ปรับพอร์ต Optimal Megatrend Opportunities ประจำเดือนสิงหาคม: ลดสัดส่วนกองทุนพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ และเพิ่มสัดส่วนกองทุนหุ้น

BottomLiner คาดว่าดอกเบี้ยไทยจะปรับเพิ่มขึ้นตามดอกเบี้ยสหรัฐเพื่อลดช่องว่างในช่วงที่ผ่านมา และเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มไม่เพิ่มแรงในอนาคต ทำให้ OMO เลือกลดสัดส่วน KTILF (กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ)

ขณะที่มุมมองตลาดหุ้นปรับเป็นเชิงบวกมากขึ้น เนื่องจากการประกาศผลกำไรหุ้นในช่วงไตรมาส 2 บางกลุ่มยังมีทิศทางที่ดีท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว แสดงให้เห็นว่าหุ้นไม่ได้แย่ทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่ม Cloud Computing ซึ่งยังมีรายได้เติบโตแรงตามเทรนด์ Digital Transformation ที่บริษัททั่วโลกย้ายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้นและจะเกิดขึ้นต่อไปแม้การระบาดของโควิดผ่านไปแล้ว

ทางด้านหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดซึ่ง OMO มีสัดส่วนลงทุนเยอะอยู่แล้ว ทีม BottomLiner ยังคงเห็นปัจจัยบวกเพิ่มขึ้น ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐเตรียมผ่านนโยบายช่วยเหลือให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและติดตั้งแผงโซลาร์ได้ในราคาที่ถูกลง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหุ้นหลายตัวในกลุ่มพลังงานสะอาด

จากมุมมอง BottomLiner จึงเลือกลดสัดส่วนกองทุน KTILF มาเข้าลงทุนเพิ่มในกองทุนหุ้น และปรับสัดส่วนใหม่ตามระบบ Risk Budgeting ของ BottomLiner ได้ตามรูปด้านล่าง

ปรับพอร์ต Optimal Megatrend Opportunities ประจำเดือนสิงหาคม: ลดสัดส่วนกองทุนพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ และเพิ่มสัดส่วนกองทุนหุ้น

ที่มา:BottomLiner วันที่ 8 สิงหาคม 2565

ลงทุนใน Megatrend เด่น กับกองทุนที่ใช่ พร้อม Optimize ความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ได้รับ โดย BottomLiner
ดูรายละเอียดพอร์ต >>> https://finno.me/guruport-bottomliner

BottomLiner


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด มหาชน หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”