ความพ่ายแพ้ของ IKEA

ปัจจุบัน IKEA มีรายได้อยู่ที่ 35,000 ล้านยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท

ในแต่ละปีจะมีคนไปช๊อปปิ้งที่ IKEA มากกว่า 1,200 ล้านครั้ง เข้าเว็บไซต์กว่า 2,000 ล้านครั้ง

เราสามารถเจอ IKEA ได้ในแทบๆจะทุกประเทศทั่วโลก และหากมองย้อนหลังกลับไป 10 ปี เราจะเห็นว่าไม่มีปีไหนเลยที่รายได้ของ IKEA ไม่เติบโต (รวมไปถึงปี 2008-2009 ที่มีวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ด้วย)

  • 2005 – รายได้ 15,000 ล้านยูโร โต 16%
  • 2006 – รายได้ 17,500 ล้านยูโร โต 17%
  • 2007 – รายได้ 20,000 ล้านยูโร โต 14%
  • 2008 – รายได้ 21,500 ล้านยูโร โต 8%
  • 2009 – รายได้ 21,800 ล้านยูโร โต 1%
  • 2010 – รายได้ 23,500 ล้านยูโร โต 8%
  • 2011 – รายได้ 25,200 ล้านยูโร โต 7%
  • 2012 – รายได้ 27,600 ล้านยูโร โต 10%
  • 2013 – รายได้ 28,500 ล้านยูโร โต 3%
  • 2014 – รายได้ 29,300 ล้านยูโร โต 3%
  • 2015 – รายได้ 32,700 ล้านยูโร โต 12%

นอกจากรายได้ไม่ลดลงแล้วถ้าดูในปี 2015 ยังโตถึง 2 หลักได้แม้บริษัทจะขนาดใหญ่มาก

เท่านี้ก็คงพิสูจน์ได้แล้วว่า IKEA นั้นเป็นบริษัทที่เก่งขนาดไหน

ขนาดประเทศไทยที่ใครๆก็บอกเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องประกอบเองไม่น่าจะขายได้เพราะคนไทยชอบให้บริการ

ทุกวันนี้ IKEA กำลังจะขยายสาขาที่สองแล้วที่บางใหญ่ซึ่งจะใหญ่กว่าที่บางนาซะอีก

IKEA ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลกแต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นบางครั้งก็เป็นความล้มเหลวที่ขมขื่น

4 เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง และไม่ใช่ทุกครั้งที่ IKEA ประสบความสำเร็จในตลาดที่ปราบเซียนมาแล้วหลายรายคือประเทศญี่ปุ่น

ในปี 1974 IKEA บุกตลาดญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกและในปี 1986 ก็ต้องถอยทัพออกจากประเทศญี่ปุ่น

“ญี่ปุ่นไม่พร้อมสำหรับ IKEA และ IKEA ก็ไม่พร้อมสำหรับญี่ปุ่น” คือคำพูด CEO ของ IKEA ญี่ปุ่น Tommy Kullberg

โดยสรุปแล้ว IKEA ทำผิดพลาด 3-4 ประการด้วยกัน

ข้อแรกความผิดพลาดของสินค้า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆต่างกับสวีเดนที่คนอาศัยอยู่ในบ้านที่ใหญ่กว่า ทำให้สินค้าของ IKEA เข้ากับบ้านของคนญี่ปุ่นไม่ได้เลย

ข้อสองนอกจาก IKEA จะขายสินค้าแล้ว IKEA ยังขายปรัชญาการใช้ชีวิตด้วย สินค้าของ IKEA แม้จะเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่ก็แฝงไปด้วยปรัชญาการใช้ชีวิตของคนสวีเดน ซึ่งถ้าเราพูดถึงเรื่องปรัชญาก็รู้ๆกันอยู่ว่าปรัชญาการใช้ชีวิตของหนึ่งในประเทศที่ชาตินิยมที่สุดในโลกก็โดดเด่นไม่แพ้กัน คงไม่ต้องบอกแล้วว่าพอเห็น IKEA คนญี่ปุ่นตอนนั้นจะรู้สึกยังไง

ข้อสาม นอกจากปรัชญาที่แตกต่างแล้วหุ้นส่วนเองก็ไม่เข้าใจ IKEA สถานการณ์แย่ลงไปอีก ด้วยการตั้งตำแหน่งทางการตลาดและราคาของสินค้า IKEA ให้เป็น “Premium” ทั้งๆที่จริงๆแล้ว IKEA คือเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดีราคาถูก แน่นอนว่าคนญี่ปุ่นไม่โง่ !

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

ข้อสี่ IKEA ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากบริษัทญี่ปุ่นที่เล็กกว่า IKEA หลายเท่า แต่ก็ใส่ใจและเข้าใจคนญี่ปุ่นเป็นอย่างดีอย่าง Nitori

บริษัทซึ่งปัจจุบันทำยอดขายโตต่อเนื่องมา 30 ปีแล้ว

Nitori ขายเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดีราคาถูกเหมือนๆกับ IKEA

ตอนที่ IKEA ออกจากญี่ปุ่น Nitori มีสาขาประมาณ 10 สาขา ตอนนี้บริษัทมีมากกว่า 500 สาขาแล้วแข็งแกร่งสุดๆ

ถ้าตอนนั้น IKEA ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น วันนี้อาจจะไม่มี Nitori ก็ได้ ความพ่ายแพ้ไม่ได้เสียแค่เงินแต่เสียโอกาสในการจัดการกับคู่แข่งซึ่งหลายๆครั้งสำคัญกว่าเงินซะอีก

หลังจาก 20 ปีแห่งความพ่ายแพ้วันนี้ IKEA กลับมาญี่ปุ่นใหม่อีกครั้ง

พวกเขาเรียนรู้ความผิดพลาดและการกลับมาครั้งนี้ศึกษาคนญี่ปุ่นมาอย่างดี

ตอนนี้ IKEA กลับมาใหม่เปิดสาขาในญี่ปุ่นไปได้ 9 สาขาแล้ว

ได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นจากคนญี่ปุ่นและกำลังขยายสาขาอย่างต่อเนื่องแม้จะต้องเจอกับการแข่งขันอย่างดุเดือด

ครั้งหนึ่ง IKEA แพ้ …. แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้

นี่คือคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญของบริษัทที่ประสบความสำเร็จระดับโลก “เคยแพ้แต่ไม่เคยยอมแพ้”

ติดตามเราได้ที่ BUFFETTCODE เรื่องราวการลงทุนดีๆ ที่เราอยากเล่าให้คุณฟัง

BuffettCode

ที่มาบทความ : http://buffettcode.com/00001-ikea/


Source:

http://www.japantimes.co.jp/news/2006/04/25/business/swedens-ikea-back-in-japan-after-20-year-hiatus/#.WZHFHXcjFo4
http://www.marketwatch.com/story/ikea-set-for-another-launch-into-japanese-market
https://prezi.com/hcr9hstnocf8/copy-of-ikeas-failure-and-success-on-the-japanese-market/

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ