เคยไหม XD ปุ๊บหุ้นตกปั๊บ ได้ปันผลแต่ดอยหุ้นแทน…
เคยไหม ปันผลปีนี้โคตรสูง ระดับ 10% ปีถัดมาเหลือ 2% เสียอย่างนั้น…
เคยไหม ปันผลสูง 5-7% แต่ราคาหุ้นสาละวันเตี้ยลง ได้ปันผลแต่ขาดทุนราคาหุ้นมหาศาล…
ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณรู้จักเลือกซักนิด… 

หุ้นปันผลเป็นหุ้นที่คนชอบมากที่สุดเมื่อคิดถึงเรื่องการออมหุ้น ด้วยเงินปันผลที่สูงได้ถึง 5-7% สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์มหาศาลทำให้ใครๆ ก็ชอบลงทุนในหุ้นประเภทนี้ แน่นอนเมื่อซื้อหุ้นปันผลความคาดหวังก็คือจะได้ปันผลเป็นหลัก ทำให้หลายๆ คนพุ่งความสนใจไปที่เงินปันผลที่กำลังจะปันในงวดปัจจุบัน

แต่ในความเป็นจริงนั้นการดูแค่ปันผลอาจไม่เพียงพอเสมอไป ครั้นจะให้วิเคราะห์ธุรกิจ ลงลึกแบบที่นักลงทุนมืออาชีพเขาทำกันก็ไม่ได้เพราะไม่มีเวลา วันนี้ผมจึงขอเสนอหลักการง่ายๆ ในการเช็คหุ้นปันผลครับ

แล้วหุ้นปันผลที่ดีควรมีลักษณะอย่างไรบ้างนอกจากปันผลที่สูง? และควรซื้ออย่างไรเพื่อให้ได้ปันผลแล้วสบายใจ ไม่ใช่ปันผลแล้วติดดอยต่อ…

ข้อแรก ซื้อหุ้นปันผลต้องมองที่ความต่อเนื่องของปันผลด้วย

คนส่วนใหญ่มักจะดูปันผลปีล่าสุดที่กำลังจะปันออกมา เราสามารถดูข้อมูลการปันผลย้อนหลังของหุ้นได้ที่หน้า “สรุปข้อสารสนเทศ” ในเว็บตลาดหลักทรัพย์ หุ้นปันผลที่ดีนอกจากปันผลอย่างต่อเนื่องแล้วควรปันผลมากขึ้นด้วย เช่นปีแรกปันผล 1 บาท ปีสองควรปัน 1.20 หรือปีสามควรปันผล 1.40 อะไรประมาณนี้ เพราะการปันผลที่มากขึ้นจะแสดงออกถึงสุขภาพทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทว่าหุ้น/บริษัทนี้ยังมีผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ นะ เงินสดก็มีไม่ขาดมือเลยเอามาปันผลเพิ่มได้ทุกปี แบบนี้จะทำให้การถือหุ้นปันผลระยะยาวของเรามีความเสี่ยงลดลง เพราะเรากำลังลงทุนในหุ้นปันผลที่มีการเติบโต

ข้อสอง ซื้อหุ้นปันผลเพื่อลงทุนระยะยาว ไม่ใช่ปันผลเสร็จแล้วแยกทาง

หลายๆ ครั้งเราจะเห็นว่าพอหุ้นประกาศ XD หรือประกาศแจกปันผลเมื่อไหร่หุ้นมักจะตกลงมาเท่ากับหรือมากกว่าเงินปันผลที่เราได้ไปซะอีก ดังนั้นถ้าเราแค่หวังปันผลระยะสั้น อยากซื้อรับปันผลแล้วขายเลย ส่วนใหญ่แล้วจะขาดทุนที่ราคาหุ้นแทนเพราะวันที่หุ้นขึ้น XD นักลงทุนหลายคนจะคิดว่าได้ปันผลแล้วก็จะขายหุ้นทิ้งออกมา วิธีแก้คือเปลี่ยนมุมมองในเชิงระยะเวลาการถือหุ้นซักนิด ควรถือขั้นตํ่า 1-3 ปีขึ้นไป เผื่อระยะเวลาให้ราคาหุ้นขึ้นกลับมาด้วย (ถ้าทำข้อแรกได้ถูกต้อง ราคาหุ้นที่ตกลงไปจะกลับขึ้นมาเสียเป็นส่วนใหญ่)

ข้อสาม จงระวังปันผลที่สูงเกินจริง

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์

บางครั้งเราจะเห็นหุ้นบางตัวประกาศปันผลสูงมากๆ ระดับ 10-11% ของราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน การปันผลระดับนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ใช่การปันผลแบบปกติ คือมักจะเป็นการเกิดรายการพิเศษ เช่นบริษัทอาจจะขายที่ดินได้กำไรก้อนโตมาเลยเอากำไรที่ได้มาปันผลในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ปันผลสูงแค่ปีเดียว ปีถัดมาไม่มีการขายที่ดินอีกปันผลก็จะกลับมาที่เดิม

ข้อสี่ ดูปันผลแล้วควรดูความแข็งแกร่งของธุรกิจประกอบไปด้วย

อย่างที่บอกไปแล้วในข้อแรกว่า ปันผลคือผลสะท้อนที่เกิดจากบริษัทสามารถสร้างเงินสดได้ต่อเนื่อง มีผลการดำเนินงานที่ดี เติบโต ไม่ต้องจ่ายเงินลงทุนหรือมีค่าใช้จ่ายหนักๆ ส่วนผลการดำเนินงานและกระแสเงินสดที่ได้รับก็มาจากโมเดลธุรกิจของบริษัทนั้นเอง หุ้นปันผลที่น่าสนใจจึงไม่ควรมีแค่อัตราการปันผลสูงๆ อย่างเดียว แต่ต้องมีโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งด้วย จึงจะเป็นการลงทุนหุ้นปันผลที่มีความเสี่ยงตํ่า

ข้อห้า ดูอัตราการปันผลเทียบกับราคาหุ้นและ Pay-Out Ratio

คนส่วนใหญ่พอจะซื้อหุ้นปันผลก็มักจะมุ่งความสนใจไปที่อัตราการปันผลเทียบราคาหุ้นว่ากี่ % มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ควรดูควบคู่กันไปด้วยคือ Pay-Out Ratio ซึ่งวัดการปันผลว่ามีการปันผลเทียบกับกำไรสุทธิแล้วกี่ % หลายๆ ครั้งตัวเลขกำไรสุทธิของบริษัทไม่สอดคล้องกับสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท บางครั้งบริษัทอาจมีกำไรมากแต่ไม่มีเงินสด งงไหมครับ? เพราะบริษัทมีการบันทึกกำไรแบบเกณฑ์คงค้าง ไม่ใช่เกณฑ์เงินสด ทำให้บางครั้งกำไรมากไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะมีกำไรตามนั้นจริงๆ ดังนั้นบริษัทที่มีกระแสเงินสดดีๆ มักจะมี Pay-Out Ratio สูง 70-80% และส่วนมากมักจะสูงกว่า Pay-Out Ratio ที่บริษัทตั้งเป็นเกณฑ์ไว้ด้วย

หากนักลงทุนหาข้อมูลและทำความเข้าใจได้ครบทั้ง 5 ข้อ ผมคิดว่าการซื้อหุ้นปันผลครั้งถัดไปของคุณจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง และบอกลาดอยหุ้นปันผล กลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำงานได้อย่างสบายใจในที่สุดครับ

ขอให้มีความสุขกับการลงทุนครับ
~บัฟเฟตต์โค้ดผู้รักหุ้นปันผล

SaveSave

SaveSave

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์