best-super-stock

“หุ้นเด้ง” ตามนิยามของปีเตอร์ ลินซ์ ผู้บริหารกองทุนระดับตำนาน คือ หุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นไปจากอดีตเป็นเท่าตัว ราคาขึ้นไปสองเท่าก็สองเด้ง หากขึ้นไปสิบเท่าก็สิบเด้ง

แน่นอนว่าหุ้นเด้งย่อมเป็นสิ่งที่นักลงทุนส่วนใหญ่ถวิลหา เพราะหากนักลงทุนซื้อหุ้นไว้ตั้งแต่ก่อนเด้ง และถือรอจนมันเด้ง ผลตอบแทนที่ได้นั้นจะมากกว่า 100% หรืออาจเรียกได้ว่าเปลี่ยนชีวิตนักลงทุนคนหนึ่งไปเลยก็เป็นได้

คำถามคือแล้วนักลงทุนจะหาหุ้นเด้งได้อย่างไร?

ก่อนอื่นต้องอธิบายถึงหลักการพื้นฐานของการประเมินมูลค่าหุ้นอย่างง่ายก่อน คือ P = EPS x PER หรือ ราคา (price; P) เท่ากับ กำไรต่อหุ้น (Earning Per Share; EPS) คูณค่าสัดส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (Price per Earning Ratio; PER)

ดังนั้น หุ้นที่มีแนวโน้มราคาจะเพิ่มขึ้น (P เพิ่ม) ย่อมเกิดจากองค์ประกอบคือ EPS เพิ่ม หรือ PER เพิ่ม พิจารณาจากโครงสร้างสูตร P = EPS x PER หาก EPS คงที่ แต่ PER เพิ่มขึ้น 2 เท่า ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า หรือหาก PER คงที่ แต่ EPS เพิ่มขึ้น 2 เท่า ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า แต่ถ้า EPS และ PER ต่างเพิ่มขึ้นอย่างละ 2 เท่าในเวลาเดียวกัน ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

ดังนั้น หุ้นจะเด้งได้มักจะเกิดจาก 3 ปัจจัย คือ กำไรเติบโต ราคาหุ้นถูก และคุณภาพของกิจการแข็งแกร่ง

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

กำไรเติบโต หรือ EPS ของกิจการโต ตรงไปตรงมาว่าหากบริษัทสามารถทำกำไรได้มากขึ้น มูลค่าของกิจการย่อมมากขึ้นไปเป็นเงาตามตัว นักลงทุนจึงต้องเสาะแสวงหาหุ้นที่มีแนวโน้มว่ากำไรจะโต เพราะหุ้นเหล่านั้นอาจจะมีโอกาสกลายเป็นหุ้นเด้งในอนาคตได้ โดยทั่วไปนักลงทุนอาจมองถึงโอกาสที่กิจการจะได้ขายสินค้าหรือบริการในปริมาณที่มากขึ้น หรือในราคาที่สูงขึ้น เพราะปริมาณขายและราคาขายจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนพื้นฐานของรายได้ไปจนถึงกำไรของกิจการ

ราคาหุ้นถูก หรือ PER ต่ำ นักลงทุนจำนวนมากแนะนำให้นักลงทุนมือใหม่ซื้อหุ้นพีอีต่ำ เพราะมันมีพื้นฐานโดยนัยว่าราคาหุ้นนั้นถูก หุ้นราคาถูกนั้นมีโอกาสที่ราคาจะลงได้น้อยเพราะราคาถูกมากแล้ว (ในกรณีที่กำไรไม่เปลี่ยนแปลง) แต่กลับเปิดโอกาสที่ราคาจะขึ้นได้มาก เพราะมีสิทธิ์ที่ตลาดจะทำการปรับการประเมินมูลค่าหุ้นนั้นเสียใหม่โดยการยอมซื้อขายกันที่พีอีแพงขึ้น อย่างที่เห็นกันได้หลายต่อหลายครั้งว่าหุ้นบางตัวพื้นฐานกิจการไม่เปลี่ยนเลย แต่ก็กลายเป็นหุ้นเด้งได้ เพราะตลาดซื้อขายกันไปจนพีอีสูง

คุณภาพกิจการแข็งแกร่ง หรือ EPS เติบโตอย่างมั่นคง การที่บริษัทจะมีกำไรที่เติบโตนั้น นอกจากจะดูปัจจัยทางปริมาณแล้วยังต้องดูปัจจัยด้านคุณภาพอีกด้วย คือไม่ใช่เพียงสนใจว่ากำไรนั้นโตเท่าไหร่ แต่ต้องสนใจด้วยว่ากำไรนั้นโตอย่างมีคุณภาพหรือไม่ เพราะกำไรที่เติบโตอย่างมีคุณภาพจะส่งผลให้ในระยะยาวราคามักขึ้นอย่างถาวรและมีโอกาสที่ตลาดจะปรับค่าพีอีให้สูงขึ้นอย่างถาวรด้วย เห็นได้บ่อยครั้งว่าหุ้นที่กำไรโตเพียงชั่วคราวมักจะได้รับความนิยมจากตลาดน้อยกว่าหุ้นที่กำไรโตอย่างถาวร ยกตัวอย่างเช่น หุ้นโภคภัณฑ์ที่กำลังกำไรเติบโตชั่วคราวจากการที่ราคาโภคภัณฑ์ดีดตัวขึ้น หลายครั้งราคาก็ไม่ได้ตอบสนองมากมายนัก คือตลาดไม่ได้ปรับราคาไปตามกำไรที่เพิ่มขึ้น หรือยอมซื้อขายที่พีอีที่แพงขึ้น เพราะตลาดรู้ว่าการเติบโตนี้เป็นเพียงเรื่องชั่วคราวเท่านั้น อีกไม่นาน คุณภาพกิจการก็จะกลับเข้าสู่ที่เดิม

หลักการพื้นฐานในการหาหุ้นเด้งจึงคือการถามคำถามกับกิจการว่า “กำไรมีโอกาสเติบโตไหม” “ราคากิจการถูกไหม” และ “กำไรของกิจการโตอย่างมีคุณภาพหรือเปล่า”

หากกิจการใดมีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง 3 ข้อ คือ กำไรเติบโต หุ้นถูกซื้อขายที่ราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น และกำไรของกิจการโตอย่างยั่งยืน สุดท้ายแล้ว มูลค่าของกิจการหรือราคาหุ้นมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางการเปลี่ยนของพื้นฐานกิจการที่ดียิ่งขึ้น กำไรต่อหุ้นที่สูงขึ้นจะทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น มูลค่าที่ถูกจะถูกปรับเปลี่ยนไปซื้อขายที่แพงขึ้นตามคุณภาพกิจการ และสุดท้าย ความมั่นคงของพื้นฐานกิจการจะทำให้ราคาที่ขึ้นไปนั้นมั่นคงและรักษาระดับไว้ได้อย่างยาวนาน

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ