FINNOMENA Market Alert: ตลาดหุ้นฮ่องกงบวกแรง 3.6% ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนามลบ 3.5%

เช้าวันนี้ (15 พ.ย.) ดัชนี Hang Seng บวกแรง 3.17% ปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 18,000 จุด นำโดยหุ้น Alibaba +9.0% Haidilao +8.4% และ Tencent +8.0% หลังจากที่โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ระหว่างเข้าร่วมประชุมผู้นำ G20 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยหลังจากการพบกัน โจ ไบเดน ได้มีการแถลงข่าวโดยมีใจความว่า จะไม่เกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีนขึ้น และ โจ ไบเดน เชื่อว่าจีนจะยังไม่บุกไต้หวันในเร็ววันนี้

นอกจากปัจจัยเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีนจากการพูดคุยของผู้นำทั้งสองประเทศ จีนก็ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการผ่อนคลายมาตรการควมคุม Covid-19 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมาตรการที่เข้ามากระตุ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์ 16 มาตรการ แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 16,072 คน ยังเป็นปัจจัยที่กดดันมาตรการควมคุม Covid-19 ที่เริ่มผ่อนคลายลงของจีน

ขณะที่ดัชนีหุ้นเวียดนาม VN30 ปรับตัวลดลง 3.48% สู่ระดับ 906.14 จุด จากแรงขายในกลุ่มการเงินและประกัน เช่น VPB -6.69% (Floor) BID -3.34% และ VCB -1.33% รวมถึงในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมรัพย์อย่าง NVL -6.93% (Floor) BCM -3.45% และ VHM -2.95% ซึ่งยังเป็นผลมาจากความกังวลเรื่อง Credit Crunch ในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแรงขายจากการใช้ Margin ก็ยังส่งผลให้ตลาดหุ้นเวียดนามยังปรับตัวย่อลงต่อโดยไม่ได้สนใจพื้นฐานของหุ้นในขณะนี้

FINNOMENA Investment Team มองว่าความผันผวนในตลาดหุ้นฮ่องกงยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่ได้รับปัจจัยเชิงบวกจากการพูดคุยของผู้นำของสหรัฐฯและจีน รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุม Covid-19 ถึงแม้ว่าผู้ติดเชื้อในประเทศจีนยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น และอาจจะทำให้อาจมีการกลับมาเข้มงวดมากขึ้นหากไม่สามารถควบคุมการระบาดได้

อย่างไรก็ตามข่าวดีจากการเข้ามากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน รวมถึง Valuation ของหุ้นจีนหลาย ๆ ดัชนีอยู่ในระดับที่ถูก โดยเฉพาะในดัชนี Hang Seng Index ที่อยู่ในระดับ Deep Discount แต่จากสถิติในอดีตมักเป็นจุดสะสมที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จึงแนะนำทยอยสะสม กองทุนหุ้นจีนต่างๆ ซึ่งมักมีค่า Correlation กับดัชนี Hang Seng อาทิ K-CHINA-A(A), P-CGREEN ในลักษณะการลงทุนระยะยาว ที่เน้นพิจารณาจากปัจจัยเชิงมูลค่า

ด้านตลาดหุ้นเวียดนามที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเวียดนามยังมีความผันผวนแรงในระยะสั้น แต่ยังคงมุมมองระยะยาวเช่นเดิม จากศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงแข็งแกร่ง อีกทั้งระดับ Valuation อยู่ในระดับที่ถูกเมื่อเทียบกับหุ้นโลก รวมไปถึงแรงเข้าซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มเติม ซึ่งสะท้อนผ่านทาง Foreign Limit ของหุ้นต่างๆ ยังคงเต็มและมีค่า Premium ในระดับสูง ทำให้เรายังคงจับตาและมองหาโอกาสในการลงทุนหุ้นเวียดนามหลังจากนี้ เมื่อความผันผวนเริ่มลดลง

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ