กองทุน KF-SP500M และ KF-SP500MFX

โอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ผ่านกองทุน KF-SP500M และ KF-SP500MFX  จาก บลจ.กรุงศรี ด้วยกลยุทธ์ Momentum Investing เลือกหุ้นประมาณ 100 ตัวในดัชนี S&P 500 ที่มีแนวโน้มราคาเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง

ทุกคนรู้จัก S&P 500 กันดีในฐานะตัวแทนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการลงทุนที่เข้าใจง่าย ช่วยกระจายความเสี่ยง และเติบโตไปพร้อมกับตลาดในภาพรวม เพราะถือเป็นแหล่งรวมบริษัทระดับโลก ครอบคลุมทั้งหุ้นเติบโต (Growth) และหุ้นคุณค่า (Value)

แต่หากใครที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการ “ชนะตลาด” มากกว่าซื้อทั้งดัชนีแบบกลาง ๆ วันนี้อยากพามารู้จักกับกองทุน KF-SP500M และ KF-SP500MFX ที่ใช้กลยุทธ์ Momentum Investing ค้นหาเฉพาะหุ้นผู้ชนะใน S&P 500 

Momentum Investing คืออะไร ช่วยให้มีโอกาสชนะตลาดได้ยังไง ?

Source: บลจ.กรุงศรี, Invesco as of Apr 2026

การลงทุนแบบ Momentum เป็นกลยุทธ์ที่ใช้การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น (Price-Based Factor) เป็นปัจจัยหลักในการลงทุน โดยเชื่อว่าหุ้นที่วิ่งเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา จะยังมีแรงส่งต่อเนื่องในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะเวลาข้างหน้า

เปรียบให้เห็นภาพ ถ้า S&P 500 คือการกว้านซื้อหุ้นใหญ่ของสหรัฐฯ ยกทีม กองทุนสไตล์ S&P 500 Momentum ก็เหมือนการเลือกเฉพาะผู้เล่นที่ฟอร์มกำลังดีที่สุดมาเข้าพอร์ต

จุดเด่นของกลยุทธ์ Momentum คือ ช่วยเราตัดอคติในแง่ปัจจัยพื้นฐาน ไม่ยึดติดกับสไตล์การลงทุนสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง และสามารถเกาะกระแสเมกะเทรนด์หรือแนวโน้มระยะยาวที่แข็งแกร่งได้ดี นอกจากนี้ Momentum มักมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น Value, Size, Yield ในระดับต่ำ ทำให้ช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตได้ด้วย

KF-SP500M และ KF-SP500MFX ลงทุนกับหุ้นผู้นำใน S&P 500 Momentum

กองทุนหลักของ KF-SP500M และ KF-SP500MFX
Source: บลจ.กรุงศรี as of Jul 2026

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนตามแนวคิด Momentum ในดัชนี S&P 500 ปัจจุบันมี 2 ทางเลือกการลงทุน คือ 

  1. กองทุนเปิดกรุงศรี S&P 500 Momentum หรือ KF-SP500M เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน เนื่องจากกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  2. กองทุนเปิดกรุงศรี S&P 500 Momentum FX หรือ KF-SP500MFX เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงค่าเงินได้ และต้องการโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นหากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า เนื่องจากกองทุนไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

 

กองทุน KF-SP500M และ KF-SP500MFX มีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco S&P 500® Momentum ETF (SPMO) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งจะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500® Momentum 

โดยมีกระบวนการลงทุนแบบ Rule-based คัดหุ้นที่มี Momentum Score สูงสุด ผ่านการออกแบบมาเพื่อคัดสรรผู้นำตลาดอย่างเป็นระบบ ดังนี้

  1. เริ่มต้นจากหุ้นทั้งหมดในตะกร้าดัชนี S&P 500  
  2. คำนวณ Momentum Score ของหุ้นแต่ละตัว จากผลตอบแทนย้อนหลัง 12 เดือน
  3. ปรับค่าความเสี่ยง โดยหารด้วยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของราคาหุ้นรายวัน
  4. คัดเลือกหุ้นกลุ่มบนสุด 20% ที่มีคะแนน Risk-adjusted Momentum สูงที่สุด
  5. มีการปรับสัดส่วนการลงทุน (Rebalance) ทุก 6 เดือน เพื่อให้เกาะไปกับกลุ่มหุ้นผู้นำตลาดในแต่ละช่วงเวลา

Source: บลจ.กรุงศรี, Invesco as of Mar 2026

พอร์ตกองทุนหลัก ปัจจุบันมีสัดส่วนหุ้นกลุ่ม AI Leaders ค่อนข้างสูง เพื่อเกาะไปกับกระแสหลักในธีม AI Infrastructure และ Semiconductor แต่ก็เริ่มเห็นการกระจายตัวไปยังกลุ่ม Healthcare, Energy และ Industrials เพิ่มมากขึ้น

ผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

Source: บลจ.กรุงศรี, Bloomberg as of Jun 2026

ความน่าสนใจก็คือ ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา กลยุทธ์การลงทุนแบบ Momentum Investing ของ Invesco S&P 500® Momentum ETF (SPMO) สร้างผลตอบแทนสะสมเหนือกว่าดัชนีอ้างอิงได้ถึง 240% โดดเด่นทั้งในภาพระยะสั้นที่ตลาดมีผู้นำชัดเจน และภาพระยะยาวตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

Source: บลจ.กรุงศรี, Morningstar Direct, Invesco as of Jun 2026

เปรียบเทียบสถิติผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีระหว่าง SPMO กับ S&P 500

  • ย้อนหลัง 1 ปี: SPMO =  22.33% vs S&P 500 = 17.80%
  • ย้อนหลัง 3 ปี: SPMO = 28.41%vs S&P 500 = 18.35%
  • ย้อนหลัง 5 ปี: SPMO = 17.51% vs S&P 500 = 12.07%
  • ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (พ.ย. 2558 – มี.ค. 2569): SPMO = 16.48% vs S&P 500 = 13.56%

*ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

สรุปจุดเด่น กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?

  1. โอกาสเติบโตไปกับหุ้นผู้นำในตลาด ด้วยกลยุทธ์ Momentum Investing เน้นเกาะเทรนด์แนวโน้มราคาขาขึ้น ยืดหยุ่นสูง ไม่ยึดติดกับสไตล์หุ้น เมื่อกระแสโลกเปลี่ยน ก็พร้อมปรับตามในแต่ละช่วงเวลา
  2. กองทุนหลัก Invesco S&P 500® Momentum ETF บริหารโดย Invesco บริษัทจัดการลงทุนชั้นนำระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Smart Beta และ ETF  
  3. ประวัติผลการดำเนินงานในอดีตที่แข็งแกร่งเหนือกว่า S&P 500 ทั้งในด้านผลตอบแทนโดยรวม และผลตอบแทนเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยง สะท้อนถึงการปรับพอร์ตตามทิศทางตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Core Portfolio สำหรับถือระยะยาว ทดแทนการลงทุนในดัชนี S&P 500 แบบดั้งเดิม เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนของพอร์ตในระยะเวลาการลงทุนตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
  5. สามารถใช้เป็นทางเลือกการลงทุนแบบเก็งกำไร Tactical Allocation ในช่วงที่ตลาดมีการกระจุกตัวของผลตอบแทนอยู่ในหุ้นผู้นำ หรือเห็นแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนในบางอุตสาหกรรม

 

อย่างไรก็ตาม การที่กองทุนมุ่งเน้นการลงทุนตามปัจจัย Momentum และถือหุ้นเพียงประมาณ 100 บริษัท ดังนั้น อาจมีความผันผวนสูงกว่าตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่แนวโน้มตลาดเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว

สนใจกองทุน KF-SP500M

ลงทุนได้เลยที่ Finnomena คลิก

สนใจกองทุน KF-SP500MFX

ลงทุนได้เลยที่ Finnomena คลิก


สนับสนุนโดย บลจ.กรุงศรี

แหล่งข้อมูล: เอกสารแนะนำกองทุน บลจ.กรุงศรี, ข้อมูลกองทุน

  • คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | 
  • กองทุน KF-SP500M ป้องกันความเสี่ยงตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุน KF-SP500MFX ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จึงมีความเสี่ยงสูงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
Mid Year Outlook 2026