
หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนักในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชิป ส่งผลให้หุ้นหลายตัวปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในเดือนกรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา และนี่คือ 10 อันดับหุ้นที่ปรับตัวลงแรงที่สุด พร้อมสาเหตุสำคัญเบื้องหลังการร่วงครั้งนี้
*ราคาหุ้นนับจากราคาเปิดวันที่ 1 ก.ค. 2026 จนถึงราคาปิดวันที่ 31 ก.ค. 2026
- Corning (GLW) -42.4%
ผู้ผลิตระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง อุปกรณ์เชื่อมต่อการสื่อสาร Optical และกระจกชนิดพิเศษ ราคาร่วงจาก $240 สู่ $138 เนื่องจากคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าเป้าหมายของนักวิเคราะห์ และผลกระทบจากฐานเปรียบเทียบที่สูงมากในปีก่อนหน้า
- SanDisk (SNDK) -42.0%
ผู้ผลิตและพัฒนาหน่วยความจำประเภทแฟลชดิสก์และ NAND Flash ชั้นนำ ราคาร่วงจาก $2,273.73 สู่ $1,214.83 เนื่องจากการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม NAND Pure-Play ความกังวลเรื่อง Valuation ที่ตึงตัวเกินไป รวมถึงแรงขายหุ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริหาร
- SpaceX (SPCX) -36.9%
ผู้ให้บริการขนส่งอวกาศ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink และโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอวกาศ ราคาร่วงจาก $171 สู่ $108 เนื่องจากมูลค่าบริษัทที่พุ่งสูงเกินจริงในช่วงแรก ทำให้มีการปรับฐานอย่างรุนแรงหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น (Post-IPO Crash)
- KLA Corp (KLAC) -36.0%
ผู้ผลิตเครื่องมือวัดและตรวจสอบกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์ ราคาร่วงจาก $286 สู่ $183 เนื่องจากตลาดตั้งความคาดหวังไว้สูงเกินไป ประกอบกับแรงขายทำกำไร และความกังวลเรื่องมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง
- Marvell Technology (MRVL) -33.6%
ผู้พัฒนาชิปประมวลผลและชิป Custom Silicon สำหรับระบบจัดเก็บข้อมูลและ Data Center ราคาร่วงจาก $282 สู่ $187 ด้วยระดับ P/E ที่สูงเกิน 80 เท่า แรงขายหุ้นของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) และแรงซื้อที่เริ่มแผ่วลงหลังเข้าคำนวณในดัชนี S&P 500
- Intel (INTC) -33.4%
ผู้ผลิตและพัฒนาชิปประมวลผล รวมถึงโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ ราคาร่วงจาก $135 สู่ $90 เนื่องจากการถดถอยตามรอบวัฏจักรของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และการลดความเสี่ยงของนักลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีความผันผวนสูง (High-Beta)
- Coherent (COHR) -32.0%
ผู้ผลิตอุปกรณ์ออพโตอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเวเฟอร์ และระบบเลเซอร์ขั้นสูง ราคาร่วงจาก $387 สู่ $263เนื่องจากแรงเทขายกระจายตัวในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแสงและอุปกรณ์รองรับระบบ AI
- Generac Holdings (GNRC) -31.6%
ผู้ผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานสำหรับบ้านและภาคอุตสาหกรรม ราคาร่วงจาก $287 สู่ $196 เนื่องจากแรงขายปรับพอร์ตในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม และแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
- Tesla (TSLA) -26.0%
ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบจัดเก็บพลังงาน และพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติด้วย AI ราคาร่วงจาก $420 สู่ $311 หลังจากรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาดถึง 38% ประกอบกับงบลงทุน (CapEx) พุ่งสูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ จนกดดันให้กระแสเงินสดอิสระ (FCF) ติดลบ
- Micron Technology (MU) -23.9%
ผู้ผลิตหน่วยความจำ D-RAM และ HBM รายใหญ่สำหรับระบบประมวลผลขั้นสูง ราคาร่วงจาก $1,083 สู่ $824 เนื่องจากความวิตกกังวลว่าวัฏจักรเติบโตของหน่วยความจำอาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว รวมถึงการย่อตัวตามแรงขายของหุ้นกลุ่ม AI ภาพรวม
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า ปัจจัยกดดันหุ้นในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากผลการดำเนินงานที่ล้มเหลว แต่เกิดจาก “ความคาดหวังของตลาดที่สูงเกินไป” และราคาหุ้นที่วิ่งนำปัจจัยพื้นฐานไปล่วงหน้า รวมถึงภาระงบลงทุน (CapEx) มหาศาลที่เริ่มเข้ามาบีบกระแสเงินสดของบริษัท ส่งผลให้นักลงทุนเลือกลดความเสี่ยงด้วยการเทขายทำกำไรออกมา
โอกาสลงทุนหุ้นนอกผ่านกลยุทธ์ Definit Global Select (DGS)
Definit Global Select เป็นกลยุทธ์ลงทุน DR ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงโอกาสในตลาดหุ้นทั่วโลก ด้วยการคัดสรรหุ้นนอกคุณภาพ จัดพอร์ตให้อัตโนมัติ ไม่ต้องจับจังหวะลงทุนเอง
คำเตือน: การลงทุนอาจมีการกระจุกตัวสูงทั้งในรายหุ้นและรายอุตสาหกรรม | การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจสัญญารับฝาก DR ก่อนการลงทุน | การลงทุนผ่าน DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-9933 และทาง Email support@definitinvestment.com
