dr nut - inflation-linked-bond

ในภาวะที่อัตราผลตอบแทนจากกองทุนตราสารหนี้ต่าง ๆ ปรับตัวลดลง หรืออยู่ในภาวะผันผวน อย่างตอนนี้ คงไม่ง่ายเลยที่จะบริหารพอร์ตการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางครั้งการลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้บางกองทุนไปแล้วก็อาจจะได้ผลตอบแทนที่น้อยกว่า “เงินเฟ้อ” หรือไม่สามารถรักษาอำนาจซื้อที่เพิ่มมากขึ้นได้ ผมเชื่อว่าการรักษาผลตอบแทนให้เท่ากับ หรือ มากกว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะยาว ๆ ได้นั้น เป็นเรื่องที่ยากพอสมควรเลยครับ

จึงเป็นที่มาของบทความวันนี้ ที่ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนเทียบเท่ากับอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งน่าจะแก้ไขปัญหาการลงทุนระยะยาว และการวางแผนการลงทุนทั้งก่อน และหลังการเกษียณได้เป็นอย่างดี เนื่องจากถ้าลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทนี้ในระยะยาว ๆ แล้ว จะช่วยรักษาอำนาจซื้อของเราได้

ดังนั้น ผมจึงขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ พระเอกของเราในวันนี้คือ “กองทุนตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อ” ครับ และก่อนอื่นเลย เรามารู้จัก พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อกันก่อน เนื่องจากเป็นองค์ประกอบหลักของกองทุนนั่นเองครับ

พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ คืออะไร

คือ พันธบัตรรัฐบาล ประเภทหนึ่ง ที่ให้ผลตอบแทนแปรผันไปตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอัตราเงินเฟ้อ โดย ณ วันครบกำหนด ผู้ลงทุนจะได้รับเงินต้นคือ 100% ถึงแม้ว่าดัชนี เงินเฟ้อจะปรับตัวลดลงก็ตาม และบวกด้วยส่วนชดเชยเงินเฟ้อ ทำให้ได้ผลตอบแทนที่สามารถรักษาอำนาจซื้อได้อย่างสมบูรณ์ (ที่มา : ThaiBMA)

ซึ่งข้อแตกต่างกันของพันธบัตรแบบธรรมดาที่ให้ ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยแบบกำหนดตายตัว หรือคงที่ตลอดอายุการถือครอง เช่น พันธบัตรรัฐบาล A ให้ผลตอบแทน 3% ต่อปี เราก็จะได้เงินกลับมาคือ 1.ผลตอบแทนที่ตราไว้หน้าพันธบัตร และ 2.เงินต้น+ดอกเบี้ยงวดสุดท้าย

แต่ถ้าเป็นพันธบัตรที่ปรับตัวตามเงินเฟ้อละก็ ผู้ถือครองจะได้ผลตอบแทนกลับมา 3 ทาง คือ 1.ผลตอบแทนแบบคงที่ 2.ผลตอบแทนจากส่วนชดเชยเงินเฟ้อ และ 3.เงินต้น+ส่วนชดเชยเงินเฟ้อ

ถ้า ยัง งง กันอยู่ไปดูที่ภาพจะเข้าใจมากขึ้นครับ

DrNut

ที่มาของภาพ : https://www.ibond.thaibma.or.th/ilb/document/pdmo/2_ILB_Manual.pdf

เห็นไหมครับว่า พันธบัตรแบบอ้างอิงอัตราเงินเฟ้อนี้น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ช่วยให้เราสามารถรักษามูลค่าเงินของเราไม่ให้เงินเฟ้อกัดกินไป

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์

คราวนี้เรามาดูกองทุนที่มีพันธบัตรแบบนี้อยู่กันนะครับ นั่นก็ได้แก่ กองทุน KTILF จาก บลจ. กรุงไทย นั่นเอง ซึ่งต้องบอกว่าโชคดีที่เข็นกันออกมาจนให้คนไทยได้ลงทุนกับกองทุนประเภทนี้ครับ

จากผลตอบแทนที่ผ่านมานั้น ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี แต่ต้องถือว่าผันผวนพอสมควรเลยครับ เนื่องจากกองทุนนี้มี Portfolio Duration**(อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในกองทุน) ที่ค่อนข้างยาวมากกกกก (ก.ไก่ ร้อยตัว) คืออยู่ที่ประมาณ 10.66 ปี (จากหน้าเวปไซต์ของ บลจ. กรุงไทย ณ วันที่ 27/4/59)

**กองทุนที่มี Portfolio Duration ยิ่งยาว จะยิ่งมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยหรือเงินเฟ้อที่ ปรับตัวขึ้นหรือลง มากกว่า กองทุนที่มี Portfolio Duration ที่สั้น เช่น กองทุนที่มี Portfolio Duration 5 ปี กับกองทุนที่มี Portfolio Duration 10 ปี ถ้าอัตราดอกเบี้ย หรือเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้กองทุนที่มี Portfolio Duration ยาว 10 ปี มีมูลค่าของกองทุนลดลงมากกว่ากองทุนที่มี Portfolio Duration 5 ปี

ในทางกลับกัน ถ้าอัตราดอกเบี้ย หรือเงินเฟ้อลดลง ก็จะทำให้ กองทุนที่มี Portfolio Duration ยาว 10 ปี จะมีค่าสูงขึ้นมากกว่า กองทุนที่มี Portfolio Duration 5 ปี ครับ เปรียบเสมือนกับเหมือนไม้กระดานหก ตามรูปด้านล่างเลยครับ

seesaw1

ภาพจาก : https://francesaylor.com/tag/bond-strategy/

จึงไม่แปลกเลยที่ช่วงนี้กองทุนแบบนี้จะให้ผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในบ้านเรามีแนวโน้มลดลง ส่งให้มูลค่าของกองทุนในช่วงนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลตอบแทนแบบ YTD (ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 27/8/59) ตอนนี้ก็ปาไป 7% แล้ววววว

ด้วย Duration ค่อนข้างยาวแบบนี้ นักลงทุนเองคงต้องเน้นการลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้น เพื่อให้ความเสี่ยงลดลงครับ ซึ่งผมประมาณคร่าวๆ ว่า อย่างน้อยๆ ก็ต้องถือกองทุนนี้ 5-7 ปีขึ้นไป แต่ถ้าต้องการความปลอดภัยสุด ๆ ก็ต้องถือจนครบอายุเฉลี่ย คือ 10 ปี

แต่ส่วนสำคัญคือ กองทุนตราสารหนี้แบบอ้างอิงเงินเฟ้อนี้ ยังเป็นองค์ประกอบหลักส่วนหนึ่งของการสร้าง Gamma ให้เกิดขึ้นอีกด้วย ซึ่งเป็นวิธีการสร้างผลตอบแทนโดยรวมให้สูงขึ้นได้ โดยใส่ใจรายละเอียดในการวางแผนการเงินให้มากขึ้น

ถ้าใครอยากทราบว่าเจ้า Gamma นี้คืออะไร (สมัยก่อนมีแค่ Beta, Alpha)  สามารถอ่านได้ที่บทความนี้กันครับ http://www.posttoday.com/economy/financial/419794

แน่นอนว่าถ้าใครไม่รู้จักเจ้า Gamma นี้ถือว่า “เชยแหลก” นักวางแผนการเงิน และนักลงทุนสมัยใหม่ต้องเข้าใจ และสร้าง Gamma ให้เกิดขึ้นให้ได้ ดังนั้นเรามาลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้แบบอ้างอิงเงินเฟ้อ เพื่อเป็นการรักษามูลค่าเงินในมือ และเพื่อช่วยสร้าง Gamma กันนะครับ ^_^

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์