dr.wisit-25-29-july

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เม็ดเงินที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่สูงถึงระดับ 5.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ใน 1 สัปดาห์ ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013

  • หุ้นถูกขับเคลื่อนด้วยฟันด์โฟลว์ สภาพคล่องดอกเบี้ยทั่วโลกที่ลดต่ำลงและการคาดการณ์ของผลการดำเนินงานและกำไรที่ดีขึ้น ตลาดหุ้นหลายประเทศในโลกทำ All time high รวมทั้ง S&P Index  และหุ้นในไตรมาส 3 นี้ อาจจะถือว่าเป็นจุดสูงสุดของสภาพคล่อง
  • Global Fund Manager ค่อนข้าง Underperform เนื่องจากที่ผ่านมา Underweight ตลาด TIPs เช่น Thailand  Indonesia Philippines ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง
  • หลังจากที่ SET Index แตะระดับ 1,500 ตามคาด เชื่อว่านักวิเคราะห์หลายค่ายจะปรับเป้ามาสู่ 1,550-1,600 ในที่สุด ในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยอาจจะผันผวนแถว 1,480-1,520
  • ภาวะสภาพคล่องที่มาก และนักลงทุน “Search For Yield” เพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในพันธบัตร ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าปัจจัยพื้นฐานในปี 2016 และแสดงว่านักลงทุนกำลัง Pricing มูลค่าหุ้นตามปัจจัยพื้นฐานในปี 2017 หรือ 1 ปีล่วงหน้า ภาวะ Searching For Yield และมีเงินต่างประเทศไหลเข้า หรือที่เราเรียกว่า เงินภายในประเทศก็มีมาก เงินภายนอกประเทศก็ไหลเข้า ทำให้นักลงทุนเกิดภาวะ Risk Appetite ที่สูง
  • ภาวะดอกเบี้ยที่แท้จริงกำลังติดลบ (Negative Real Bond Yield) นำไปสู่การเคลื่อนย้ายออกจากตลาดพันธบัตรเข้าสู่หุ้น (Tactical Asset Allocation) ราคาหุ้นจะเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก เนื่องจากนักลงทุนต้องการส่วนชดเชยความเสี่ยงลดลง (Equity Risk Premium) และอัตราส่วนลดที่ลดลง (Lower Discount Rate)
  • การที่ Bond Yield 10 ปี ของไทยปรับตัวลดลงกว่า 50 bps ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มาสู่ระดับ 1.95-2% นำไปสู่ภาวะ P/E ของหุ้นจะถูกปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • ถ้าเราใช้ P/E 15X ของ EPS ปี 2017 ราคา SET Index ที่ 1,600 SET จะต้องมี EPS โต 26% มาสู่ระดับ EPS ที่ 94 บาทต่อหุ้นในปี 2016 และ 11.7% มาสู่ระดับ 104-105 บาทต่อหุ้นในปี 2017 ตามลำดับ ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ และระดับความต่างของดัชนีที่จุดสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละปีจะอยู่ที่ราว 350 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของแต่ละปี ดังนั้น SET Index ที่ 1580-1600 นั้นก็เป็นไปได้เช่นกัน และอาจเป็นระดับที่ Peak สุดของปี
  • หุ้นกลุ่มต้นน้ำของ Infrastructure และหุ้นกลุ่ม Cyclical ของราคาไก่และการบริโภคภายในจะยังคง Outperform หลังจากที่ Outperform ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เนื่องจากมี Earning  Visibility หุ้นกลุ่ม Property ถือเป็น Value Play เนื่องจากมีมูลค่าการลงทุนในฝั่งสินทรัพย์ที่สูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของตัวเอง (Market cap.)

นักลงทุนต้องสังเกตจุดที่ทำให้สภาพคล่องหายไปอย่างฉับพลัน เช่น

  1. การปรับขึ้นของ Real Interest Rate (ซึ่งถูกเลื่อนไปปี 2017 แทน)
  2. ค่าเงิน US$ ที่เปลี่ยนสถานะมาสู่สถานะ Long อย่างฉับพลัน

ซึ่ง 2 ปัจจัยอาจจะยังไม่เห็นในช่วงไตรมาส 3 แต่อาจจะเกิดในไตรมาส 4 เป็นอย่างเร็ว และมองว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย.จะมีผลต่อ Flow โลก นักลงทุนต่างประเทศยังคงมี Net Long สะสมในตลาดอนุพันธ์เกือบ 150,000 Contacts ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา

ที่มาบทความ
: https://www.facebook.com/Trinitysecuritiesgroup/photos/a.177983115551319.50414.177733592242938/1357467954269490/?type=3&theater