dr-visit-6-10-2-17

เศรษฐกิจสหรัฐได้ปรับตัวดีขึ้นตามการเพิ่มตัวของ Nonfarm Payroll ที่เพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่ง ในขณะที่ Consensus มองว่า 180,000 ตำแหน่ง ในตัวเลขล่าสุด แต่ค่าจ้างรายชั่วโมงลดลงจาก 2.8% มาสู่ 2.5% yoy การเติบโตของค่าแรง (Wage growth) กลับอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีก่อน (2.5%) ซึ่งค่าแรงที่เติบโตช้าถือเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตามอง บ่งบอกถึงเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และไม่มีความกดดันเรื่อง Demand Pull Inflation ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ของพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ราว 2.45% ในขณะที่อัตราผลตอบแทน (Yield) ของพันธบัตรไทยเองก็มีทิศทางเช่นเดียวกับพันธบัตรสหรัฐโดยปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องด้วยแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามายังตลาดตราสารหนี้ไทยทั้งในพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาว

  • ตลาดทุนทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะ Risk on แต่เม็ดเงินของนักลงทุนต่างประเทศที่ซื้อหุ้นจะลดลงจนกว่าจะมีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน และมองว่า Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม
  • ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของตลาดหุ้นไทยคือ ผลการประกอบการบริษัทในไตรมาส 1 จะเป็นตัวกำหนดว่าตลาดหุ้นไทยจะทดสอบ 1650 หรือมากกว่านั้นในครึ่งปีแรกของปี 2017 หรือไม่?
  • ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างประเทศซื้อพันธบัตรระยะสั้น 2.3 หมื่นล้านบาท และซื้อพันธบัตรระยะยาว 6.5 พันล้านบาท แต่ทำการ Short TFEX ประมาณ 2.3 หมื่นล้านสัญญา และขายหุ้น 4 พันล้านบาท บ่งบอกว่าตลาดหุ้นในระยะสั้นจะ Sideway เพื่อหาปัจจัยใหม่ เพราะฉะนั้นกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่มีลักษณะบวกเฉพาะตัวจะให้ผลดีในช่วงตลาดหุ้นที่มีภาวะ Sideway อาทิ หุ้นที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาด หรือ Valuation ถูกกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน
  • Tail Risks (ความเสี่ยงหางอ้วนนี้สำคัญ และอาจจะทำให้การลงทุนในหุ้นเสียหาย) คือการที่สหรัฐใช้มาตรการ Repatriation (การส่งเม็ดเงินไหลกลับมาสู่ประเทศสหรัฐจากประเทศอื่น) ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลังของ 2017 ถ้าสหรัฐมีมาตรการนี้ ค่าเงิน US$ จะแข็งค่าเร็วมาก
  • ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงได้อานิสงส์จาก Theme Reflation และ Tactical Asset Allocation ได้แก่ การเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตลาดพันธบัตรไปยังหุ้น การคาดการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนไม่อยากที่จะลงทุนในตลาดพันธบัตร
  • หุุ้นกลุ่ม Commodities ยังคงเป็น Momentum Play
  • ให้ลงทุนในบริษัทที่สะท้อนข่าวร้ายหมดแล้ว, บริษัทที่มี EBITDA คงที่และมีการเติบโตสมํ่าเสมอ และบริษัทท่ีมีเงินสดในงบดุลสูง

ที่มาบทความ : www.facebook.com/Trinitysecuritiesgroup