
วางแผนอย่างไรให้เงินมีโอกาสเติบโตพอใช้ตลอดชีวิต ในโลกที่อายุยืนขึ้น !? แนะนำกองทุน UPRERMF และ UPOSTRMF จาก บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) ที่รองรับเป้าหมายชีวิตทั้งก่อนและหลังเกษียณ ปรับพอร์ตอัตโนมัติตามช่วงวัยที่เปลี่ยนไป
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้้นเรื่อย ๆ และทุกวันนี้เราเริ่มพูดถึงการมีชีวิตยืนยาวถึง 90-100 ปี เวลาที่ใช้ชีวิตหลังเกษียณก็นานขึ้นเช่นกัน หากเกษียณตอนอายุ 60 ปี แปลว่าเราอาจต้องวางแผนการเงินให้มีโอกาสเติบโตเพียงพอไปอีก 30 ปีทีเดียว โดยที่ไม่มีรายได้จากการทำงานเหมือนที่ผ่านมา
โจทย์ของวันนี้จึงไม่ใช่แค่ “ต้องเก็บเงินเกษียณเท่าไร” แต่กลายเป็น “จะบริหารเงินก้อนยังไงให้มีโอกาสมีรายได้เพียงพอตลอดชีวิต” เมื่ออายุยืนขึ้น ค่าครองชีพแพงขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บทความนี้จะพามารู้จัก 2 กองทุนจาก บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) ซึ่งออกแบบกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะกับการวางแผนเพื่อวัยเกษียณแบบครบทั้งช่วงก่อนเกษียณ (Pre-Retirement) และชีวิตหลังเกษียณ (Post-Retirement) ที่ง่ายและจบในที่เดียว
1. กองทุน UPRERMF เพิ่มโอกาสสะสมความมั่งคั่ง เตรียมความพร้อม 10-15 ปี ก่อนเกษียณ
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด พรี สตราทีจิค กลายด์-พาธ ฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ UPRERMF (ความเสี่ยงระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก T. Rowe Price Funds SICAV – Retirement Allocation Fund – 2 (Class A10 (USD)) เน้นเพิ่มโอกาสสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยกองทุนหลักมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนประมาณ 65% และตราสารหนี้ 35% ของ NAV นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
เหมาะกับผู้ลงทุนที่อยู่ในช่วง Pre-Retirement สำหรับเตรียมความพร้อม 10-15 ปี ก่อนเกษียณ ซึ่งเน้นเป้าหมายการเพิ่มโอกาสสะสมมูลค่าของเงินลงทุน เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อถึงวัยเกษียณ
จุดเด่นของกองทุน UPRERMF คือ การให้ความสำคัญกับการสะสมเข้าพอร์ตในช่วงแรกและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนทบต้น ก่อนจะทยอยปรับลดความเสี่ยงของพอร์ตอัตโนมัติเมื่อเวลาผ่านไป เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเกษียณที่ใกล้เข้ามา
ดูรายละเอียดกองทุน UPRERMF คลิกเลย
2. กองทุน UPOSTRMF เพิ่มโอกาสสร้างกระแสเงินสด รองรับชีวิต 10-15 ปี หลังเกษียณ
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โพส สตราทีจิค กลายด์-พาธ ฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ UPOSTRMF (ความเสี่ยงระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก T. Rowe Price Funds SICAV – Retirement Allocation Fund – 1 (Class A10 (USD)) เน้นเพิ่มโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนและรายได้อย่างสม่ำเสมอ โดยกองทุนหลักมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนประมาณ 51% และตราสารหนี้ 49% ของ NAV นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
เหมาะกับผู้ลงทุนที่อยู่ในช่วง Post-Retirement คือวัยเกษียณ หรืออยู่ในช่วงประมาณ 10-15 ปี หลังเกษียณ ซึ่งเน้นเพิ่มโอกาสการสร้างกระแสเงินสดให้สอดคล้องกับเป้าหมายการใช้ชีวิต
จุดเด่นของกองทุน UPOSTRMF คือ การรักษาสมดุลระหว่างการบริหารความผันผวนกับโอกาสเติบโตของเงินก้อนหลังเกษียณ ซึ่งกองทุนจะปรับลดความเสี่ยงลงตามช่วงอายุ เพื่อให้มีโอกาสสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ รองรับความจำเป็นในช่วงทยอยใช้เงินหลังเกษียณ
ดูรายละเอียดกองทุน UPOSTRMF คลิกเลย
ปรับพอร์ตตามช่วงชีวิตอัตโนมัติด้วยกลยุทธ์ Lifecycle Glide Path 
Source: T. Rowe Price, UOBAM as of June 2026
ทั้ง 2 กองทุนลงทุนผ่านกองทุนหลักที่บริหารจัดการโดย T. Rowe Price ผู้เชี่ยวชาญด้าน Retirement Solutions มากกว่า 20 ปี และกองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Fund of Funds ผ่านการลงทุนแบบ Multi-Asset ในหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลก
โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่กลยุทธ์ Lifecycle Glide Path ปรับพอร์ตตามช่วงชีวิตอัตโนมัติ เน้นการเติบโตในช่วงต้น และค่อย ๆ ลดความเสี่ยงเมื่อใกล้เกษียณ ช่วยให้ผู้ลงทุนไม่ต้องจับจังหวะตลาดเอง ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม ไม่ได้มองแค่ภาวะตลาด แต่รวมถึงพฤติกรรมผู้ลงทุน (Behavioral Risk) อายุที่ยืนขึ้น (Longevity Risk) เงินเฟ้อ (Inflation Risk) และความผันผวน เพื่อให้พอร์ตมีโอกาสอยู่รอดได้ในระยะยาว
Source: T. Rowe Price, UOBAM as of June 2026
จะเห็นว่าสิ่งที่น่าสนใจของกองทุน UPRERMF และ f{UPOSTRMF} ไม่ได้อยู่ที่การจัดสมดุลระหว่างหุ้นกับตราสารหนี้เท่านั้น แต่อยู่ที่การออกแบบกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทั้งเวลา ชีวิต และความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป ออกแบบเป็น Retirement Journey Solution ที่ครอบคลุมทั้งช่วง “สร้าง” และ “ใช้” ได้ครบทั้งวงจรชีวิต
กองทุน UPRERMF และ UPOSTRMF เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2026
สนับสนุนโดย บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย)
แหล่งข้อมูล: เอกสารแนะนำกองทุน บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย)
ข้อมูลเพิ่มเติม:
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน และไม่สามารถรับรองผลตอบแทนได้ | กองทุน UPRERMF และ UPOSTRMF มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง) | การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก และมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤติการณ์ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด | ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุน RMF ด้วย กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกองทุนรวม | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

