หาโอกาสในวิกฤตสไตล์ Andrew Stotz หาหุ้นแบบเซียนด้วยกลยุทธ์ FVMR

ตลาดหุ้นหลายๆ ตลาดกำลังเกิดวิกฤต หลายๆ คนหมดกำลังใจในการลงทุน แต่เชื่อไหมว่าเวลาแบบนี้แหละคือช่วงเวลาที่เซียนใช้ในการช้อปหุ้นดีราคาถูก

ความแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับเซียนหุ้นคือ คนธรรมดาเห็นวิกฤตในวิกฤต แต่เซียนหุ้นจะเห็นโอกาสในวิกฤต ความรู้และประสบการณ์ในตลาดหุ้นที่โชกโชนทำให้เซียนเหล่านี้สามารถแบ่งแยกได้ระหว่าง หุ้นเน่าที่ตกลงมาและกำลังจะล่มสลาย กับหุ้นดีที่มีปัญหาชั่วคราวแต่ถ้าผ่านปัญหาไปได้จะเป็นหุ้นที่ดีชั่วโคตร

ในยามหุ้นตก ความผิดพลาดของนักลงทุนธรรมดาร้อยทั้งร้อยมาจากการเข้าไปช้อนหุ้นเน่า แทนที่จะช้อนหุ้นดีที่มีปัญหาชั่วคราว

วิธีของคุณแอนดรูว์มีหลักการดูหุ้นง่ายๆอยู่ทั้งหมด 4 ข้อคือ พื้นฐานของหุ้น /Fundamentals, มูลค่าของหุ้น / Valuation,โมเมนตัมของหุ้น / Momentum และความเสี่ยง / Risk

แต่ละหลักการมีจุดประสงค์ในการวิเคราะห์แตกต่างกันไป มาเจาะลึกข้อมูลกันทีละข้อครับ

หาโอกาสในวิกฤต หาหุ้นแบบเซียนด้วย FVMR

1. พื้นฐานของหุ้น / Fundamentals

-ในข้อนี้เราจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเทรนด์การเติบโตของบริษัท ศักยภาพการทำกำไร และความสามารถของผู้บริหาร เพราะในการลงทุนซื้อหุ้นนักลงทุนต้องการการเติบโต นอกจากนั้นการลงทุนยังเป็นการซื้อ “อนาคต” ดังนั้นการมองเทรนด์การเติบโตของบริษัทที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เทรนด์การเติบโตจะคงอยู่ยาวนานได้ก็ด้วยศักยภาพการทำกำไรของบริษัทและความสามารถของผู้บริหาร

-ปัจจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์เทรนด์การเติบโตและศักยภาพการทำกำไรหลักๆ คือ Operating profit margin, Net profit margin, Asset turnover, Return on Assets และReturn on Equity

2. การประเมินมูลค่า / Valuation

-ในหาประเมินมูลค่าของหุ้น ต้องวิเคราะห์ทั้งในมุมของการประเมินมูลค่าแบบ Absolute และ Relative Valuation การจะหาหุ้นที่มีปัจจัยด้านพื้นฐานที่ดีและมูลค่าที่ไม่แพงหาได้ยาก ดังนั้นการใช้หลักการทั้ง 2 หลักการนี้ร่วมกันไม่ใช่การหาจุดที่ดีที่สุดของทั้ง 2 หลักการเสมอไป แต่เป็นการหาจุดสมดุลร่วมกัน

-ปัจจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์และประเมินมูลค่าคือ Price-to-sale, Price-to-earning, Price-to-book, PE-to-eps growth (PEG) และ EV/EBIT

3. โมเมนตัม / Momentum

-ถ้า Fundamental และ Valuation ดูดีแล้ว ก็ต้องมาดู Momentum ด้วยว่าแนวโน้มการทำกำไร แนวโน้มราคาหุ้นเป็นอย่างไร การดูแต่เพียง Fundamental และ Valuation จะทำให้นักลงทุนต้องเจอกับ Value trap หรือกับดักของถูก ที่ราคาหุ้นถูกจริงแต่ราคาไม่วิ่งไปไหนเลย ในทางกลับกันหุ้นที่ไม่มี Momentum อยู่นิ่งๆ มานานๆ หลายๆ ครั้งก็กลับมาทำผลตอบแทนที่ดีให้ได้เมื่อมีปัจจัยมากระทบ

-ปัจจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์และประเมินโมเมนตัมคือ การเติบโตของกำไร, การเติบโตของกำไรต่อหุ้น, การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรจากการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น

4. ความเสี่ยง / Risk

-การควบคุมความเสี่ยงที่ดีก็สำคัญในการลงทุน หุ้นหลายๆ ตัวที่มีความเสี่ยงต่ำในเชิงธุรกิจและราคาหุ้นจะทำให้โอกาสพอร์ตเสียหายในยามที่คิดผิดน้อย พอร์ตการลงทุนที่ดีไม่ควรมีแต่หุ้นที่คาดหวังแต่กำไรเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีหุ้นเสี่ยงต่ำที่สามารถสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ทการลงทุนในระยะยาวได้ด้วย

-ปัจจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงคือ อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio), หนี้สินต่อทุน (Net debt-to-equity), อัตราส่วนกำไรต่อดอกเบี้ยจ่าย (Time-interest-earned) และค่า Beta

ในการลงทุน หลักการที่ถูกต้องมีคุณค่ามากกว่าผลกำไรเสมอ  เพราะผลกำไรและความสำเร็จระยะยาวมักจะเป็นผลที่เกิดจากการมีหลักการลงทุนที่ถูกต้องและใช้หลักการลงทุนนั้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

FINNOMENA x Andrew Stotz หลักสูตร “Valuation Master Class Live in Bangkok”

การสร้างแนวคิด วิธีการไปถึงเป้าหมาย และเครื่องมือที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญในการประเมินราคาหุ้น ระบบและรูปแบบของการคิดในแต่ละขั้นตอนถูกจัดรูปแบบอย่างเป็นระบบ ออกมาเป็นขั้นตอนง่ายๆ แบบนี้ เกิดจากฝีมือของ A.Stotz Investment Research ก่อตั้งโดย Dr.Andrew Stotz, CFA อดีตหัวหน้าฝ่ายทีมวิจัยของ CLSA ประเทศไทย มีประสบการณ์การลงทุนกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในสายงานนักวิเคราะห์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานของ CFA Society Thailand และนักวิเคราะห์อันดับ 1 ในประเทศไทยในปี 2551-2552 ขณะที่ A.Stotz investment research มีบริการให้คำแนะนำและจัดพอร์ตการลงทุนในหุ้นทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกผ่านกระบวนการ FVMR Strategy

หลักสูตรนี้จัดขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนในประเทศไทยสามารถประเมินมูลค่าหุ้นได้อย่างถูกต้อง เน้นการนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง ที่ผ่านการกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาตลอดชีวิตการทำงาน ในฐานะนักวิเคราะห์หัวหน้างานวิจัย และศาสตราจารย์ด้านการประเมินมูลค่าที่เป็นที่ยอมรับระดับโลก

หลักสูตรเน้นการใช้งานจริง ซึ่งจะมีการสอนเป็นภาษาอังกฤษ พูดแบบช้า ๆ ชัด ๆ เน้นความเข้าใจและการปฏิบัติ อย่าลืมนำ notebook มาด้วยเพื่อใช้ model ในการหามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นรายตัว

จัดในวันเสาร์ และอาทิตย์ที่ 19 – 20 มกราคม 2562
เวลา 08:30 – 16:30 น.
ที่ FINNOMENA SPACE ชั้น 17 โซนดี อาคารธนิยะ พลาซ่า (ใกล้ BTS ศาลาแดง)

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่   finno.me/eventpop