เวเนซุเอลาจ่อถอนตัวจาก OPEC
เวเนซุเอลากำลังพิจารณาถอนตัวจากกลุ่ม OPEC ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการพลังงานโลกอย่างมาก เนื่องจากเป็น 1 ใน 5 ประเทศผู้ร่วมก่อตั้งเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว แม้จะยังไม่มีการตัดสินใจเป็นทางการ แต่เรื่องนี้ถูกหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แล้ว ความเคลื่อนไหวนี้ชี้วัดการจัดระเบียบขั้วอำนาจการเมืองและการต่างประเทศครั้งใหม่ในกรุงการากัส นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าควบคุมระบบการค้าส่งออกน้ำมันของประเทศหลังการโค่นอำนาจ นิโคลัส มาดูโร เมื่อต้นปี
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ และผู้นำรักษาการเวเนซุเอลา กำลังเจรจาข้อตกลงประวัติศาสตร์เพื่อให้สหรัฐฯ เข้าถือหุ้นในบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ของเวเนซุเอลา โดยมีตัวเลือกสัญญาเช่าบ่อน้ำมันยาวนานถึง 100 ปี ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนนโยบาย “Donroe Doctrine” ของทรัมป์ ที่เน้นแทรกแซงทางเศรษฐกิจในซีกโลกตะวันตกอย่างเข้มข้น โดยทรัมป์เปรียบเปรยเวเนซุเอลาเสมือนเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ และเดินหน้าครอบครองทรัพยากรต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่เคยทำข้อตกลงกองทุนแร่ธาตุและพลังงานในยูเครน
บทบาทของเวเนซุเอลาใน OPEC ถดถอยลงมากจากมาตรการคว่ำบาตรและวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ จนยอดผลิตน้ำมันเดือนกรกฎาคมลดเหลือเพียง 1.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน การลาออกจึงอาจไม่กระทบราคาปิโตรเลียมในตลาดโลกทันที ท่ามกลางภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การถอนตัวนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศลาออกจากกลุ่มเพียงสี่เดือน ซึ่งยิ่งเพิ่มรอยแตกร้าวต่อเอกภาพและอำนาจต่อรองราคาของกลุ่มที่มีซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำ
ในมุมมองของสหรัฐฯ การพาเวเนซุเอลาออกจาก OPEC จะช่วยปลดล็อกโควตาการผลิต ทำให้การากัสเร่งกำลังการผลิตได้เต็มที่ ตรงกับเป้าหมายของทรัมป์ที่ต้องการเพิ่มอุปทานเพื่อกดราคาน้ำมันโลกและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของคนอเมริกัน สหรัฐฯ คาดหวังสร้างพันธมิตรพลังงานแห่งใหม่ร่วมกับเวเนซุเอลาเพื่อลดบทบาทผูกขาดของ OPEC ทั้งยังเปิดทางให้บริษัทพลังงานข้ามชาติจากสหรัฐฯ เข้าไปลงทุนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานปิโตรเลียมของเวเนซุเอลาได้อย่างเต็มตัวโดยไร้ข้อผูกมัด
นับตั้งแต่กองกำลังสหรัฐฯ ควบคุมตัวมาดูโรและแต่งตั้งประธานาธิบดีรักษาการ เดลซี โรดริเกซ ขึ้นแทน ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศได้เปลี่ยนจากศัตรูสู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิด สหรัฐฯ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและเปิดสถานทูตในกรุงการากัสอีกครั้ง พร้อมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เปิดทางให้ยักษ์ใหญ่อย่าง SLB และ Hunt Oil Co. เข้าเซ็นสัมปทานใหม่ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยกลับเข้าสู่เวเนซุเอลา เพราะมองเป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต

อ้างอิง: Bloomberg