เสี่ยวมี่บอกว่ายอดขายกลับมาแล้ว 90%

ตัวเลขเศรษฐกิจแย่แต่หุ้นกลับขึ้น?

ล่าสุด Wuhan เมืองที่เรียกได้ว่า “เคย” เป็นจุดศูนย์กลางของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เปิดให้คนออกนอกเมืองไปใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว (แต่ก็ยังใส่หน้ากาก ทำ Social-distance กันอยู่นะ)

วันที่ 2 เมษายน โลกเราก้าวข้ามตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ 1,000,000 คน ขณะนี้เราอยู่กับ COVID-19 มาแล้วราว ๆ 3 เดือนด้วยกันจากผู้ติดเชื้อ 100 คนในวันที่ 19 มกราคม มาเป็น 1 ล้านคนในเดือนเมษายน ในช่วง 1-2 เดือนแรกเรายังไม่เห็นผลกระทบของเศรษฐกิจสักเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้ตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ทยอยออกมาแล้ว หลาย ๆ ตัวเลขหนักกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

ช่วงนี้คนไม่ค่อยสนใจตัวเลขแย่ ๆ ที่ออกมาแล้ว เพราะตอนนี้ทั้งหมดมุ่งความสนใจไปที่การฟื้นตัวมากกว่า ซึ่งประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วที่สุดก็คือประเทศจีน เพราะ COVID-19 แพร่ระบาดเป็นประเทศแรกซึ่งตอนนี้เศรษฐกิจจีนก็มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่เห็นชัดจริง ๆ อัตราการจองโรงแรมเริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้นถึง 50%

ราคาหุ้นของบริษัทที่รับจองโรงแรมในจีนอย่าง Tongcheng-Elong มีการดีดตัวอย่างชัดเจน แสดงถึงมุมมองของนักลงทุนที่มองในมุมที่ดีขึ้นการจองตั๋วเครื่องบินก็เช่นกันมีวอลุ่มการจองที่สูงขึ้นถึง 50%-70% ในแต่ละช่วงอาทิตย์ของเดือนมีนาคม และการจองตั๋วเครื่องบินสำหรับเดือนมิถุนายนเพิ่มสูงขึ้นถึง 250%

โรงแรมเองก็คาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการถึง 90% ของทั้งหมดในเดือนมีนาคม (แต่จะมีคนมาเข้าพักหรือเปล่านี่อีกเรื่องนะ…) ที่เมืองจีนฟื้นเร็วก็อาจจะเป็นเพราะการบริหารประเทศที่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ พรรคคอมมิวนิสต์ที่นำโดยสี จิ้นผิง มีความเด็ดขาด และตัดสินใจเร็วมาก ๆ

นอกจากนั้นประเทศจีนยังเป็นประเทศที่มีภาคบริการอย่างร้านอาหารน้อยกว่าประเทศอย่างสหรัฐฯ จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว เสี่ยวมี่ แบรนด์ดังประเทศจีนก็บอกว่าตอนนี้ยอดขายของเสี่ยวมี่ได้กลับมาถึง 80-90% ของช่วงเวลาปกติแล้ว

แม้นักวิเคราะห์จะคาดการณ์ GDP ของเศรษฐกิจจีนว่าจะหดตัวถึง 9.6% ในไตรมาส 1 บวก 3% ในไตรมาส 2 และบวก 2.5% ในปี 2020 ซึ่งดูไม่ดีนัก แต่จากการตอบรับของราคาตลาดหุ้นทำให้ประเมินได้ว่า ตลาดรับข่าวร้ายไปมากพอสมควรแล้ว

ตัวเลข PMI ที่เคยตกต่ำไปถึง 35.7 ตอนนี้ดีดกลับมาแรงที่ 52 ในเดือนมีนาคม เกินที่นักวิเคราะห์​คาดการณ์ที่ 45 จึงทำให้พอสรุปได้ว่า แม้เศรษฐกิจจีนจะเจอกับปัญหาหนัก แต่ก็มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่อื่น

รัฐบาลจีนเองก็ค่อนข้าง Active มากในการอัดฉีดสภาพคล่องและออกมาตรการพิเศษเพื่อช่วยเหลือ SME ในประเทศ ถึงกับมีการออกพันธบัตรพิเศษเพื่อใช้ในการนี้โดยเฉพาะ การลงทุนในจีน ณ ตอนนี้จึงดูมีเสน่ห์ไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือกองทุนรวม

แต่จะเลือกยังไงให้ได้กองทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้ที่สุด กองทุนรวมในเมืองจีนก็มีหลายกอง หลายประเภท กองดังก็มีเช่น K-CHINA, SCBCHA, KFACHINA-A และ TMBCOF

กองทั้ง 4 ที่พูดมานับว่าเป็นกองที่ดี แต่กองที่ผมชอบที่สุดมีเพียงกองเดียวคือ TMBCOF ด้วยเหตุผลก็คือ

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

1. กองนี้เป็นกองที่บริหารแบบ Active เลือกหุ้นที่ทำธุรกิจในประเทศจีนและมีการเติบโตสูง ที่ List อยู่ในตลาดทั่วโลก ต่างกับ KFACHINA-A ที่เป็นการไปลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้น A-Share หรือหุ้นที่ List อยู่ในตลาดประเทศจีนเท่านั้น ที่สำคัญถ้าเราเลือกลงทุนใน A-Share ของจีนกับ KFACHINA-A หุ้นที่เราจะได้เป็นส่วนใหญ่ของพอร์ตคือกลุ่มการเงินซึ่งไม่ใช่จุดเด่นของประเทศจีนยุคใหม่เลย

2. TMBCOF มีการลงทุนแบบเน้น ๆในหุ้นชั้นนำสัดส่วนสูงเป็นสัดส่วน 8-10% ต่อบริษัทเลยทีเดียว ข้อเสียคือมีความผันผวนสูงตาม แต่ข้อดีคือเวลาหุ้นขึ้นก็ขึ้นเน้นๆเช่นกัน

3. หุ้นที่ลงทุนหนัก ๆ ต่างเป็นหุ้นที่ “เติบโตสูง” “แข็งแกร่ง” และ “จีนยุคใหม่” เช่น Alibaba, Tencent และ TAL Education

4. คงน่าเสียดายถ้าลงทุนในจีนทั้งทีแต่ไม่มีหุ้นชั้นนำเหล่านี้อยู่ในพอร์ตอย่างมีนัย ทำให้ผมตัดตัวเลือก K-CHINA, KFACHINA-A และ SCBCHA ออกไป

จากข้อมูลของเว็บไซต์ FINNOMENA กองทุน TMBCOF ยังเป็นกองทุนที่ทำผลตอบแทนย้อนหลังดีที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนในหมวดหมู่เดียวกัน เป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงดีที่สุด และมีการปรับตัวลงหนัก ๆ น้อยกว่าเพื่อน

หรือจีนจะสร้างปฏิหารย์? เมื่อเศรษฐกิจจีนอาจจะฟื้นเป็นประเทศแรก?

ผลตอบแทนและความเสี่ยงของ TMBCOF ถือว่าดีที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนในหมวดหมู่เดียวกัน
ข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2563
ที่มา: FINNOMENA

ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

การเลือกกองทุนที่ดี ดูแต่ผลตอบแทนอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูความเสี่ยงที่ได้รับด้วยว่าตัวเราเองรับความเสี่ยงไหวไหม เพราะกองทุนที่ใช่ดูแค่กำไรคงไม่พอ แต่ต้องดูเรื่องหัวใจด้วย ถ้าซื้อแล้วนอนไม่หลับก็คงไม่ใช่การลงทุนที่ดีเช่นกัน

BuffettCode

[ลูกค้าใหม่] ซื้อกองทุน TMBCOF ได้แล้ววันนี้ เพียงเปิดบัญชีกองทุนกับ FINNOMENA เปิดง่าย เปิดไว ไม่ต้องส่งเอกสาร อ่านวิธีเปิดบัญชีได้ที่นี่ >> คลิกเลย <<

[ลูกค้าปัจจุบัน FINNOMENA] สามารถซื้อได้ทันทีผ่านแผน DIY >> คลิกเลย <<

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน |  ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ