
มุมมองการลงทุน
ตลาดการลงทุนในเดือนกรกฎาคม 2026 เป็นเดือนของการหมุนเปลี่ยนผู้นำตลาดมากกว่าการถอยออกจากสินทรัพย์เสี่ยง โดยดัชนีหุ้นโลก MSCI AC World Index ปรับตัวลดลงราว -0.3% ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ แทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ -0.1% ขณะที่ดัชนีหุ้นประเทศพัฒนาแล้วนอกสหรัฐฯ (MSCI EAFE) ปรับตัวขึ้นได้ 2.0% สิ่งที่ต่างจากหลายเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญคือผู้นำเดิมกลายเป็นกลุ่มที่ถูกเทขายหนักที่สุด ดัชนี Philadelphia Semiconductor และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดราว 26.7% และ 33.2% ตามลำดับ โดยดัชนี KOSPI ปรับลดลงกว่า 7% ภายในวันเดียวและบันทึกเดือนที่ปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก ส่วนตลาดไต้หวันและญี่ปุ่นปรับฐานลงเกิน 10% ซึ่งต้นเหตุสำคัญมาจากการปิดสถานะของนักลงทุนรายย่อยที่ใช้เงินกู้ margin และกองทุน leverage ETF ในเกาหลีใต้ ในทางกลับกันตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีน้ำหนักธีม AI ต่ำกลับให้ผลตอบแทนเป็นบวก ด้านตราสารหนี้เผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนปลายเส้นโค้งที่ปรับขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้น 20.3% มาปิดเดือนที่ราว 83.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนบรรยากาศการลงทุนในเดือนที่ผ่านมาประกอบด้วยสามเรื่องหลัก เรื่องแรกคือภูมิรัฐศาสตร์ที่พลิกกลับด้าน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง พร้อมความเสี่ยงต่อการเดินเรือในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันดิบขึ้นไปทดสอบระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม และกลบปัจจัยบวกที่ตลาดเคยได้รับจากข้อตกลงหยุดยิงในเดือนก่อนหน้า เรื่องที่สองคือนโยบายการเงิน การประชุมเฟดวันที่ 29 กรกฎาคม มีมติ 9 ต่อ 3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50% – 3.75% โดยกรรมการที่เห็นแย้งทั้งสามท่านสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการแตกเสียงไปในทิศทางเข้มงวดมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 แม้ตัวเลข Core PCE รายเดือนจะออกมาเพียง 0.13% แต่ตลาดพันธบัตรกลับตอบสนองด้วยภาวะเส้นผลตอบแทนชันขึ้น อายุ 30 ปีขยับขึ้นเหนือระดับ 5.1% สวนทางกับอายุ 2 ปีที่ปรับลดลง สะท้อนว่าภาวะการเงินกำลังตึงตัวผ่านกลไกตลาดแทนตัวนโยบายดอกเบี้ยเอง และเรื่องที่สามคือฤดูกาลผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผลลัพธ์ยังแข็งแกร่ง แต่ตลาดเปลี่ยนเกณฑ์การให้คะแนนจากขนาดของงบลงทุนไปสู่ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด
สำหรับทิศทางในเดือนสิงหาคม 2026 เรามองว่าความเสี่ยงหลักของพอร์ตการลงทุนได้เคลื่อนจากฝั่งหุ้นไปสู่ฝั่งอายุตราสาร (Duration) กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมจึงยังคงเน้นตราสารหนี้คุณภาพสูงเป็นแกนหลัก แต่ควรจำกัดอายุเฉลี่ยไว้ในช่วงสั้นถึงปานกลางเพื่อล็อกอัตราผลตอบแทนที่ยังอยู่ในระดับสูง และหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำหนักในตราสารอายุยาวที่ยังเผชิญแรงกดดันจากอุปทานพันธบัตรและภาระดอกเบี้ยของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการถือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างมีวินัยมากขึ้น โดยคัดเลือกบริษัทที่แปลงการลงทุนด้าน AI เป็นรายได้และกระแสเงินสดได้จริงมากกว่าการถือทั้งกลุ่มตามธีม นอกจากนี้การปรับฐานที่รุนแรงของตลาดเอเชียเหนือได้ล้างสถานะที่ใช้เงินกู้ออกไปค่อนข้างมาก จึงเปิดโอกาสให้ทยอยสะสมสำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้ พร้อมกับกระจายน้ำหนักบางส่วนไปยังตลาดยุโรปและอาเซียนที่มีความกระจุกตัวของธีม AI ต่ำกว่า ทั้งนี้เหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามคือถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ Jackson Hole ปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งจะกำหนดทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์ในช่วงที่เหลือของปี
ที่มา: บลจ. อีสท์สปริง วันที่ 10 ส.ค. 2026
สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) สามารถดูพอร์ตการลงทุนได้ตามช่องทางนี้
ผ่านมือถือ/Tablet >> แอปฯ Finnomena ผ่านคอมพิวเตอร์ >> เว็บไซต์ Finnomena สำหรับลูกค้าที่สนใจลงทุนใน Eastspring Dynamic Opportunities (ES-DO) คลิกที่นี่เพื่อสร้างแผนการลงทุน
| โปรดทราบ สำหรับลูกค้าฟินโนมีนาที่ลงทุนใน Finnomena Port และได้รับบทความนี้ แต่ยังไม่ได้รับอีเมลและ/หรือ Notificationในการแจ้งสัดส่วนเงินในการเข้าลงทุน อาจเกิดจาก
1) ท่านอยู่ระหว่างการทำรายการซื้อขายกองทุน ซึ่งทางฟินโนมีนาจะแจ้งเตือนอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการทำรายการซื้อขายเสร็จสิ้น 2) ท่านมีจำนวนเงินลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่แนะนำ หมายเหตุ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะรอรับการแจ้งเตือน ท่านสามารถดูรายละเอียดของพอร์ตการลงทุนที่แนะนำผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของฟินโนมีนาพร้อมปรับพอร์ตเข้าลงทุนได้ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @FINNOMENAPORT |
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนการลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299