หุ้นเกาหลีใต้ จีน และทองคำปรับฐานพร้อมกัน หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี

วันที่ 28 กันยายน 2026 ดัชนี KOSPI (Korea Composite Stock Price Index) ปรับตัวลง 2.56% มาที่ระดับ 6,899.79 จุด ดัชนี CSI 300 (Shanghai Shenzhen CSI 300 Index) ของตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 2.15% มาที่ระดับ 4,343.63 จุดในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลก ปรับตัวลง 2.09% มาที่ระดับ 4,195.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ต้นตอของแรงกดดันครั้งนี้มาจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่ง Fed มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 โดยให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ต่อเนื่องมาตลอดปี ซ้ำเติมด้วยผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางและมาตรการภาษีนำเข้า ซึ่ง Fed มองว่าไม่ใช่ปัจจัยชั่วคราวอีกต่อไป หลังการประชุม เจ้าหน้าที่ Fed หลายรายส่งสัญญาณ Hawkish ต่อเนื่อง ทำให้โอกาสที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 60-70% จากระดับต่ำกว่า 10% เมื่อเดือนสิงหาคม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2007 และดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน

การปรับเพิ่มขึ้นของ Discount Rate และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงเช่นนี้ กดดันมูลค่าหุ้นกลุ่ม Growth และเทคโนโลยี/เซมิคอนดักเตอร์ที่มี Duration สูงในเกาหลีใต้และจีนโดยตรง

ขณะเดียวกันก็เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลงพร้อมกับหุ้นเสี่ยงในรอบนี้ แทนที่จะทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงตามปกติ

ทั้งนี้ ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่อิหร่านเสนอแผนเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 7 วัน แลกกับการยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ช่วยลดความเสี่ยง Risk Premium ด้านราคาพลังงานได้บ้าง แต่เจ้าหน้าที่ Fed ยังคงย้ำว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจากสงครามยังไม่คลี่คลายเต็มที่ ทำให้ปัจจัยดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดในรอบนี้

ในฝั่งเกาหลีใต้ ตลาดหุ้นเปิดทำการอีกครั้งในวันจันทร์นี้ หลังปิดทำการช่วงเทศกาล Chuseok โดยนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK hynix อย่างหนัก ตามแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น ทำให้ดัชนี KOSPI ที่เคยปรับขึ้นต่อเนื่อง 4 วันก่อนหยุดยาวจนใกล้ระดับ 7,080 จุด ร่วงกลับมาต่ำกว่าระดับ 7,000 จุดที่เป็นแนวจิตวิทยาสำคัญ

ด้านตลาดหุ้นจีน ดัชนี CSI 300 ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน โดย GDP ไตรมาส 2/2026 ขยายตัวชะลอลงมาที่ 4.3% จาก 5.0% ในไตรมาสก่อน ยอดค้าปลีกและ Credit Impulse ยังอ่อนแอ แม้ธนาคารกลางจีนยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม

Finnomena Funds ประเมินว่า แรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี เป็นปัจจัยฉุดรั้งสินทรัพย์เสี่ยงและทองคำไปพร้อมกันในระยะสั้น แต่ยังไม่เปลี่ยนมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานระยะกลางของหลายสินทรัพย์

  • หุ้นเกาหลีใต้ ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Buy จาก Hold มองว่าวงจร AI Capex Cycle และ Semiconductor Export Cycle ของเกาหลีใต้ยังอยู่ในทิศทางสนับสนุน และ EPS Revision ของดัชนี KOSPI ยังเป็นบวก ขณะที่ความเสี่ยงเชิงฤดูกาลของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในเดือนกันยายนที่กดดันมุมมองก่อนหน้านี้เริ่มคลี่คลาย แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านการแข่งขันจาก CXMT และ Korea Margin Buying ที่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยต้นเดือน จึงแนะนำทยอยสะสมกองทุน KT-KOREA
  • หุ้นจีน (A-Shares) ยังคงให้คำแนะนำ Hold เนื่องจาก Earnings และ Macro ของจีนยังไม่สนับสนุนตลาดอย่างชัดเจน อุปสงค์ภายในประเทศและ Credit Impulse ยังอ่อนแอ และ EPS Revision ยังไม่กลับมาเป็นปัจจัยหนุน แม้ China Tech Capex ปี 2026 จะยังแข็งแกร่งแต่ Valuation ของกลุ่ม Hardware Technology ตึงตัว แนะนำคงสัดส่วนการลงทุนในกองทุน FP CNGLOV โดยไม่ปรับเพิ่มน้ำหนักในจังหวะนี้
  • ทองคำ ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Buy จาก Hold มองว่าการที่ราคาทองคำหลุดแนวค่าเฉลี่ย 200 วันในรอบนี้เป็นสัญญาณ Bearish ระยะสั้นที่เกิดจากแรงกดดันของ Bond Yield มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยแรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกซึ่งเป็น Structural Demand ที่สำคัญยังดำเนินต่อเนื่อง และความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านอาจช่วยให้ Bond Yield ปรับลดลงได้ในระยะต่อไป จึงมองว่าการปรับฐานครั้งนี้เป็นจังหวะสะสมเพิ่ม แนะนำกองทุน K-GOLD-A(A) และ A-RING

 

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

tax-saving-funds-2026