
รู้จักกองทุน B-GDI จาก บลจ. บัวหลวง ที่มองหาโอกาสสร้างกระแสเงินสดรายเดือน จากแหล่งรายได้ที่หลากหลาย และกระจายไปยังสินทรัพย์ทั่วโลก ตอบโจทย์เป้าหมายการสร้าง Passive Income ระหว่างการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยมี Templeton Asset Management เป็นที่ปรึกษาการลงทุน
เวลาพูดถึงวิธีสร้างรายได้หรือกระแสเงินสดที่จ่ายสม่ำเสมอทุก ๆ เดือน ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงอาจจะมีแค่ดอกเบี้ยจากการฝากธนาคารกับตราสารหนี้ ซึ่งได้ในแง่ของความมั่นคง แต่ให้ผลตอบแทนที่ไม่ได้สูงมากนัก
หรือถ้าจะหันไปสร้างรายได้จากหุ้นปันผลที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ก็มักจะติดปัญหาในเรื่องความถี่ของช่วงเวลาในการจ่ายเงินปันผล ทำให้การบริหารจัดการกระแสเงินสดรายเดือนเป็นไปได้ยาก
เชื่อว่านี่คือปัญหาที่หลายคนเคยเจอ วันนี้เลยจะพามารู้จักกับกองทุน B-GDI ที่จะช่วยให้การสร้างพอร์ตลงทุนเพื่อรับ Passive Income รายเดือน ทำได้ง่ายขึ้น เพราะรวมสินทรัพย์สร้างรายได้จากทั่วโลกมาไว้ในกองเดียว โดยมี Templeton Asset Management เป็นที่ปรึกษาการลงทุน
สรุปกองทุน B-GDI กับโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากหลากหลายแหล่งทั่วโลก
กองทุนเปิดบัวหลวง Global Diversified Income หรือ B-GDI (ความเสี่ยงระดับ 5) เป็น Fund of Funds ที่ออกแบบมาเพื่อโอกาสรับรายได้จากหลากหลายสินทรัพย์ ตั้งแต่ตราสารหนี้ หุ้นปันผล กองทุน REITs และกองทุน Infra พร้อมด้วยกลยุทธ์เสริม เช่น High Yield Bond, Convertible Bond, ELNs (Equity-Linked Notes)
B-GDI มี Templeton Asset Management ผู้เชี่ยวชาญด้าน Multi-Asset ระดับโลก และมีประสบการณ์บริหารพอร์ตแบบ Income มายาวนานกว่า 70 ปี เป็นที่ปรึกษาการลงทุน พร้อมทั้งคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทำให้กองทุนสามารถจัดสรรสินทรัพย์เชิงรุก และปรับน้ำหนักพอร์ตให้ยืดหยุ่นรับมือกับทุกสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
Templeton Asset Management เป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นทั้งหมดโดย Franklin Resources, Inc. หรือที่รู้จักกันในนามกลุ่มบริษัท Franklin Templeton
นอกจากนี้ B-GDI มีกลไกรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption) ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง นั่นคือระหว่างที่เราถือครองหน่วยลงทุนอยู่ กองทุนจะมีโอกาสจ่ายกระแสเงินสดกลับคืนให้ผู้ลงทุนเรื่อย ๆ ซึ่งการรับเงินคืนแบบ Auto Redemption จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา ต่างจาก “เงินปันผล” ที่จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
เจาะพอร์ตกองทุน B-GDI กับ 3 ฟันเฟืองสร้างรายได้
การจัดพอร์ตของกองทุน B-GDI จะกระจายการลงทุนไปยังหลายกองทุน เพื่อครอบคลุมแหล่งของรายได้ที่หลากหลาย และแบ่งบทบาทของแต่ละส่วนอย่างชัดเจน ออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ
- Core Portfolio แกนหลักของพอร์ต ทำหน้าที่สร้างรายได้ และช่วยให้การจัดพอร์ตมีทิศทางชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะลงทุนใน Franklin Income Fund ที่สัดส่วนประมาณ 40%
- Income Diversification ส่วนเสริมรายได้และกระจายความเสี่ยง ผ่านกองทุนเฉพาะทางที่คาดว่าจะลงทุนที่มีหน้าที่ต่างกันเพื่อให้ครอบคลุมแหล่งรายได้ทุกมิติ เช่น Templeton Emerging Markets Dynamic Income Fund, Franklin High Yield Fund, Franklin European Quality Dividend UCITS ETF เป็นต้น
- Growth Opportunity สร้างการเติบโตจากหุ้น โดยเน้นเพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ตจาก Capital Gain ซึ่งคาดว่าจะลงทุนใน Putnam US Research Fund มุ่งรับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้นสหรัฐฯ ในระยะยาว
เมื่อมองผ่านสินทรัพย์ที่กองทุนปลายทางลงทุน พอร์ตประมาณการ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2026 แบ่งเป็น ตราสารหนี้ 52% และตราสารทุน 48% สะท้อนการผสมผสานระหว่างโอกาสรับรายได้กับการเติบโตที่สมดุล
ทั้งนี้ จะมีการพิจารณาปรับพอร์ตเป็นรายเดือน เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด
สรุปจุดเด่นกองทุน B-GDI
1. เป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่คาดหวัง Passive Income เป็นประจำ จากกระแสเงินสดระหว่างการลงทุน โดยมีการรับซื้อคืนอัตโนมัติ (Auto Redemption) เพื่อสร้างสภาพคล่องสำหรับผู้ลงทุน ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง
2. เพิ่มโอกาสสร้างการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว ด้วยการกระจายลงทุนไปยังสินทรัพย์คุณภาพทั่วโลกแบบ Multi-Asset ทั้งตราสารหนี้ หุ้นปันผล กองทุน REITs&Infra รวมไปถึง High Yield Bond, Convertible Bond, ELNs (Equity-Linked Notes) ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างกระแสเงินสด
3. บริหารโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก บลจ. บัวหลวง และมี Templeton Asset Management เป็นที่ปรึกษาการลงทุน เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลพอร์ตให้อย่างเป็นระบบ หรือผู้ที่ไม่ได้มีเวลาติดตามตลาดอย่างต่อเนื่อง อยากตัดความยุ่งยากในการเลือกสินทรัพย์ และไม่ต้องเลือกลงทุนในหลาย ๆ กองทุน
กองทุน B-GDI เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 3 – 10 พฤศจิกายน 2026 โดยกองทุนมีค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) อยู่ที่ 0.8025% ต่อปี และโปรโมชันพิเศษ ลงทุนในช่วง IPO ปรับลดค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) อยู่ที่ 0.50%
เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำ ด้วยเงินลงทุนเพียง 500 บาท
ซื้อได้เลยที่แอปฯ Finnomena
– > B-GDI
สนับสนุนโดย บลจ. บัวหลวง
แหล่งข้อมูล: เอกสารแนะนำกองทุน บลจ. บัวหลวง
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนไม่มีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ


