Close

เปลี่ยนชีวิตกับกองทุนที่ดีที่สุด (Best-in-Class) ด้วย Technology และ Big data

ลงกองทุน ไม่ใช่หลับตาเลือกอะไรก็ได้…

ถ้าเราลงทุนด้วยเงิน 1,000,000 บาทแล้วบังเอิญเลือกลงทุนในกองที่ผลตอบแทนดีที่สุดในกลุ่มกองทุนหุ้นไทย 3 ปีนับจากปี 2015

ปัจจุบันเราจะได้ผลตอบแทนกว่า 54% คิดเป็นเงินกว่า 540,000 บาท เทียบเท่าโตโยต้าวีออส 1 คัน

ในขณะที่ถ้าลงในกองทุน 3 กองที่แย่ที่สุดจะได้ผลตอบแทนเพียง 7% หรือประมาณ 70,000 บาทเท่านั้น

คุณเสียโอกาสมากกว่า 470,000 บาทหรือประมาณ 47% ของกำไรจากเงินลงทุนเลยทีเดียว

แต่สุดท้ายผลตอบแทนย้อนหลัง ก็ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคตแต่อย่างใด…

การหากองทุนที่ผลตอบแทนดีที่สุดใน 3 ปีที่แล้วมาลงทุน โดยคาดหวังว่า กองทุนเหล่านั้นจะยังคงทำผลตอบแทนที่ดีได้ต่อไป ก็ดูจะเป็นหนทางที่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ เพราะเป็นการละลายคำเตือน ที่ว่า “ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต” แม้แต่ตัวบลจ.ผู้ออกกองทุนรวมเอง ยังไม่มั่นใจในผลตอบแทนของพวกเขาเอง

วอร์เรน บัฟเฟตต์​เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าอดีตคือทุกสิ่งทุกอย่างของการลงทุน บรรณารักษ์ทุกคนคงกลายเป็นเศรษฐีไปหมดแล้ว”

การเลือกกองทุนโดยการดูเพียงผลตอบแทนในอดีตเปรียบเสมือนการขับรถไปข้างหน้าด้วยการมองกระจกหลัง

เปลี่ยนชีวิตกับกองทุนที่ดีที่สุด ด้วย Technology และ Big data

ด้วยเหตุที่กองทุนที่ดีที่สุดไม่ใช่กองทุนที่ผลตอบแทนดีที่สุดเท่านั้น! FINNOMENA จึงขอนำเสนอ Best-in-Class พอร์ทอัตโนมัติ ช่วยเลือกสรรกองทุนที่ดีที่สุดในแต่ละ สินทรัพย์แต่ละประเภท (Asset Class) และช่วงเวลา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยใช้ข้อมูลปัจจัยต่างๆ (Big Data) เข้ามาช่วยตัดสินใจ

การเลือกลงทุนในกองทุนที่ดีที่สุดไม่เพียงสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคต และอาจเปลี่ยนชีวิตของคุณได้อย่างที่คุณไม่เคยคาดคิด

ตัวอย่างปัจจัยสำคัญที่พอร์ท FINNOMENA Best-in-Class พิจารณา
ผลตอบแทนหลังปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-Adjusted Return)

นำผลตอบแทนต่อปีของกองที่สนใจมาหารด้วยความผันผวนของผลตอบแทนกองทุนในช่วงเวลานั้น จะได้เป็นผลตอบแทนหลังปรับด้วยความเสี่ยง ถ้ากอง A และ B มีผลตอบแทนที่เท่ากัน กองใดที่มีความผันผวนน้อยกว่า ย่อมมีค่าผลตอบแทนหลังปรับด้วยความเสี่ยงที่สูงกว่า

กองทุนผันผวนหนักย่อมมีผลต่อทั้งจิตใจของนักลงทุนเอง บางคนรับขาดทุนหนักๆ ไม่ได้ รวมไปถึงความยืดหยุ่นในการถอนเงินไปใช้ ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย กองผันผวนหนักมักมีแนวโน้มที่ปรับฐาน ณ จุดใดจุดหนึ่งลึกๆ ก่อนจะกลับตัวขึ้นมา หากจำเป็นต้องใช้เงินระหว่างปรับฐานย่อมทำให้เกิดการเสียโอกาสขึ้นอย่างน่าเสียดาย

ความผันผวนที่ต่ำแสดงให้เห็นถึงการจัดการความเสี่ยงที่ดีของกองทุน กองทุนที่มีการจัดการความเสี่ยงดีมักจะมีผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

จุดขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown)

ถ้าคุณต้องการความสงบของจิตใจ สิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ดูไม่ได้

เพราะถ้าคุณขาดทุน …. 30% คุณต้องทำกำไรกลับมาถึง 43% เพื่อให้คืนทุน

ถ้าขาดทุน 50% ต้องทำกำไรกลับมา 100%

ถ้าขาดทุน 90% ต้องทำกำไรกลับมา 900%

ยิ่งขาดทุนมาก โอกาสในการทำกำไรกลับมายิ่งยาก โอกาสเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่ายิ่งไม่มี

กองทุนใดๆ ก็ตาม ที่สามารถจำกัดการขาดทุนได้ดี เมื่อเกิดการขาดทุนย่อมสามารถฟื้นกลับขึ้นมาได้ง่ายกว่า ไม่เหนื่อยเหมือนกองทุนที่ขาดทุนลึกนั่นเอง

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ทีม FINNOMENA ใช้ Technology และ Big Data เข้ามาช่วยวิเคราะห์และจัดการกองทุนกว่า 4,000 กองทุนและเพื่อให้ได้กองทุนที่ดีที่สุดในแต่ละ Asset class และช่วงเวลาให้กับนักลงทุน

แต่เพราะกองทุนที่ยอดเยี่ยมในวันนี้ ไม่ได้เป็นกองทุนที่ยอดเยี่ยมที่สุดไปตลอด

สิ่งที่หนึ่งที่นักลงทุนจำเป็นต้องทำคือ คอยอัพเดทสถานการณ์ ผลตอบแทนของกองทุนอยู่เรื่อยๆ หรือแม้แต่ในกองกลุ่มประเภทเดียวกัน แต่ละกองก็อาจจะมีประเภทของหุ้นที่ลงต่างกันซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานในแต่ละช่วงเวลามีความแตกต่างกันไปด้วย FINNOMENA Best-in-Class จึงจะมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติในการปรับพอร์ทลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา

การปรับพอร์ตในเเต่ละครั้งจะมีการใช้ Big data ในการจัดอันดับกองทุนทุกปีหรือทุกๆ ครึ่งปี ที่ FINNOMENA เราเชื่อว่าการปรับพอร์ตคือการตรวจเช็คว่ากองทุนนั้นๆ ยังมีการจัดสรรสัดส่วนของการลงทุนดีอยู่หรือไม่ ซึ่งสะท้อนมาในผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง

จากภาพเป็นการเเสดงให้เห็นว่า ถึงเเม้คุณจะเลือกลงทุนใน Best-in-class เเล้ว เเต่ถ้าไม่มีการปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ผลตอบเเทนของคุณอาจะไม่โตตามเป้าที่คุณวางไว้

การลงทุนใน Best-in-Class เเต่ไม่มีการปรับ Port จะให้ผลตอบเเทนเพียง 21% ในระยะเวลา 3 ปี

ในขณะที่คุณควรจะได้ผลตอบเเทน 54% ค่าเสียโอกาสของคุณจะเพิ่มเรื่อยๆถ้าคุณไม่มีการปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่อง

ที่ FINNOMENA เราเชื่อว่าการเลือกลงทุนในกองทุนนั้นเป็นมากกว่าการดูผลตอบแทนในอดีต เราเชื่อในพลังของ Technology และ Big data

หากคุณคือนักลงทุนที่รู้ว่าการเลือกลงทุนในสิ่งที่ดีที่สุดไม่ได้มีแค่ผลตอบแทนในอดีต คุณมีวิสัยทัศน์และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ Technology เพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับการลงทุน คุณเชื่อว่าการลงทุนต้องเกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้วย Big data ที่แม่นยำ ไม่ใช่เกิดจากการจินตนาการโดยไร้เหตุผล FINNOMENA Best-in-Class คือบริการที่ใช่สำหรับคุณ