ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลง 2.6% จากความกังวลล็อกดาวน์

เช้าวันนี้ (20 ต.ค.) ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลงแรงอีก 2.6% ต่อเนื่องจากวานนี้ที่ปรับตัวลง 2.3% จากรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศจีน เพิ่มสูงขึ้นกว่า 4.7 พันราย ส่งผลให้การล็อคดาวน์อาจถูกนำกลับมาใช้อย่างเข้มงวดเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทางการจีนได้สั่งล็อคดาวน์พื้นที่เขตจงหยวน เมืองเจิ้งโจวที่มีประชากรอาศัยกว่า 1 ล้านคนไปก่อนหน้านี้แล้ว ในวันนี้การปรับตัวลงเกิดขึ้นกับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และครอบคลุมหุ้นกว่า 91% ของตลาด มีเพียงกลุ่มการเงินบางบริษัทเท่านั้นที่สามารถบวกสวนตลาดได้

แม้ในวันนี้ นาย John Lee ผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ของฮ่องกง จะประกาศแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจฮ่องกง โดยจะดึงดูดแรงงานที่มีความสามารถสูงจากต่างชาติเข้ามาทดแทนแรงงานที่หายไปหลังจากการระบาดของโควิด และให้สิทธิพิเศษด้านภาษีและที่อยู่อาศัยก็ตาม แต่ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของการบริโภคในระยะสั้นยังคงได้รับผลกระทบจากการนโยบาย Zero Covid ที่ยังไม่มีทีท่าจะผ่อนคลายลง ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 3 ของจีน ที่จะเริ่มประกาศออกมาหลังจากนี้อาจจะยังดูไม่ดีนัก

FINNOMENA Investment Team มองว่าตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงนั้น ยังมีแรงกดดันเชิงนโยบายภาครัฐจีน จากนโยบาย Zero COVID ซึ่งการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ยังคงยึดมั่นที่จะใช้นโยบาย Zero Covid ต่อไป รวมถึงยังมีปัญหาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังกดดันอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม Valuation ที่ต่ำลงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวแล้ว และการเริ่มมีท่าทีผ่อนคลายการควบคุม COVID-19 ในฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตการปกครองของจีน อาจมีแนวโน้มเป็นการทดลองผ่อนคลายในพื้นที่ขนาดเล็ก เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงมาตรการให้ดีมากขึ้น และใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ในอนาคต ซึ่งอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง

จึงยังแนะนำคงสัดส่วนการลงทุน เพื่อรอความชัดเจนของนโยบายทางเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และคงสัดส่วนในกลุ่ม Consumer ของจีนแม้ความผันผวนจะสูง แต่ความเสี่ยงด้าน Valuation อยู่ในระดับต่ำ และอาจมีแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมได้ในระยะต่อไป

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ