Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 1 รูปแบบวัฏจักรเศรษฐกิจระยะสั้น กลาง และยาว I Source : https://www.fidelity.com/viewpoints/investing-ideas/business-cycle-investing as of 20/8/2019

“ไม่ว่าจะมั่นใจกับการเดิมพันขนาดไหน ผมก็สามารถพลาดได้เสมอ” — Ray Dalio

บทเรียนในอดีตสอนเราว่าตลาดการลงทุนมักมีขึ้นและมีลง ซึ่งค่อนข้างแน่ชัดว่านี่เป็นเวลาที่ตลาดหุ้นทั่วโลกได้ผ่านจุดสูงสุดกันไปแล้ว สิ่งที่ยืนยันสมมติฐานดังกล่าว คือ GDP เริ่มชะลอตัว เช่นเดียวกับกำไรของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้พฤติกรรมที่มักปรากฏออกมาช่วงปลายตลาด คือ ความผันผวน เราเริ่มเห็นตลาดตอบรับข่าวดีอย่างตื่นเต้น และตื่นตระหนกกับข่าวร้ายอย่างรุนแรง การเห็นดัชนีตลาดหุ้นขึ้นลงในระดับ 2-3% เป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติในสภาวะปกติ

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 2 วัฏจักรและภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในปัจจุบัน I Source : https://www.fidelity.com/viewpoints/investing-ideas/business-cycle-investing as of 20/8/2019

ฟังดูแล้วการลงทุนดูไม่สดใสเลยในภาวะเช่นนี้ แต่มีอีกสิ่งที่อดีตได้สอนเรา นั่นคือ ทุกภาวะเศรษฐกิจมักจะมีตลาดหรือสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้

ใช่ครับ…ตลาดหุ้นดูเป็นการลงทุนที่ดูไม่น่าสดใส แต่ยังมีตลาดตราสารหนี้อันเป็นตลาดที่นักลงทุนมืออาชีพจะนึกถึงและต้องมีในพอร์ตการลงทุนเสมอ นอกจากนี้แล้วทองคำและกองทุนอสังหาฯ ก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนในภาวะแบบนี้เช่นเดียวกัน

มาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจกำลังสงสัย บางท่านไม่เห็นด้วย หรือกำลังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ไม่เป็นไรครับ เราไปดูกันต่อถึงเหตุและผลทีละขั้นทีละตอน ที่ได้รับแนวคิดจากกลยุทธ์ All Weather portfolio

สินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในช่วงที่ตลาดผันผวนซึ่งแน่นอนว่าตลาดหุ้นต้องอยู่ในภาวะซบเซา

ตราสารหนี้

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 3 ผลตอบแทนของหุ้น ตราสารหนี้ และเงินสด ในแต่ละสภาวะเศรษฐกิจ I Source : https://www.fidelity.com/viewpoints/investing-ideas/business-cycle-investing as of 20/8/2019

เมื่อใดที่ตลาดหุ้นผันผวน สภาพเศรษฐกิจไม่เอื้อต่อการขยายตัวของรายได้และกำไร มีโอกาสขาดทุนมากกว่าจะกำไร การเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่คาดการณ์กระแสเงินสดหรือผลตอบแทนได้แน่นอนกว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อพอร์ตการลงทุน นี่เป็นเหตุผลแรกที่มีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น

เมื่อเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นมาตรการที่เกิดขึ้นตามมาซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ผลดีต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นได้แต่มักส่งผลดีเกือบในทันทีต่อตลาดตราสารหนี้ เพราะนักลงทุนจะเข้าซื้อตราสารหนี้ที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า เปรียบเสมือนล็อกอัตราผลตอบแทนก่อนที่จะลดลงตามอัตราดอกเบี้ยในเวลาต่อมา จึงหนุนให้ตลาดตราสารหนี้สร้างผลตอบแทนได้

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 4 ผลตอบแทนของตราสารหนี้เก็งกำไร และตราสารหนี้เกรดลงทุน I Source : https://www.fidelity.com/viewpoints/investing-ideas/business-cycle-investing as of 20/8/2019

แต่ก็มีความเสี่ยงครับ ในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มไม่ดีหลายบริษัทอาจเริ่มมีการผิดชำระหนี้ แต่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการลงทุนในตราสารหนี้เกรดลงทุน (Investment Grade) ที่มีความเสี่ยงจากการผิดชำระหนี้ในระดับต่ำ

ทองคำ

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 5 ผลตอบแทนของดัชนี S&P 500, ทองคำ และดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ (VIX) I Source : https://snbchf.com/2018/03/skoyles-market-selloff-gold-portfolio-risk/ as of 20/8/2019

เป็นสินทรัพย์ประเภท safe-haven หรือสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ขาดทุน แล้วปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำมีอะไรบ้าง?

สองปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ คือ

1. ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index)

2. ความกังวลของนักลงทุนในตลาด

โดยปกติราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับดัชนีค่าเงินดอลลาร์ นั่นหมายความว่า หากค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว ราคาทองคำมักจะปรับตัวขึ้น โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนประกอบไปด้วย

-การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ

-การพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาสู่ระบบมากขึ้น ที่เราคุ้นเคยกัน คือ การทำ QE

-เศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นมีความน่าสนใจ ดึงดูดเงินลงทุนออกจากสหรัฐฯ

ซึ่งปัจจัยแรก การลดอัตราดอกเบี้ยได้เริ่มขึ้นแล้ว ส่วนการทำ QE ก็เป็นอีกมาตรการที่อาจมีการนำมาใช้ในอนาคตอันใกล้ ด้านปัจจัยสุดท้ายยังไม่ปรากฏขึ้นมาอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม การที่สองปัจจัยแรกเกิดขึ้นก็บ่งบอกแล้วว่าเศรษฐกิจได้เข้าถึงช่วงชะลอตัว ดังนั้นปัจจัยสุดท้ายไม่น่าจะปรากฏในช่วงเวลาดังกล่าว

เมื่อเศรษฐกิจเข้าภาวะชะลอตัว ความกังวลของนักลงทุนในตลาดต้องมีมากขึ้นเป็นธรรมดาซึ่งจะไปหนุนให้มีแรงซื้อทองคำมากขึ้น นั่นเพราะว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ใช้อ้างอิงเงินกระดาษมาเป็นเวลานาน เมื่อใดที่ความกังวลเริ่มมากขึ้น ความเชื่อต่อเงินกระดาษก็น้อยลงไป ความเชื่อต่อสิ่งที่ใช้อ้างอิงเงินกระดาษกลับมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลของราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นเมื่อมีความกังวลในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจชะลอตัว

กองอสังหาฯ (REITs)

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

รูปที่ 6 ผลตอบแทนกองทุนอสังหาฯ, ดัชนี S&P 500 และตราสารหนี้ I Source :  https://www.thinkadvisor.com/2014/05/27/finke-is-the-time-right-for-reits/?slreturn=20190720062415 as of 20/8/2019

เป็นสินทรัพย์ที่ราคาเคลื่อนตัวคล้ายกับตราสารหนี้ โดดเด่นในช่วงท้ายของวัฏจักรเศรษฐกิจเพราะว่ากองทุนอสังหาฯ มีรายได้จากค่าเช่าหรือรายได้จากการใช้อสังหาฯ ทำให้นักลงทุนสามารถประเมินกระแสเงินสด อัตราผลตอบแทนได้ง่ายกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ในขณะเดียวกันหากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็เป็นผลให้กองทุนอสังหาฯ มีความน่าสนใจมากขึ้น เหมือนกับการล๊อคอัตราผลตอบแทนก่อนที่จะลดลงตามอัตราดอกเบี้ยในเวลาต่อมาของการลงทุนในตราสารหนี้

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงมักปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลออย่างหนัก เพราะรายได้อาจลดลง ไม่ขยายตัว หรือผิดคาดการณ์ ขณะที่ราคาอาจมีอยู่ในระดับสูงกว่าที่ควรจะเป็นจึงกดดันให้ราคาต้องปรับลงเข้าสู่ระดับที่เหมาะสม

Immunity พอร์ตการลงทุนแนะนำที่ออกแบบจากสินทรัพย์เหล่านี้

พอร์ตการลงทุนแนะนำนี้ได้นำแนวคิดจากกลยุทธ์ All-Weather Portfolio มาประยุกต์ใช้ภายใต้แนวคิดว่าการลงทุนไม่ใช่การเดิมพัน

“ความล้มเหลวสอนว่า ไม่ว่าจะมั่นใจกับการเดิมพันขนาดไหน ผมก็สามารถพลาดได้เสมอ”

“การกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม คือกุญแจสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงโดยผลตอบแทนไม่ลดลง”

นี่คือคำกล่าวที่สั้นแต่ลุ่มลึก แฝงด้วยปรัญชาการลงทุนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของชายที่ชื่อว่า…

“Ray Dalio”

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 7 กลยุทธ์การลงทุนแบบ All-Weather ของ Bridgewater I Source : https://www.marketwatch.com/story/the-events-that-rocked-financial-markets-in-2015-2015-12-22 as of 21/8/2019

ด้วยแนวคิดดังกล่าวทำให้เกิดกลยุทธ์ All-Weather Portfolio ที่ซึ่งไม่เดิมพันกับอะไรเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นหากคุณเป็นนักลงทุนที่เชื่อว่าเศรษฐกิจ รายได้และกำไรของบริษัทจดทะเบียนกำลังชะลอตัว แต่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นแล้ว การลงทุนหุ้นในขณะที่สภาวะแวดล้อมไม่เป็นใจคงเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเหมาะสม ต้องมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นซึ่งเงินดังกล่าวต้องไหลออกมาหาสินทรัพย์ที่โดดเด่นในช่วงเวลาดังกล่าว จากรูปด้านบนจะเห็นว่าพอร์ตการลงทุนที่ดีควรมีสินทรัพย์ที่ทำให้พอร์ตลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนในทุกช่วงเวลา

จากแนวคิดดังกล่าวส่งทำให้เกิดพอร์ตการลงทุนแนะนำนี้ ที่นำส่วนหนึ่งของแนวคิด All-Weather Portfolio ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยงของสินทรัพย์ในพอร์ตมากกว่าสัดส่วนการลงทุนที่เป็นเพียงตัวเลข มาออกแบบเพื่อหาโอกาสสร้างผลตอบแทนโดยเฉพาะในช่วงสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวและมีความผันผวนในตลาดหุ้น

ด้วยคำแนะนำลงทุนในตราสารหนี้และทองคำซึ่งมักมีเม็ดเงินลงทุนที่หนีความผันผวนจากตลาดหุ้นเข้าซื้อสองสินทรัพย์นี้

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 8 การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำใน 1 เดือน I Source : Bloomberg.com as of 21/9/2019

จากรูปด้านบนความผันผวนในช่วงเวลา 1 เดือน ทำให้แนะนำน้ำหนักการลงทุนในทองคำประมาณ 30% เพื่อจำกัดความผันผวนของราคาทองคำไม่ให้กระทบต่อผลตอบแทนพอร์ตการลงทุนโดยรวม และอีก 70% แนะนำลงทุนในกองทุนตราสารหนี้สร้างผลตอบแทนจาก Yield และราคาตราสารหนี้ที่มักปรับตัวขึ้นในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

ภายในตราสารหนี้เองก็มีการแนะนำให้แบ่งน้ำหนักการลงทุนประมาณ 30-40% ในกองทุนตราสารหนี้โลกซึ่งเน้นการลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐฯ เป็นหลัก ขณะที่อีก 30-40% ที่เหลือแนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เกรดลงทุนในเอเชียหรือไทย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 ที่เกิดเหตุการณ์กระแสเงินลงทุนไหลออกจากภูมิภาคเอเชียและตลาดเกิดใหม่ไปยังสหรัฐฯ นี่จึงเป็นสาเหตุที่เราแนะนำให้มีน้ำหนักการลงทุนทั้งในตราสารหนี้สหรัฐฯ และเอเชีย เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายของเงินทุนที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ช่วยลดความผันผวนของผลตอบแทนจากส่วนของตราสารหนี้

เมื่อพิจารณาภาพรวมพอร์ตการลงทุนแนะนำทั้งหมดแล้วจะพบว่ามีการแนะนำสัดส่วนการลงทุนเพื่อลดความผันผวนของผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ในพอร์ตเอง ครอบคลุมไปถึงกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุน

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 9 Performance, Standard Deviation และ Maximum Drawdown ของพอร์ตการลงทุน World Immunity I Source : https://www.finnomena.com as of 21/8/2019

อย่างไรก็ตามผลตอบแทนของพอร์ตแนะนำนี้อาจปรับตัวลดลงในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกลับมาขยายตัว ภาพรวมตลาดหุ้นมีความสดใส ทำให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลออกจากสินทรัพย์เหล่านี้

Immunity พอร์ตการลงทุนจากแนวคิด All-Weather ใช้ประโยชน์จากการกระจายการลงทุนและเน้นสมดุลความเสี่ยงของสินทรัพย์

รูปที่ 10 Performance, Standard Deviation และ Maximum Drawdown ของพอร์ตการลงทุน SET Immunity I Source : https://www.finnomena.com as of 21/8/2019

แต่หากคุณเป็นนักลงทุนระยะยาวผู้เชื่อว่าเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไม่ได้อยู่ในภาวะดังกล่าว พอร์ตการลงทุนที่แนะนำนี้ก็มีความน่าสนใจนะครับ

สนใจลงทุนใน Immunity คลิก https://www.finnomena.com/immunity


หมายเหตุ

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีต / ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ