buffett-code-chatramue

เรื่องมีอยู่ว่าวันนึงชาตรามือมาเปิดสาขาอยู่ใต้คอนโดผมเมื่อประมาณปีที่แล้ว

กินตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากนะ ก็แค่รู้สึกว่าอืม….เป็นแบรนด์เก่าที่ดูขยันดีนะแต่คงสู้ร้านชาหรือกาแฟใหญ่ๆไม่ไหวหรอก

มาวันนี้ผมคงต้องคิดใหม่ ด้วยความพีคคคคคคในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

ผมคงเรียกชาตรามือว่าร้านชาเฉยๆไม่ได้แล้วแต่คงต้องเรียกว่า “ปรากฏการณ์ชาตรามือ”

ชาตรามือ หรือ โรงงานใบชาสยาม ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 ดำเนินกิจการด้วยการซื้อใบชาจากเกษตรกรมาผลิตชาที่มีคุณภาพดี

สินค้าภายใต้แบรนด์ชาตรามือมีทั้ง ชาแดง ชาเขียว ชาอู่หลง

โดยมีรายได้จาก ชาปรุงสำเร็จ 40% ชาเขียวปรุงสำเร็จ 40% ผลิตภัณฑ์อื่นๆ 20%

สัดส่วนจำหน่ายในประเทศ 60% และส่งออกต่างประเทศ 40% อาทิ สิงค์โปร, อินโดนีเซีย, จีน และกัมพูชา ลูกค้ารายใหญ่ๆที่ซื้อชาจากชาตรามือก็มีแบรนด์ที่เรารู้จักกันดีอย่างกาแฟอเมซอน

นอกจากชาตรามือจะอินเตอร์กว่าที่ผมคิดเยอะ

บริษัทนี้มีรายได้กว่า 270 ล้านบาทในปี 2558 ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับโรงงานผลิตชา

แต่ที่โหดกว่านั้นคือชาตรามือมีส่วนแบ่งของตลาดชาไทยถึง 70-80% ของทั้งประเทศเลยทีเดียว

เพราะร้านชาทั่วไทยส่วนใหญ่ก็ใช้ชาตรามือชง แต่รสชาติก็จะแตกต่างกันไปตามคนชงแต่ละคน

ถือว่าสินค้าดี ช่องทางจำหน่ายดี ยอดขายก็ดี๊ดี แต่กลับไม่ค่อยมีใครคิดถึงแบรนด์ “ชาตรามือ” ซักเท่าไหร่

ส่วนที่ว่าทำไมชาตรามือกลับมาฮ๊อตฮิตอีกครั้ง ก็ต้องบอกว่าจริงๆแล้วเค้าฮิตกันมานานแล้วแต่เป็นในต่างประเทศครับ

“Cha-Yen” หรือ Thai Tea ของชาตรามือในประเทศอย่าง สิงค์โปร, บรูไน, มาเลเซีย, รัสเซีย และจีนเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

ในไทยเองตอนนี้ก็มีสาขาอยู่ประมาณ 25 สาขา สินค้ามีการออกมาใหม่เรื่อยๆ เช่นชาเขียว, ไอติมโคนชาเย็น ซึ่งออกมาเป็นที่ฮือฮากันไปเป็นรอบๆแต่ก็ไม่ได้เป็นกระแสอะไรขนาดนั้น

สินค้าที่ออกมาแล้วพีคจริงๆส่งผลให้ “ชาตรามือ” กลายเป็น Talk of the Town คือ “ชากุหลาบ” ที่ออกมาตอนวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาครับ

ไม่ใช่แค่แก้วที่เปลี่ยนมาเป็นรูปกุหลาบแอบมีความกิ๊บเก๋ แต่ตัวชาเองก็เป็นรสกุหลาบด้วย ซึ่งจริงๆก็ไม่ถือว่าแปลกใหม่อะไรมากมายเพราะชากุหลายก็มีมานานแล้ว

เพียงแต่ยังไม่มีร้านขายชาหรือกาแฟไหนในไทยเอามาทำขายจริงๆจังๆ

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์

ด้วยคุณภาพที่ดีอยู่แล้ว สินค้าที่มีความแปลกใหม่ พร้อมด้วย Timing ที่ถูกต้องทำให้ “ชากุหลาบ” เข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจและลากแบรนด์ “ชาตรามือ” ไปเป็นแบรนด์สุดฮิตของคนไทยในเวลาข้ามคืน

ตอนนี้ถ้าไปถามถึงชาว่านึกถึงแบรนด์อะไร หลายๆคนคงตอบว่า “ชาตรามือ”

และไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของ Brand หรือไม่ที่ทำให้ชากุหลาบกินแล้วเหมือนโดน Detox วิ่งหาห้องนํ้ากันแทบไม่ทัน

สุดท้ายก็เกิดการแชร์เป็นไวรัลกันใน FB คนแห่กันไปลองถือว่าประสบความสำเร็จ “ปัง” โดยใช้ “ตังค์” น้อยมากกกกกกก

กลยุทธของชาตรามือคือการทำ “Brand Revitalization” อย่างต่อเนื่อง แปลเป็นไทยว่าการชุบชีวิตแบรนด์เก่าที่คนเบื่อให้กลับมาทันสมัยมีชีวิตชีวามีคุณค่าในสายตาของผู้บริโภคอีกครั้ง

ไม่ว่าจะด้วยการใช้การตกแต่งร้าน การสื่อสารช่องทางใหม่อย่าง FB หรือการออกสินค้าใหม่ๆ

ตัวอย่างที่ดีของการทำ Brand Revitalization อีกหลายๆแบรนด์ก็อย่างเช่นการที่ทาโร่ออกทาโร่รสชีส, กรณีของกุลิโกะที่หลังๆมีออกรสแปลกๆใหม่ๆมาเยอะมาก หรือกรณีกระทะดำของบาร์บีคิวพลาซ่า

ชาตรามือไม่หยุดแค่กระแสแต่ยังคงสร้างความแข็งแรงให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่องด้วยการต่อยอดความสำเร็จของชากุหลาบ

เข็นไอติมโคนชากุหลาบตามออกมาขายเมื่อเร็วๆนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่อง แล้วแบบนี้จะไม่ให้ความรู้สึกดีๆเข้าไปติดตรึงในหัวใจของคนไทยได้อย่างไร?

แม้ตลาดชา-กาแฟแข่งกันอย่างดุเดือด กลุ่มทุนใหญ่ๆอย่าง CP ก็ยังลงมาเปิดร้านกาแฟแข่งในตลาดนี้ด้วย

หากเทียบกับ CP, Starbucks,TWG หรืออเมซอนนี่ถือว่าชาตรามือแทบไม่มีอะไรสู้เขาได้เลย

อย่างเดียวที่ยังมีคือความตั้งใจของคุณดิฐพงศ์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่นที่ 3 ของบริษัทชาอายุกว่า 70ปีกว่านี้ที่ได้พิสูจน์ให้หลายๆคนเห็นแล้วว่า

“If there is a will, there is a way” ถ้าเราตั้งใจมันก็ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้

Source:

http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/223774

http://www.icons.co.th/newsdetail.asp?lang=TH&page=newsdetail&newsno=123480

https://pantip.com/topic/36347381

http://lolo-eatablethai.blogspot.com/2014/04/the-original-cha-thai-kiosk-by-cha-tra.html

ที่มาบทความ : http://buffettcode.com/ชาตรามือ

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์