ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” - สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” - สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” – สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

คืนวันที่ 24 ธันวาคม 2018 นับเป็นอีกคืนประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นโลก โดยดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลดลงกว่า 20% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี ค.ศ. 2008 นับเป็นการสิ้นสุดภาวะตลาดกระทิงที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นอเมริกา เร็ว ๆ นี้ตลาดหุ้นโลกก็จะเฉลยคำตอบให้เรารู้ว่าการปรับฐานรอบนี้จะเป็นจุดเริ่มของวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ หรือจะเป็นการปรับฐานทั่ว ๆ ไปที่ชอบเรียกกันว่า Healthy Correction คือการลงเพื่อขึ้นต่อ

ปัญหาที่นักลงทุนจำนวนมากเจอ ณ เวลานี้คือภาวะ “ติดดอย” กองทุน โดยเฉพาะกองทุนหุ้นต่างประเทศที่ปรับลดลงกันอย่างถ้วนหน้า หลายๆ คนตัดสินใจไม่ขายตัดขาดทุน (Cut loss) โดยตั้งใจจะถือไปยาว ๆ แต่ยิ่งตลาดลงหนักเข้าทุกวันก็อดร้อนใจไม่ได้ สำหรับวันนี้ผมจะขอแนะนำ 3 กองทุนในธีม World Immunity คือ 3 กองทุนที่มีแนวโน้มจะทำผลงานได้ดีในยามตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง ซึ่งเหมาะสำหรับท่านที่ “ติดดอย” กองทุนหุ้นต่างประเทศและต้องการกองทุนที่ช่วยลดความบาดเจ็บของพอร์ตการลงทุนโดยรวมหากตลาดหุ้นยังปรับลงอย่างต่อเนื่องในระยะต่อจากนี้

ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” - สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

รูปที่ 1 : ดัชนี S&P 500 ปรับฐานเกิน 20% เป็นที่เรียบร้อย | ที่มา Trading View

กองทุนแนะนำสำหรับธีมพอร์ตการลงทุน World Immunity

1. กองทุนตราสารหนี้โลก (UGIS-N)

หลังจากตราสารหนี้โลกอยู่ในภาวะซบเซามาหลายปี ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น มาตอนนี้ผู้ว่า FED ออกมาให้สัญญาณแล้วว่าดอกเบี้ยใกล้พีค โดย ณ เวลานี้ Bond Yield ทั้งพันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ภาคเอกชนได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมามากพอสมควรแล้ว ทำให้ระดับดอกเบี้ยที่ได้รับจากการถือครองตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง และโดยธรรมชาติแล้วตราสารหนี้จะมีราคาผกผันกับราคาหุ้น คือเวลาหุ้นร่วง ตราสารหนี้ก็มักจะรุ่ง

ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” - สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

รูปที่ 2 : ระดับ Portfolio Yield ล่าสุดของ PIMCO GIS Income Fund | ที่มา PIMCO

ล่าสุดระดับ Current Yield ของ PIMCO GIS Income Fund ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2018 อยู่ที่ 4.10% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงพอสมควร ขณะที่อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในกองทุนอยู่ที่ 3.15 ปี ซึ่งตามหลักการลงทุนในตราสารหนี้นั้น เวลาที่เหมาะเข้าลงทุนคือช่วงเวลาที่การขึ้นดอกเบี้ยใกล้ถึงจุดสูงสุดในแต่ละรอบวัฏจักร การเข้าลงทุนจะมีโอกาสได้รับทั้งดอกเบี้ยรับที่สูง และโอกาสรับกำไรจาก capital gain เมื่อระดับ Yield curve ปรับตัวลดลง

2. กองทุนทองคำแบบป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (TMBGOLDS, Gold Hedged)

ทองคำขึ้นชื่อว่าเป็นหลุมหลบภัย (Safe Haven) ในยามที่ตลาดหุ้นผันผวน เดือนธันวาคมนี้ก็ไม่ต่างจากรอบก่อน ๆ ที่ราคาทองปรับขึ้นมาต่อเนื่องในยามที่ตลาดหุ้นลงเอา ๆ ซึ่งล่าสุดราคาทองคำได้ปรับขึ้นกลับมาทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน พร้อมกับทำ Golden Cross เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคือสัญญาณเส้นค่าเฉลี่ย 50 ตัดขึ้นทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อราคาทองคำ

ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” - สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

รูปที่ 3 ราคาทองคำยืนเหนือเส้น 50 วัน และทะลุเส้น 200 วัน พร้อมทำ Golden Cross (ที่มา Bloomberg)

หากมาดูกันที่ปัจจัยพื้นฐานของทองคำแล้ว พบว่าปริมาณการถือครอง ETF ทองคำเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เช่นเดียวกับธนาคารกลางโดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ (รัสเซีย, ตุรกี, คาซัคสถาน) ที่เริ่มเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศอีกครั้ง โดยเมื่อศึกษาย้อนกลับไปตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลงอย่างแรง (Bear Market)

ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” - สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ

รูปที่ 4 ราคาทองคำทำผลงานได้ดีทุกครั้งที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง (ที่มา Bloomberg)

3. กองทุนตราสารหนี้เอเชีย (ASIA-B)

ปีที่ผ่านมาตลาดการเงินทั่วเอเชียเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออก ทำให้ทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้เผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก แต่หลังจาก Fed ออกมาส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ภาวะความตึงเครียดก็คลี่คลายตัวประกอบกับตลาดหุ้นทั่วโลกยังร่วงต่อเนื่อง ด้วยระดับ Bond Yield ทั้งพันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ปรับตัวขึ้นมาตลอด ทำให้ระดับดอกเบี้ยที่ได้รับจากการถือครองตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ประกอบกับธรรมชาติของตราสารหนี้ที่มักทำผลงานได้ดี เมื่อตลาดหุ้นร่วง นักลงทุนจึงเริ่มเข้าลงทุนในตราสารหนี้เอเชียอีกครั้ง

ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” - สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

รูปที่ 5  ระดับ Portfolio Yield ล่าสุดของ ASIA-B | ที่มา บลจ.ยูโอบี

ธีมพอร์ตการลงทุนแนะนำ “World Immunity” - สู้ตลาดหมีมาเยือนโลก

รูปที่ 6 อันดับความน่าเชื่อถือ อายุเฉลี่ย และความผันผวนของตราสารหนี้ในกองทุน ASIA-B |ที่มา บลจ.ยูโอบี

เมื่อพิจารณาปัจจัยด้านความเสี่ยงก็ต้องไปดูที่อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ในกองทุนกันครับ โดยตราสารหนี้ในกองทุน ASIA-B อยู่ในกลุ่มลงทุน (Investment grade) ทั้งหมด ขณะที่ความผันผวนของผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ทำให้มีความเหมาะสมในการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนโดยรวม ขณะที่ระดับ Current Yield ของ ASIA-B ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2018 อยู่ที่ระดับ 5.23% ถือได้ว่าเป็นระดับที่น่าสนใจพอสมควร ขณะที่อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในกองทุนอยู่ที่ 4.87 ปี เหมาะสมต่อการเข้าลงทุนในช่วงที่การขึ้นดอกเบี้ยใก้ลถึงจุดสูงสุดในแต่ละรอบวัฏจักร ทำให้ได้รับดอกเบี้ยรับที่สูง พร้อมโอกาสรับกำไรจาก capital gain หากระดับ Yield curve ปรับตัวลดลง

สรุปพอร์ตการลงทุนแนะนำ World Immunity

World Immunity เป็นพอร์ตกองทุนรวมแนะนำล่าสุดของ FINNOMENA Thematic Portfolios ออกแบบมาสำหรับท่านที่มีการลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศ และอยู่ในภาวะ “ติดดอย” และไม่ต้องการจะ cut-loss ที่ระดับราคานี้ แต่ก็กลัวกองทุนที่ถืออยู่จะลงลึกไปกว่านี้หลังจากสหรัฐฯ เข้าสู่ Bear market เต็มตัว

การลงทุนในพอร์ตการลงทุน World Immunity 3 กองทุน แม้ไม่ได้เป็นการการันตีว่าจะเป็นกองทุนที่ขึ้นแน่ ๆ ในยามตลาดหุ้นผันผวน แต่ทีมงานก็ได้คัดกรอง และเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มักทำผลงานได้ดีในยามหุ้นโลกเป็นขาลง โดยกองทุนธีมนี้เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการจะลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวมที่มีกองทุนหุ้นต่างประเทศ หรือต้องการที่หาการลงทุนที่ Counter หรือสวนเทรนด์ตลาดขาลงที่ได้เริ่มเกิดขึ้นแล้วในรอบนี้ ทั้งนี้จากการศึกษาโดยทีมวิเคราะห์ข้อมูลของฟินโนมีนาพบว่าสัดส่วนที่เหมาะสมในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพอร์ตการลงทุนคือการลงทุนในพอร์ต World Immunity เท่ากับสัดส่วนของหุ้นโลกที่มีอยู่ในพอร์ต

โดยท่านนักลงทุนที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ finno.me/port-immunity ซึ่งสามารถเปิดบัญชีลงทุนได้กว่า 600 กองทุนใน 14 บลจ. โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม จากนั้นภายใน 2 วันทำการสามารถติดต่อทีม Investment Advisor ที่ 02-026-5100 หรือใช้ FINNOMENA Application ทาง iOS และ Android เพื่อเริ่มลงทุนได้เลย

ขอให้ทุกท่านเข้มแข็งในปีการลงทุน 2562 ที่ดูจะไม่หมูเหมือนชื่อครับ

FundTalk รายงาน


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน
ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ