dream-too-far-by-dr-niwes01

โลกยุคปัจจุบันที่การแข่งขันเข้มข้นมากนั้น  ผู้คนต่างก็ต้องการ  “ตัวช่วย”  ที่จะมา “สร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ให้กับชีวิต”  และตัวช่วยที่ว่านั้นก็คือ  “เทคนิคสร้างฝันและกำลังใจ” ที่จะสร้างพลังให้กับคนเพื่อที่จะทุ่มเทให้กับงานหรือสิ่งที่จะต้องทำ  และด้วยพลังที่ “ยิ่งใหญ่” ที่จะเกิดขึ้นนี้เองจะทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ  คุณจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคที่หนักหนาไปได้ไม่ว่าคุณจะเสียเปรียบหรือด้อยกว่าแค่ไหนก็ตามถ้าคุณปฏิบัติตามแนวทางและเทคนิคต่าง ๆ  ที่ “โค้ช”  แนะนำ  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  โค้ชเหล่านั้นต่างก็ “ประสบความสำเร็จมาแล้ว” จากการใช้เทคนิคเหล่านั้น   นี่คือแนวความคิดที่มีแพร่หลายมากมาย  หนังสือถูกตีพิมพ์ออกมาจำนวนมาก  หลายเล่มเป็นหนังสือขายดี  บางเล่มกลายเป็นหนังสือคลาสสิกที่ขายดีต่อเนื่องมาหลายสิบปี  ผมเองไม่รู้ว่าคนที่อ่านสามารถนำแนวคิดและหลักการมาใช้และประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน  ส่วนตัวผมเองคิดว่ามันคงช่วยให้เขาทำได้ดีขึ้น  แต่จะเท่ากับที่เขา “ฝัน” หรือเปล่านั้น  ผมคิดว่าส่วนใหญ่คงจะไม่  ผมคิดว่าความสำเร็จจริง ๆ  จะเกิดขึ้นได้ยากถ้าคุณมีแต่ความฝันและมีเทคนิคที่จะทำให้คุณดีหรือเก่งขึ้น  แต่มันอาจจะไม่พอ  ผมคิดว่าคนจะประสบความสำเร็จที่ “ยิ่งใหญ่”  ได้นั้น  เขาจำเป็นที่จะต้องมี “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ” ที่บ่อยครั้งมันสร้างไม่ไหว  มันต้อง “ติดตัว” มาตั้งแต่เกิด

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

โดยทั่วไปแล้ว  ปัจจัยแห่งความสำเร็จ  หรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือ  ปัจจัยที่ “ช่วยสนับสนุน” ให้ประสบความสำเร็จ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั้นก็คือ รูปร่าง หน้าตา และสมอง โดยรูปร่างส่วนที่สำคัญก็คือเรื่องของความสูงใหญ่ที่จะช่วยทำให้เจ้าตัวมีโอกาสใช้ในงานอาชีพและกิจกรรมสารพัดอย่างที่ความสูงทำให้ “ได้เปรียบ” ตัวอย่างชัดเจนก็คือเรื่องของกีฬา  อย่างไรก็ตามความสูงยังทำให้ได้เปรียบในงานอื่นมากมายรวมถึงงานแสดงและการบริหารคนในทุกวงการ ดังนั้น คนที่เกิดมาสูงใหญ่ก็ต้องถือว่า “ได้เปรียบ”  เช่นเดียวกัน  หน้าตาที่สวยหรือหล่อเหลา  ผิวพรรณที่ดี  ความมี “เสน่ห์” จากการยิ้มและสายตารวมทั้งเสียงที่ไพเราะ  สิ่งเหล่านี้ก็คล้าย ๆ  กับรูปร่างที่จะทำให้ได้เปรียบโดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวกับการแสดงต่าง ๆ  ซึ่งรวมถึงการร้องเพลง  แสดงภาพยนตร์  ถ่ายโฆษณา และงานอื่น ๆ  อีกหลายอย่าง  อย่างไรก็ตาม  ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีความสวยงามก้าวหน้าขึ้นมากนั้น  ข้อได้เปรียบส่วนนี้ก็อาจจะลดลงไปบ้าง

ในด้านของสมองและ “จิตใจ” นั้น คนที่เกิดมามี IQ สูงก็ต้องถือว่าได้เปรียบมากและน่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มาก  เหตุผลก็เพราะในกิจกรรมหรืองานอาชีพจำนวนมากนั้นต่างก็อาศัยคนที่มีความรู้สูงในการทำงาน  อย่างไรก็ตาม  IQ เองนั้นมักจะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น  เพราะงานส่วนใหญ่ที่ต้องอาศัย IQ มาก ๆ นั้นมักเป็นงานทางเทคนิคหรือเป็นงานที่เป็น “วิชาชีพ” ที่มักจะสัมผัสกับคนจำนวนไม่มากและความสำเร็จของงานเองนั้นก็มักจะไม่โดดเด่นเกินกว่าคนอื่นที่อยู่ในวิชาชีพเดียวกันมากนัก  ผลก็คือ  ผลตอบแทนที่จะได้รับจากความสำเร็จจะสูงแต่ไม่สูงมาก ๆ  เหมือนในแวดวงอื่น  ตัวอย่างของอาชีพก็เช่น  นักวิจัย แพทย์  วิศวกร นักการเงินและวิเคราะห์หลักทรัพย์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การมี IQ ที่สูงพอสมควรและเหนือกว่าค่าเฉลี่ยเช่น IQ 120 ขึ้นไปนั้น  ผมคิดว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการที่จะทำให้ได้เปรียบในการนำไปสู่ความสำเร็จ  เพราะนี่คือคนที่จะมีความสามารถในการศึกษาเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่สูงมากได้

นอกจาก IQ แล้ว  ผมคิดว่า EQ หรือความสามารถทางอารมณ์ ก็มีส่วนสำคัญในความสำเร็จ  เพราะ EQ ที่ดีนั้นจะช่วยให้สามารถดีลกับคนต่าง ๆ  ได้ดี  และนี่ก็เป็นเรื่องสำคัญในงานที่เกี่ยวกับคนมาก ๆ  เช่นการบริหารคนเป็นต้น  ใกล้เคียงกับเรื่องของ EQ ก็คือเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นปัจจัยสำคัญมากถ้าจะประสบความสำเร็จมาก ๆ  โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่คนต่างก็มักจะ “ตามทันกันหมด”  คนที่จะโดดเด่นจริง ๆ  ก็คือคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง  สุดท้ายที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสมองก็คือเรื่องของ Gift หรือความเชี่ยวชาญพิเศษหรือมีพรสวรรค์ที่คนบางคนอาจจะมี  “ติดตัว” มาซึ่งจะทำให้เขาประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นได้มาก  แน่นอนที่ว่าไม่มีใคร “เก่งมาตั้งแต่เกิด แต่คนที่มี “พรสวรรค์”  นั้น เขาสามารถทำมันได้ดีกว่าคนอื่นด้วยความพยายามเท่ากัน  และถ้าเขาฝึกฝนต่ออย่างเต็มที่  โอกาสที่เขาจะเป็นเลิศก็จะมีมากกว่าคนอื่น

สุดท้ายของปัจจัยในความสำเร็จที่ “ติดตัว” มานั้นยังอยู่ที่ Background หรือภูมิหลังของครอบครัวด้วย  โดยเฉพาะในสังคมไทยที่คนยังติดยึดกับเรื่องของ “ระดับชั้นทางสังคม”  อยู่มากนั้น การที่คุณจะประสบความสำเร็จสูงมากได้บางทีก็ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่หรือครอบครัวมีฐานะอย่างไรในสังคม  ถ้าคุณเกิดในครอบครัวที่เป็น Elite หรือชนชั้นนำ  ไม่ว่าจะเป็นด้านของการเมืองการปกครองหรือเป็นนักธุรกิจใหญ่  คุณก็ได้เปรียบคนอื่นอยู่มากในการที่จะประสบความสำเร็จ  อย่างไรก็ตาม  ปัจจัยข้อนี้คงจะค่อย ๆ ลดระดับความสำคัญลงในสังคมที่น่าจะก้าวหน้าขึ้นในอนาคต

การมีปัจจัยความสำเร็จที่ติดตัวมานั้นจะไม่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้มากหากเราไม่รู้ว่างานอะไรจะต้องอาศัยปัจจัยข้อไหน  ถ้าคุณมีรูปร่างหน้าตาที่ดีมากแต่ไปทำงานวิจัย  แบบนี้ก็อาจจะไม่ทำให้คุณประสบความสำเร็จอะไรมากนัก  แต่ถ้าไปเป็นดาราคุณอาจจะกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้

ลองมาดูว่างานอะไรต้องการปัจจัยความสำเร็จด้านไหนบ้าง?

ถ้าคุณทำงานเป็นพนักงานกินเงินเดือนและหวังว่าจะก้าวหน้าเติบโตกลายเป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรเอกชนหรือบริษัทขนาดใหญ่  สิ่งที่ต้องการก็คือ  อย่างน้อยคุณควรจะต้องมี IQ สูงพอประมาณ  เริ่มจากการทำงานทางด้านเทคนิคที่ใช้วิชาชีพ  คุณจะต้องมี EQ ที่ดี เพื่อให้เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย  มีความคิดสร้างสรรค์บ้างเพื่อให้เห็นถึงความโดดเด่น  มีรูปร่างที่สูงใหญ่ที่จะทำให้ได้รับการ “ยอมรับ” ว่าเหมาะสมที่จะเป็น “ผู้นำ” ได้  นี่ก็เป็นเรื่องที่ Typical หรือปกติ  แน่นอน  คนบางคนก็อาจจะมีปัจจัยอื่นหรือขาดปัจจัยบางอย่างที่กล่าวถึงแต่ก็ประสบความสำเร็จได้  พวกเขาอาจจะเป็นข้อยกเว้น

ถ้าเป็นข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ  การที่จะประสบความสำเร็จสูงนั้น ปัจจัยที่เกี่ยวกับการเป็นพนักงานบริษัทเอกชนก็น่าจะช่วยได้มาก  อย่างไรก็ตาม  คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องเก่งมากนักทั้งทางด้านเทคนิคและการเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน  และบางทีคุณอาจจะไม่ต้องการความคิดสร้างสรรค์อะไรเลย สิ่งที่ต้องการกว่าอาจจะเป็นเรื่องของความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของเจ้านายและการมีพื้นฐานทางครอบครัวที่ดีก็เป็นได้

ถ้าคุณทำงานที่เป็นเรื่องของการเป็น  “มืออาชีพ”  เช่นเป็นหมอ  เป็นวิศวกร  นักบัญชี หรือ นักการเงิน การมี IQ ที่ดีน่าจะเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญต่อความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอย่างอื่นเช่น เรื่องของความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้คุณ “แตกต่าง” ซึ่งอาจจะทำให้คุณโดดเด่นและประสบความสำเร็จได้สูง

ผมไม่มีหน้ากระดาษพอที่จะอธิบายถึงงานหรืออาชีพต่าง ๆ  อีกมากมายที่ต้องการปัจจัยความสำเร็จที่แตกต่างกัน  สิ่งที่ผมอยากจะสรุปก็คือ เราต้องวิเคราะห์ว่า เรามีปัจจัยอะไร “ติดตัว” บ้าง และเราจะใช้มันในการทำงานหรืออาชีพอะไรที่มันเหมาะสม  เพราะว่าถ้าเราไม่วิเคราะห์เราก็อาจจะเลือกทำในสิ่งที่เราเสียเปรียบหรือไม่ได้เปรียบอะไรเลย ซึ่งการทำแบบนั้นจะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ยาก อย่าใช้  “พลังใจ” ทำในสิ่งที่เรา  “ไม่ควรทำ”  เพราะนั่นอาจจะกลายเป็นเรื่อง  “ดันทุรัง” ที่ไม่ช่วยอะไรเราเลย  สุดท้ายมันจะเป็นเรื่องที่เรา  “ฝันไกลแต่ไปไม่ถึง”

ที่มาบทความ : โลกในมุมมองของ Value Investor
http://www.settrade.com/blog/nivate/2016/07/25/1756