มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (24-28 เมษายน 2560)

มองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในภาวะ Unwinding Trump Position โดยที่ Bond Yield ของสหรัฐ ดัชนี DXYO (ดัชนีบ่งบอกถึงค่าเงินสหรัฐ) ตกต่ำมากสุดนับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในนโยบายของ Trump กำลังถดถอยลง และส่งผลให้มี Flow เข้ามาในตลาดเกิดใหม่ แต่อาจมีปริมาณไม่มาก

  • ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา การซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดพันธบัตรระยะสั้นเกือบจะ Square Position ทั้งสัปดาห์ และยังไม่มีทิศทางที่แน่ชัด บ่งบอกว่า Bond Yield ยังคงใช้ทิศทางซึ่งเป็นการสะท้อนภาพของตลาดหุ้นด้วย ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดยเหตุการณ์เฉพาะหน้าหรือ Event Driver เพราะฉะนั้นการลงทุนในช่วงนี้จะเป็น Trend Following มากกว่า สิ่งที่น่าสนใจ คือ Bond Yield ปรับตัวลดลง ในขณะที่ Inflation Expectation ปรับตัวเพิ่มขึ้น บ่งบอกถึงภาวะ Risk Off (นักลงทุนซื้อสินทรัพย์ ประเภท Safe Heaven แบบ no choice หรือไม่อยากจะซื้อพันธบัตร เนื่องจากสุ่มเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีทางเลือก
  • หลังทราบผลการเลือกตั้งปธน.ฝรั่งเศสรอบแรก เริ่มเห็นสัญญาณการขายพันธบัตร เข้าสู่ risky asset มากขึ้น โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทน (Yield) ของพันธบัตรสหรัฐฯมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น หลังรัฐบาลสหรัฐฯจะนำนโยบาย Tax reform เข้ามาใช้ในปีนี้ Position ของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดพันธบัตรจะเป็นตัวกำหนด Direction ของตลาดทุน
  • แต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสยังคงไม่ส่งผลต่อ Fund Flow ของนักลงุทนต่างประเทศมากจนกระทั่งใกล้ๆวันเลือกตั้ง Final วันที่ 7 พ.ค. ซึ่งถ้านาย Macron ได้เลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส ตลาดหุ้นโลกจะตอบสนองในเชิงบวกหรือเข้าสู่สภาวะ Risk On และค่าเงิน Euro จะ Rally แต่ถ้านาง Le Pen ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส สถานการณ์จะกลับกัน
  • ในขณะที่ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่เป็น Hedging สำหรับ Geopolitical Risks ยังมองว่าการปรับฐานชนิดรุนแรงของตลาดทุนยังคงไม่ได้เกิดในช่วงนี้ เพราะค่าเงินของกลุ่มประเทศ G3 (USD, EUR และ JPY) ยังคง Stable และเศรษฐกิจทั่วโลกมี Inflation Expectation บ้างแต่ไม่รุนแรง
  • ในช่วงที่ตลาดที่ยังไม่มีทิศทางแบบนี้ มองว่าหุ้นกลุ่ม Property, Media และ PVC Producers จะ Outperform และกลุ่ม Utility ที่ได้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft จะ Outperform
  • ในตลาดภูมิภาค ซึ่งกำลังประกาศผลการดำเนินงานของกลุ่ม Petrochemical ซึ่งหลายบริษัทในต่างประเทศ Earning ออกมาเติบโต 70-80% YoY และบางบริษัทโต 70-80% QoQ
  • ตลาดหุ้นโลกยังคง Underpricing การที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน (ความน่าจะเป็น 52%) และอาจจะถือเป็น Negative Surprise ในช่วงเดือนมิถุนายน

ที่มาบทความ : www.facebook.com/Trinitysecuritiesgroup