
Big Tech AI เพียง 10 บริษัท กำลังครองตลาดหุ้นสหรัฐฯ 42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
หุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 10 บริษัท กำลังมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อย ๆ หลังมูลค่าตลาดรวมกันพุ่งขึ้นแตะระดับ 42% ของมูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับจุดต่ำสุดของตลาดหมีในปี 2022
หุ้น 10 ตัวที่ว่า ประกอบด้วยหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 ได้แก่ Apple, Microsoft, Alphabet, Amazon, Nvidia, Meta และ Tesla รวมถึง Broadcom, Advanced Micro Devices และ Micron Technology ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
ที่น่าสนใจคือข้อมูลจาก BofA Global Research พบว่า ความกระจุกตัวของตลาดหุ้นในยุคฟองสบู่ครั้งสำคัญในอดีต มักขึ้นไปแตะระดับประมาณ 40%
ย้อนดูระดับความกระจุกตัวของตลาดหุ้นในอดีต
- 42% — หุ้น AI Big 10 ในปัจจุบัน
- 41% — กลุ่มเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคม ในยุคฟองสบู่ Dot-Com ปี 2000
- 40% — กลุ่มหุ้น Nifty Fifty ในทศวรรษ 1970
- 36% — กลุ่มสาธารณูปโภค โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมในอดีต
- 44% — ตลาดหุ้นญี่ปุ่นช่วงฟองสบู่ทศวรรษ 1980 เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดหุ้นโลก
- 63% — หุ้นกลุ่มรถไฟสหรัฐฯ ในศตวรรษที่ 19
อีกหนึ่งข้อมูลที่สะท้อนความกระจุกตัวของตลาดได้ชัดเจน คือผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 ที่แตกต่างกันอย่างมากตามวิธีการคำนวณ
ข้อมูลจาก Game of Francs ระบุว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 เป็นต้นมา
- S&P 500 แบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด (Market Cap Weighted) ปรับตัวขึ้น 104%
- S&P 500 แบบให้น้ำหนักหุ้นทุกตัวเท่ากัน (Equal Weighted) ปรับตัวขึ้นเพียง 50%
หมายความว่า S&P 500 แบบปกติให้ผลตอบแทนสูงกว่าแบบ Equal Weighted มากกว่าประมาณ 2 เท่า สะท้อนว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ถูกขับเคลื่อนอย่างมากจากหุ้นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ขณะที่หุ้นตัวอื่น ๆ แม้จะปรับตัวขึ้นเช่นกัน แต่มีผลตอบแทนโดยรวมต่ำกว่าอย่างชัดเจน
อยากซื้อหุ้นสหรัฐฯ แบบเน้น ๆ กระจุกตัวแค่ 10 บริษัทชั้นนำ แนะนำกองทุน TOP11USA ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสจากหุ้น Big Cap โดยคัดเลือกบริษัทขนาดใหญ่ 11 แห่ง ลงทุนแบบเท่า ๆ กันที่สัดส่วนประมาณ 9.09%
Source: BofA Global Research, GFD Finaeon, Bloomberg, Game of Francs
