ปรับตัวอย่างไรเมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นเทคลงต่อเนื่อง : FINNOMENA Market Alert & Recommendation

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงแรงอีกครั้งเมื่อคืนนี้ โดย Dow Jones -2.4%, NASDAQ -4.4% ขณะที่ดัชนี VIX ที่สะท้อนความกลัวของตลาดปรับเพิ่มขึ้น 21.8% มาที่ระดับ 25.2 ใกล้เคียงกับช่วงที่ตลาดผันผวนหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ทำให้ผลตอบแทนของหุ้นอเมริกาเข้าสู่ระดับติดลบเมื่อนับจากเมื่อต้นปีไปแล้ว

ผลต่อเนื่องมาที่ตลาดเอเชียเช้าวันนี้ Nikkei -3.1% China -1.7% Hang Seng – 2.0% และ KOSPI -2.7% ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียเข้าสู่ภาวะ Bear Market คือมีการปรับฐานเกิน 20%

สิ่งที่สังเกตเห็นคือตลาดสหรัฐฯ กำลังมีภาวะกลัวความเสี่ยง คือไม่รับข่าวดีแม้ดัชนี PMI จะสูงขึ้นกว่าที่คาด และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนฯ ไตรมาส 3/61 ทีประกาศออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ตลาดปรับตัวลงสวนกับปัจจัยพื้นฐาน

(รูปที่ 1) เมื่อดูที่ดัชนี Dow Jones ในมุมมองทางเทคนิคจะเห็นว่าตลาดมีการปรับฐาน แต่ยังนับว่าอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น มีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 23,500 จุด จึงยังไม่เป็นการคอนเฟิร์มว่าตลาดหุ้นทั้งโลกเข้าสู่ภาวะขาลง โดยทีมงานคณะกรรมการลงทุนของบลน.ฟินโนมีนา จะทำการติดตามสัญญาณอย่างใกล้ชิด

เมื่อมาดูที่ตลาดหุ้นเอเชีย ณ จุดนี้ตลาดหุ้นเอเชียได้ปรับฐานไปแล้วประมาณ 20% และทำการซื้อขายที่ระดับ – 1 SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PE 10 ปี ในส่วนของตลาดหุ้นจีน ล่าสุดทางการจีนได้ดำเนินนโยบายทั้งการเงิน และการคลัง รวมถึงการให้กองทุนภาครัฐเข้าช่วยพยุงตลาดหุ้น

(รูปที่ 2) เมื่อดูที่ดัชนีหุ้นจีน A Shares คือ CSI 300 ซึ่งเป็นกองทุนหลักของ SCBCHA จะเห็นว่าแม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับฐานแรงรอบนี้แต่ CSI 300 ยังคงไม่หลุดแนวรับหลักที่ 3003 และ 2844 เราแนะนำให้ยังคง “ถือ” การลงทุนในหุ้นจีน โดยน่าจะมีนโยบายของทางการเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์

(รูปที่ 3) ในส่วนของตลาดหุ้นเกาหลี แม้ในต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจะมีสัญญาณซื้อจาก MACD ระดับสัปดาห์ แต่ล่าสุดประกาศ GDP ไตรมาส 3/1 ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 2.0% ขณะที่ตลาดหุ้นได้รับผลกระทบค่อนข้างมากเนื่องจากได้รับ sentiment เชิงลบมาจากการปรับตัวลดลงของ NASDAQ

ทางทีมคณะกรรมการลงทุน บลน.ฟินโนมีนา มีมุมมองแนะนำ “ลดสัดส่วน” การลงทุนใน KOSPI ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งในกรณีที่มีการปรับขึ้นมาปิด Gap ที่ 2100, 2230 หรือตลาดปรับตัวทำ new low เราไม่แนะนำให้ขายในวันที่ตลาดปรับตัวลงมาก ๆ เนื่องจากจะได้ราคาขายที่ไม่ดี

(รูปที่ 4) ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ปรับขึ้นมาชัดเจน โดยปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วประมาณ 4% นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในรอบนี้ทองคำได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ายังเป็น Safe Haven Asset ในกรณีที่ตลาดผันผวนหนัก

ในแง่พื้นฐาน ล่าสุดเราเริ่มเห็นการเก็บสะสมทองคำจากกองทุน ETF และธนาคารกลางในภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ เรายังคงแนะนำการถือครองทองคำในระดับ overweight ที่ 20% ของพอร์ตการลงทุนแนะนำ GAR & TOP5 อย่างต่อเนื่องเนื่องจากจะมีส่วนช่วยให้พอร์ตขาดทุนน้อยกว่าตลาดในช่วงนี้

(รูปที่ 5) ในส่วนของตลาดหุ้นไทย ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารประกาศออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ระดับ NPL โดยรวมไม่เพิ่มขึ้น ทำให้ความจำเป็นในการการตั้งสำรองของธนาคารลดลง แม้ตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยภายนอก เรายังคงแนะนำ “ถือครอง” หุ้นไทยต่อไปในช่วงนี้ โดยแนวรับสำคัญของตลาดอยู่ที่ระดับ 1600 จุด ซึ่งหากตลาดไม่ปรับลงต่ำกว่า Level นี้จะมีโอกาสที่ตลาดกลับเข้าสู่ขาขึ้นของ Wave 5 ตามหลัก Elliot Wave

เราเชื่อว่ารัฐบาลจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องในช่วงนี้ หลังจากงบประมาณปี 2562 ได้เริ่มใช้งานแล้ว รวมไปถึงความชัดเจนเรื่องการมีเลือกตั้งน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อ SET ในระยะถัดไป

คณะกรรมการลงทุน บลน.ฟินโนมีนา
รายงาน

nter logo

สนใจลงทุนในกองทุนรวม พร้อมรับคำแนะนำการลงทุนจริงจาก FINNOMENA แค่กรอกรายละเอียดสั้นๆ

ลงทะเบียนรับสิทธิ์