
ภาพในอดีตในเรามักจำกันว่าเมื่อ Bond Yield สูงขึ้น ↑ ดอลลาร์จะแข็ง ↑ ทองคำปรับตัวลง ↓
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบนี้ คือ Bond Yield สูงขึ้น ↑ ดอลลาร์อ่อนค่า ↓ ทองคำปรับตัวขึ้นตาม ↑
เพราะตลาดกำลังกังวลกับประเด็น Dollar Debasement หรือสกุลเงินดอลลาร์ด้อยค่า เนื่องจากปัญหาด้านการคลังและหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์
พูดง่าย ๆ ว่า Yield ขึ้น เพราะความเสี่ยงของพันธบัตรสหรัฐฯ มีมากขึ้น ไม่ใช่เพราะดอลลาร์น่าส นใจเลยกดให้ดอลลาร์อ่อนไปด้วย ประกอบกับการที่นักลงทุนหา Safe Haven ใหม่ ซึ่งทองคำสามารถตอบโจทย์ได้ดี
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยการขยายวงเงินรับซื้อคืนพันธบัตรเพื่อเสริมสภาพคล่องตลาด
- เพิ่มวงเงินซื้อคืน 2 เท่า ปรับเพิ่มจากไม่เกิน $2,000 ล้าน เป็นอย่างน้อย $4,000 ล้าน/รอบ
- เน้นพันธบัตรระยะยาว พุ่งเป้าอายุ 10–20 ปี และ 20–30 ปี เพื่อช่วยกลุ่มที่ขาดแคลนผู้ซื้อ
- กรอบเวลาดำเนินงานมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. ถึง 4 พ.ย.
- กลไกอัดฉีดสภาพคล่อง คลังเข้าเป็นผู้ซื้อพันธบัตรรุ่นเก่าคืนเพื่อแก้ปัญหาความตึงตัวในระบบ
แต่กลับช่วยพยุงตลาดเพียงระยะสั้น และสร้างสัญญาณว่ารัฐบาลรับรู้ปัญหาแล้วเท่านั้น เพราะ Bond Yield ยังคงเด้งขึ้นอีกครั้ง จากปัญหาการคลังที่ยังไม่ได้ถูกแก้ไข โดยเฉพาะเรื่อง Fiscal deficit ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นมูลค่าดอลลาร์
ทั้งนี้ แนวโน้มระยะยาวยังขึ้นกับ 4 ตัวแปร ได้แก่
- BUYBACK UPTAKE ซื้อได้เต็มวงเงินหรือไม่
- TERM PREMIUM นักลงทุนยังเรียกผลตอบแทนเพิ่มไหม
- AUCTION ประมูลพันธบัตรใหม่แข็งแรงไหม
- FOREIGN DEMAND ต่างชาติยังซื้อ Treasury หรือไม่
ดังนั้น Yield จะลงยั่งยืน เราต้องเห็น Term Premium และ Real Yield ลดลง
มุมมองทองคำ
ล่าสุด Fund Flow ยังไหลเข้า ETF กลุ่ม Precious Metals สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยในโลหะมีค่าและทองคำเริ่มกลับมาอีกครั้ง
ประกอบกับรัฐบาลจีนยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นฐานซื้อใหญ่ของตลาดทอง และมีเป้าหมายการซื้อเพื่อกระจายทุนสำรองออกจากดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาล
ทั้งหมดจึงยังเป็นปัจจัยหนุนให้แนวโน้มราคาทองคำมีโอกาสวิ่งขึ้นต่อ
คำแนะนำของ Finnomena Funds ในภาพรวมยังมองว่าแรงซื้อจากฝั่งธนาคารกลางทั่วโลกยังดำเนินต่อเนื่องซึ่งเป็น Structural Demand ของทองคำ โดยเฉพาะจีนที่มีการสะสมทองคำเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำลดลง รวมถึงการเริ่มเห็นสัญญาณกลับมาของนักลงทุนรายย่อยซึ่งสะท้อนผ่าน ETF flow ในกลุ่ม Precious Metals ที่พลิกกลับมาเป็น Inflow ในเดือนกรกฎาคม
จึงยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกองทุนทองคำอย่าง K-GOLD-A(A) และกองทุนหุ้นเหมืองทอง A-RING
แต่สำหรับผู้ที่ซื้อกองทุนหุ้นเหมืองทอง A-RING และหุ้นเหมืองเงิน A-SLVP ตามคำแนะนำของ FundTalk Call หรือ Mr.Messenger Call ในช่วงก่อนหน้านี้ แนะนำ Hold โดยให้ถือต่อเพื่อ Let Profit Run! เพราะช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นมาเยอะแล้วกว่า 40% นับจากจุดต่ำสุด
มุมมองต่อตลาดหุ้น
Finnomena Funds แนะนำ Buy ตลาดหุ้น ด้วยเหตุผลหลักในด้านพื้นฐานเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ การที่ดอลลาร์อ่อนบนปัจจัยดังกล่าว ถือว่ายังเป็นปัจจัยหนุนอีกด้านในภาพรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ใน S&P 500 พร้อมกับต้องจับตาการประกาศงบของ Nvidia ในคืนวันพุธนี้ ท่ามกลางควาดคาดหวังของตลาดเรื่องการลงทุน AI Infrastructure
แนะนำ 3 กองทุนสัปดาห์นี้ ได้แก่
K-GTECH ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกที่เติบโตตามเมกะเทรนด์ และแนวโน้มกำไรแข็งแก่ง
M-USEQH ลงทุนหุ้น Big Cap ทั่วอเมริกา เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนี S&P 500
A-ASEMI ลงทุนหุ้น Semiconductor ต้นน้ำในเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT

