ลดหย่อนภาษีอย่างมีกลยุทธ์ เทียบ 4 กองทุนเด่น ทั้งเปิดเกมรุกและเสริมเกมรับ จาก บลจ. กสิกรไทย

แนะนำกองทุนลดหย่อนภาษีจาก บลจ. กสิกรไทย ได้แก่ กองทุนหุ้นเทคโนโลยี K-GTECHRMF, กองทุนหุ้นโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก K-GIFRMF, กองทุนตราสารหนี้โลก K-GDBONDRMF และกองทุนตราสารหนี้ไทยยั่งยืน K-ESGBF-ThaiESG ไม่ว่าจะเปิดเกมรุกเพื่อคว้าโอกาสเติบโต หรือเน้นตั้งรับสร้างความมั่นคง ก็ตอบโจทย์ไปกับทุกเป้าหมายของคุณ

การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษี ต้องมองมากกว่าแค่ประหยัดภาษีในแต่ละปี เพราะเงินก้อนใน RMF และ Thai ESG สามารถต่อยอดความมั่งคั่งในระยะยาว ด้วยสไตล์การลงทุนแบบเปิดเกมรุก รวมทั้งยังช่วยเสริมความมั่นคงให้กับพอร์ตการลงทุน ผ่านรูปแบบการลงทุนที่เน้นตั้งรับแข็งแกร่ง

วันนี้เราจะพามาดูวิธีการจัดแผนลงทุนที่แบ่ง Tactic ออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน ทั้งเกมรุกและเกมรับ พร้อมเจาะลึกกองทุนแนะนำที่ Finnomena Funds คัดมาให้แล้วสำหรับปี 2026 

“เปิดเกมรุก คว้าโอกาสเติบโต ผ่านกองทุนที่มุ่งสร้างโอกาสเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ และได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยี”

1. กองทุน K-GTECHRMF ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก 

กองทุนเปิดเค โกลบอล เทคโนโลยี หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ K-GTECHRMF (ระดับความเสี่ยง 7) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก Threadneedle (Lux) Global Technology เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกที่เป็น Megatrend และธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI จำนวน 50-75 ตัว

ลดหย่อนภาษีอย่างมีกลยุทธ์ เทียบ 4 กองทุนเด่น ทั้งเปิดเกมรุกและเสริมเกมรับ จาก บลจ. กสิกรไทย

ภาพรวม Top Holdings ของกองทุนหลัก
ที่มา: KAsset, Fund Fact Sheet (Master Fund) ณ กันยายน 2026 / สัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ของกองทุนหลักอาจเปลี่ยนแปลงได้

สรุปจุดเด่นที่น่าสนใจ

  1. กองทุนหลักใช้กลยุทธ์ GARP (Growth at a Reasonable Price) คัดสรรหุ้นเติบโตสูงที่ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยกองทุนหลักมีอัตราส่วน P/E ที่ 23 เท่า ต่ำกว่า MSCI World IT 10/40 ที่ 34 เท่า (ที่มา: Columbia Threadneedle Investments as of  30 ก.ย. 2026)
  2. มีทีมบริหารพอร์ตที่เชี่ยวชาญในหุ้นเทคโนโลยี บริหารจัดการโดย ‘Paul Wick’ ซึ่งเป็น Lead Portfolio Manager มาตั้งแต่ปี 1990 ช่วยให้กระบวนการลงทุนมีความสม่ำเสมอข้ามวัฏจักรเทคโนโลยีหลายรอบ
  3. กองทุนนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่เห็นศักยภาพการเติบโตของการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยสามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นได้

 

สนใจกองทุน K-GTECHRMF
คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

2. กองทุน K-GIFRMF ลงทุนในหุ้นโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก

กองทุนเปิดเค โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ K-GIFRMF (ระดับความเสี่ยง 6) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก Wellington Enduring Infrastructure Assets Fund เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก (Global Infrastructure) ครอบคลุมธุรกิจไฟฟ้า น้ำ โทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่น ๆ ประมาณ 30-40 ตัว

ลดหย่อนภาษีอย่างมีกลยุทธ์ เทียบ 4 กองทุนเด่น ทั้งเปิดเกมรุกและเสริมเกมรับ จาก บลจ. กสิกรไทยลดหย่อนภาษีอย่างมีกลยุทธ์ เทียบ 4 กองทุนเด่น ทั้งเปิดเกมรุกและเสริมเกมรับ จาก บลจ. กสิกรไทย

ภาพรวม Top Holdings ของกองทุนหลัก
ที่มา: KAsset, Fund Fact Sheet (Master Fund) ณ กันยายน  2026 / สัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ของกองทุนหลักอาจเปลี่ยนแปลงได้

สรุปจุดเด่นที่น่าสนใจ

  1. โครงสร้างรายได้มั่นคง รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจ จากการลงทุนครอบคลุมกลุ่มบริษัทที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ทางกายภาพที่มีอายุการใช้งาน ยาวนาน (Long-lived Physical Assets) มีรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ แบ่งออกเป็น 4 แกนหลัก ได้แก่ สาธารณูปโภค, การขนส่ง, พลังงานขั้นกลาง และโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร
  2. มีสไตล์การบริหารแบบไม่อิงดัชนีชี้วัด (Benchmark Agnostic) จึงเน้นน้ำหนักในบริษัทที่ทีมงานมีความมั่นใจสูง (High Conviction) ได้เต็มที่ ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างจากผลตอบแทนส่วนเพิ่มเหนือตลาด (Alpha)
  3. กองทุนนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว รวมถึงใช้สำหรับกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังโครงสร้างพื้นฐาน ท่ามกลางความกังวลต่อ Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง โดยสามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นได้

 

สนใจกองทุน K-GIFRMF
คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


“เสริมเกมรับ กระจายความเสี่ยงให้พอร์ต กับกองทุนที่ให้ความสำคัญกับการลดความผันผวน เน้นผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ผ่านสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้”

3. กองทุน K-GDBONDRMF ลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภททั่วโลก

กองทุนเปิดเค โกลบอล ไดนามิก บอนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ K-GDBONDRMF (ระดับความเสี่ยง 5) มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ที่ลงทุนในตราสารหนี้ได้หลากหลายประเภททั่วโลก โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้ (Income) อย่างสม่ำเสมอ 

ลดหย่อนภาษีอย่างมีกลยุทธ์ เทียบ 4 กองทุนเด่น ทั้งเปิดเกมรุกและเสริมเกมรับ จาก บลจ. กสิกรไทยภาพรวม Top Holdings ของกองทุนหลัก
ที่มา: KAsset, Fund Fact Sheet (Master Fund) ณ กันยายน 2026 / สัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ของกองทุนหลักอาจเปลี่ยนแปลงได้

สรุปจุดเด่นที่น่าสนใจ

  1. ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลก ด้วยจุดเด่นที่การลงทุนแบบเชิงรุก (Active) ผู้จัดการกองทุนหลักสามารถปรับสัดส่วนพอร์ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดได้อย่างอิสระ เพื่อสร้างผลตอบแทนเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอ ภายใต้ความผันผวนที่ต่ำ 
  2. บริหารกองทุนโดย PIMCO Asset Management บริษัทจัดการกองทุนที่มีชื่อเสียงด้านกองทุนตราสารหนี้มาอย่างยาวนาน และในอดีตกองทุนหลักสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีชี้วัด 9 จาก 10 ปีที่ผ่านมา (ที่มา: PIMCO GIS Income Fund ณ 31 สิงหาคม 2026 / ดัชนีชี้วัด Bloomberg US Agg Index วัดผลตอบแทนปีปฏิทิน 2016-2025)
  3. กองทุนนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ต ผ่านตราสารหนี้คุณภาพทั่วโลก

 

สนใจกองทุน K-GDBONDRMF
คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

4. กองทุน K-ESGBF-THAIESG ลงทุนในตราสารหนี้ไทยยั่งยืน

กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ ESG หรือ K-ESGBF-ThaiESG (ระดับความเสี่ยง 4) มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน โดยกระจายการลงทุนผ่านหุ้นกู้เอกชน 30–70% ที่มีส่วนต่างเครดิต (Credit Spread) 

ลดหย่อนภาษีอย่างมีกลยุทธ์ เทียบ 4 กองทุนเด่น ทั้งเปิดเกมรุกและเสริมเกมรับ จาก บลจ. กสิกรไทย

ตัวอย่างพอร์ตการลงทุนกองทุน K-ESGBF-ThaiESG
ที่มา: KAsset, Fund Fact Sheet  ณ  กันยายน 2026 / สัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ของกองทุนอาจแตกต่างจากข้อมูลที่แสดงได้

สรุปจุดเด่นที่น่าสนใจ

  1. เน้นลงทุนในตราสารหนี้กลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ขึ้นไป ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐ และกระจายการลงทุนในหุ้นกู้เอกชน 30-70% เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากส่วนต่างเครดิต (Credit Spread)
  2. พอร์ตการลงทุนมีดูเรชั่นเฉลี่ยปานกลางที่ 3-7 ปี ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด และมีโอกาสได้รับผลกระทบเชิงลบน้อยกว่าพอร์ตที่ดูเรชั่นยาวกว่า
  3. กองทุนนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลดความผันผวนของพอร์ต ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้ไทย โดยเน้นสร้างความมั่นคงเป็นหลัก

 

สนใจกองทุน K-ESGBF-ThaiESG
คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

สุดท้ายนี้ลองพิจารณากองทุนที่สนใจ แล้วเลือก Tactic ให้เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพราะเมื่อพิจารณาทั้ง 4 กองทุน จะเห็นว่ามีจุดเด่นที่แตกต่างกัน 

สำหรับผู้ที่ต้องการเปิดเกมรุก K-GTECHRMF และ K-GIFRMF เป็น 2 ทางเลือกที่เปิดโอกาสเติบโตไปกับหุ้นเทคโนโลยีและธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ซึ่งต่างมีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว

แต่หากต้องการเสริมเกมรับ K-GDBONDRMF และ K-ESGBF-THAIESG ก็เป็นทางเลือกสำหรับการกระจายลงทุนในตราสารหนี้ โดยกองแรกมีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่นของการลงทุนในตลาดโลก ส่วนกองที่สองเน้นคุณภาพเครดิตของตราสารหนี้ ESG ในประเทศ 

ศึกษาข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่


สนับสนุนโดย บลจ. กสิกรไทย

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ Thai ESG กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้ยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต สิทธิประโยชน์ทางภาษีขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของกรมสรรพากรซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนการลงทุน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | บางกองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
tax-saving-funds-2026