
เจาะลึกกองทุน M-MEM* จาก บลจ. เอ็มเอฟซี ลงทุนในหุ้นหน่วยความจำ Memory Chip ที่กำลังก้าวเข้าสู่ Supercycle รอบใหม่ และเป็นหัวใจสำคัญของยุคทองในอุตสาหกรรม AI
*กองทุนรวมที่เสนอขายเฉพาะผู้มีเงินลงทุนสูง กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุนป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (fully hedged) การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง อาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุน โดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2022 โลกได้รู้จัก ChatGPT และเพียงเวลาไม่นาน Generative AI ก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่ม Big Tech Hyperscalers ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อสร้าง Data Center และกวาดซื้อชิปประมวลผล GPU สำหรับรันโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้นทุกวัน
นี่คือคลื่นลูกแรกแห่งยุคทอง AI บริษัทผู้ผลิตชิป GPU เช่น NVIDIA, AMD, TSMC ต่างเติบโตอย่างร้อนแรง เพราะเป็นมันสมองของ AI ที่ทำหน้าที่คิด วิเคราะห์ ประมวลผล
ในวันนี้… คลื่นลูกถัดไปของ AI ถูกมองว่าคือ Memory Chip หรือ ชิปหน่วยความจำ ซึ่งเปรียบเสมือนพื้นที่เก็บความจำขนาดใหญ่ที่ช่วยให้สมองทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพ พูดง่าย ๆ ว่าต่อให้ AI จะฉลาดแค่ไหน GPU จะแรงเพียงใด แต่ถ้าไม่มี Memory ที่เพียงพอ ทุกอย่างก็สะดุดลงได้
Memory Supercycle การเติบโตครั้งใหญ่ของชิปหน่วยความจำ
Source: MFC Asset Management
ปกติแล้ว Memory Chip เป็นอุตสาหกรรมที่มีวัฏจักรขึ้นลง (Cyclical) ตามยอดขายสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อเข้าสู่ยุค AI Infrastructure ความต้องการชิปหน่วยความจำก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป กลายเป็น Supercycle ที่ลากมายาวนานหลายปี
เราสามารถแบ่งประเภทของ Memory Chip ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
Source: MFC Asset Management, Counterpoint Research Memory Tracker & Forecast, Q2 2025
1. กลุ่ม DRAM ทำหน้าที่เป็นความจำระยะสั้นความเร็วสูง ช่วยให้ระบบทำงานได้ลื่นไหล และต้องใช้ไฟฟ้าเลี้ยงตลอดเวลาเพื่อรักษาข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีชิปประเภท HBM (High Bandwidth Memory) ที่นำชิปมาวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ แล้วเชื่อมต่อกับ GPU โดยตรง ทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นหลายเท่าตัว เหมาะกับงาน AI , Data Center, Supercomputer
การเติบโตในยุค AI: มีผู้เล่น Top 3 ครองตลาดถึง 93% (Samsung, SK Hynix, Micron) จึงคุมได้ทั้ง Supply และ Margin ท่ามกลางการขาดแคลนของ HBM ถึงปี 2028 จาก AI Demand โตเร็วกว่ากำลังผลิต
2. กลุ่ม NAND Flash ทำหน้าที่เป็นคลังเก็บข้อมูลระยะยาวแบบไม่มีไฟฟ้า นิยมใช้ใน SSD, USB และหน่วยความจํามือถือ เนื่องจากมีความทนทาน และต้นทุนต่อความจุต่ำกว่าแบบอื่น ๆ
การเติบโตในยุค AI: กลุ่ม NAND และ Storage คาดจะมีมูลค่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามเทรนด์การนำ AI มาใช้งานจริง ซึ่งต้องพึ่งพาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดมหึมา ส่งผลต่อความต้องการ Storage ใน AI Server และล่าสุดปี 2026 มีการปรับขึ้นราคา NAND ถึง 33-38% ในไตรมาสเดียว
M-MEM คัดหุ้น Memory Chip ชั้นนำทั่วโลก
กองทุน M-MEM หรือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย ความเสี่ยงระดับ 7 มีนโยบายการลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจหรือมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจจากเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำ (Semiconductor & Memory Technology) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสําคัญของ AI Ecosystem รวมถึงรับประโยชนจากการเติบโตตาม Memory Supercycle

กลยุทธ์ของกองทุน ใช้แนวทาง High Conviction Strategy เฟ้นเฉพาะหุ้นที่เป็นผู้ชนะและทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรม Memory Chip เพียง 7–10 บริษัท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ใหญ่กว่า $50,000 ล้าน
การบริหารพอร์ต จะจัดสรรนํ้าหนักลงทุนเพื่อหา Risk-adjusted return ที่เหมาะสมที่สุด กําหนดน้ำหนักของหุ้นรายตัวไม่เกิน 15% และติดตามผลประกอบการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ปรับพอร์ตการลงทุน (Rebalance) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต ค่อนข้างสมดุลในหลากหลายกลุ่ม Memory Chip ทั่วโลก ประกอบด้วย
- Samsung Electronics และ SK Hynix สองยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ผู้ครองตลาด DRAM และ HBM
- Micron Technology ผู้นำและผู้ครองตลาด DRAM และ HBM ในธุรกิจชิปหน่วยความจำจากฝั่งสหรัฐฯ
- Kioxia Holdings บริษัทญี่ปุ่นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีหน่วยความจำ NAND Flash
- Intel เจ้าตลาดชิปประมวลผล CPU และกำลังรุกเข้าสู่ธุรกิจรับจ้างผลิตชิป
- SanDisk ผู้เชี่ยวชาญด้าน Flash Storage
ซื้อหุ้น Memory Chip ตอนนี้ แพงไปหรือยัง ?
คำถามสำคัญก็คือ การเข้าลงทุนหุ้น Memory Chip ในเวลานี้ แพงไปหรือยัง ? ลองมาวิเคราะห์ข้อมูลกันทีละประเด็น

Source: MFC Asset Management, Bloomberg as of 27 Apr 26

ประเด็นที่ 1: กำไรยังโตตามราคาหุ้น
คาดอัตรากำไรกลุ่ม Memory ปี 2026 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 76–80% หลังจากเคยขาดทุนหนักช่วงปี 2023 แต่การกำไรของอุตสาหกรรมฟื้นแรงแบบ V-shape สะท้อนว่าราคาหุ้นเติบโตโดยมีพื้นฐานรองรับ เพราะปัจจุบัน Memory Chip เป็นตลาดที่มีผู้เล่นน้อยราย ทำให้มีอำนาจควบคุมราคาขายและปริมาณผลิตเพื่อรักษาอัตรากำไร
ประเด็นที่ 2: Valuation ไม่ได้แพงสุดโต่ง
เมื่อเทียบกับการเติบโต พบว่า PEG Ratio (Price/Earnings-to-Growth) ของหุ้นผู้นำกลุ่ม Memory Chip ระหว่างปี 2026-2027 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1 หมายความว่าหุ้นยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับการเติบโต (Undervalued) แม้ว่าจะวิ่งขึ้นมาแรง แต่ก็ยังไม่ได้แพงเกินจริง
ประเด็นที่ 3: โอกาสครั้งใหญ่จากการเข้าสู่ยุค AI Inference
อุตสาหกรรมนี้ยังมีโอกาสไปได้อีกไกล หลังเม็ดเงินไหลเข้าฝั่ง AI Training ไปแล้ว ส่งผลให้ชิป DRAM / HBM เป็นที่ต้องการมหาศาล นอกจากนี้ ยังมีคลื่นลูกใหม่คือ AI Inference หรือการนำ AI ไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งเน้นการสร้างข้อมูลจำนวนมากและตอบสนอง Real-time จึงมีโอกาสที่ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) และ Memory Chip ประเภท NAND / SSD / HDD จะถึงเวลาเติบโตก้าวกระโดด
สรุปจุดเด่น M-MEM กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?
1. เกาะเทรนด์ AI ต้นน้ำ ด้วยการลงทุนเน้น ๆ ในหุ้น Memory Chip ที่กำลังเข้าสู่ Supercycle จากแรงหนุนทั้งฝั่งความต้องการเติบโตก้าวกระโดด (Demand Explosion) ปริมาณการผลิตถูกควบคุมจากผู้เล่นไม่กี่ราย (Supply Constrained) และอำนาจกำหนดราคา (Pricing Power)
2. เป็นกองทุนที่ลงทุนตรงในธีม Memory Chip โดยเฉพาะ พร้อมกับการคัดหุ้นกระจุกตัว 7-10 บริษัท ในกลุ่มผู้เล่นยักษ์ใหญ่ที่คุมตลาดเบ็ดเสร็จ
3. เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระดับสูงจากธีมเทคโนโลยีเฉพาะทาง และสามารถรับความเสี่ยงจากความผันผวนของอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ ควรจัดวางเป็นส่วน Thematic Satellite Port เพื่อคาดหวังผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) จากวัฏจักรขาขึ้น
สำหรับกองทุน M-MEM กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500,000 บาท และขั้นต่ำสำหรับการลงทุนครั้งถัดไป 1,000 บาท เป็นกองทุนที่เสนอขายเฉพาะผู้มีเงินลงทุนสูง
สนใจกองทุน M-MEM
ลงทุนได้เลยที่ Finnomena คลิก
สนับสนุนโดย บลจ. เอ็มเอฟซี
แหล่งข้อมูล: เอกสารแนะนำกองทุน บลจ. กสิกรไทย, ข้อมูลกองทุนหลัก Capital Group New Economy Fund
คำเตือน: กองทุนรวมที่เสนอขายเฉพาะผู้มีเงินลงทุนสูง กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวน (Fully Hedged) ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ



