง แต่จำนวนหน่วยลงทุนยังเท่าเดิม
ตัวอย่างเช่น ซื้อกองทุน Auto Redemption 10,000 บาท ในวันที่มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) อยู่ที่ 10 บาทต่อหน่วย จะได้รับหน่วยลงทุนทั้งหมด 1,000 หน่วย
ต่อมา NAV ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 11 บาทต่อหน่วย และกองทุนประกาศขายคืน 100% ของกำไรที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ดังนั้นจะได้รับเงินจากการขายคืน 1,000 บาท โดยเงินที่ได้รับนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการจ่ายผลตอบแทนเพิ่มเติม แต่เป็นการขายคืนหน่วยลงทุนบางส่วนของผู้ถือหน่วย จึงทำให้จำนวนหน่วยลงทุนลดลงโดยคำนวณจาก จำนวนเงินที่ขายคืน ÷ NAV ในวันที่ขายคืน
ในตัวอย่างนี้คือ 1,000 ÷ 11 = 90.91 หน่วย ดังนั้น หลังการขายคืนอัตโนมัติ จะเหลือหน่วยลงทุน 909.09 หน่วย (1,000 – 90.91 หน่วย)
แม้จำนวนหน่วยลงทุนจะลดลง แต่มูลค่าเงินลงทุนที่ยังคงอยู่ในกองทุนไม่ได้เปลี่ยนแปลง โดยคิดเป็น 90.91 × 11 = ประมาณ 10,000 บาท ขณะที่เงิน 1,000 บาท ได้ถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ลงทุนเรียบร้อยแล้ว
สรุปคือ Auto Redemption ไม่ได้ทำให้มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ลดลง แต่เป็นการนำกำไรบางส่วนออกมาในรูปของการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ จึงทำให้ผู้ลงทุนได้รับเงินสดกลับมา ขณะที่จำนวนหน่วยลงทุนในพอร์ตจะลดลงตามสัดส่วนที่ขายคืนเท่านั้น
ภาษีของกองทุน Auto Redemption
แม้ว่ากองทุน Auto Redemption และกองทุนปันผล จะเป็นกองทุนที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดให้ผู้ลงทุนได้เหมือนกัน แต่ในด้านภาษีมีความแตกต่างกัน โดยผลตอบแทนที่ได้จากกองทุน Auto Redemption ถือเป็นกำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain) ซึ่งสำหรับผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา ปัจจุบันได้รับการยกเว้นภาษี ขณะที่กองทุนปันผล เงินปันผลที่ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10%
รวมโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากทั่วโลกกับพอร์ต GMI
หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการลงทุนที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดระหว่างทาง พร้อมโอกาสเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว พอร์ต Global Multi-Income Strategy (GMI) หนึ่งในแผนการลงทุนของ Finnomena Funds คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์
พอร์ต GMI มุ่งสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ในรูปแบบของกองทุนที่เน้นการจ่ายปันผล หรือการรับซื้อคืนอัตโนมัติ (Auto Redemption) เฉลี่ย 3-5% ต่อปี (ไม่ใช่การการันตี) ควบคู่กับไปสร้างการเติบโตของเงินต้นในระยะยาว ผ่านนโยบายการลงทุนที่ครอบคลุมสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทั่วโลก และมีเป้าหมายสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเป็นกรอบเบื้องต้นประมาณ 40-60%
จุดเด่นของพอร์ต GMI
- มุ่งสร้างกระแสเงินสด พร้อมโอกาสเติบโตของเงินต้น – ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการรายได้ระหว่างการลงทุน ผ่านกองทุนที่เน้นการจ่ายปันผลหรือการรับซื้อคืนอัตโนมัติ (Auto Redemption) อย่างสม่ำเสมอ พร้อมโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว
- กระจายการลงทุนในสินทรัพย์สร้างกระแสเงินสดทั่วโลก – ลงทุนผ่านกองทุนรวมที่กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก ทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน และกองทุน Multi-Asset เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งที่มาของกระแสเงินสด
- เพิ่มโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากกลยุทธ์ Covered Call – เสริมศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดผ่านการลงทุนในกองทุนที่ใช้กลยุทธ์ขาย Call Option ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากความผันผวนของตลาด
พอร์ต GMI เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดระหว่างการลงทุน พร้อมกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก
- ผู้ที่สามารถรับความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้ เนื่องจากมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ผู้ที่มีเงินลงทุนเริ่มต้นตั้งแต่ 500,000 บาท และไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนดังกล่าวภายในระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี
อ่านเพิ่มเติม แนะนำพอร์ต GMI รวมโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากทั่วโลก
พอร์ต Global Multi-Income Strategy (GMI) มุ่งสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับโอกาสการเติบโตของเงินต้นในระยะยาว ผ่านนโยบายการลงทุนที่ครอบคลุมสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทั่วโลก
เริ่มต้นสร้างแผน GMI ได้ที่ https://finno.me/plan-gmi-ws
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในกรอบระยะเวลาตามวัตถุประสงค์การลงทุนที่แตกต่างกันตามคำแนะนำ | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT
