หุ้นเกาหลีใต้ร่วงจากแรงขายหุ้นชิป

วันที่ 2 กันยายน 2026 ดัชนี KOSPI ปรับตัวลง 3.81% มาที่ระดับ 6,575.36 จุด โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญแรงขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเมื่อคืนก่อน ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างปรับตัวลดลง กดดันดัชนี KOSPI ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นอ่อนตัวเช่นกัน โดยดัชนี TOPIX ลดลง 2.38% สะท้อนแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วภูมิภาค

ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมมาจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อของเกาหลีใต้ยังอยู่ในระดับสูง โดย อัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 3.1% จาก 2.8% ในเดือนกรกฎาคม แม้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวด้านค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ Core Inflation เร่งตัวสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ส่งผลให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบ WTI กลับขึ้นเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent สูงกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้อทั่วโลกอาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง และทำให้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดประเมินไว้

Finnomena Funds ประเมินว่า แม้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังได้รับแรงสนับสนุนจาก AI Capex Cycle, Semiconductor Export Cycle และการปรับเพิ่มประมาณการกำไร (EPS Revision) ของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี KOSPI อย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มมีความเสี่ยงใหม่จากการพัฒนาเทคโนโลยีหน่วยความจำของ CXMT ที่เร็วกว่าคาด หลังสามารถผลิต LPDDR6 Memory ให้กับ Xiaomi ได้แล้ว แม้เทคโนโลยีการผลิตหลักยังตามหลังคู่แข่ง

นอกจากนี้ Korea Margin Buying ฟื้นตัวจาก 27.4 ล้านล้านวอน ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม สู่ 33.34 ล้านล้านวอน แม้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 13% แต่สะท้อนว่าระดับการเก็งกำไรกลับมาเพิ่มขึ้น ทำให้ความน่าสนใจในการเข้าลงทุนลดลงเมื่อเทียบกับต้นเดือนสิงหาคม อีกทั้ง Finnomena Funds ได้ปรับลดมุมมอง Global Technology จากผลของ Seasonal Effect ในเดือนกันยายน ซึ่งในอดีตหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักให้ผลตอบแทนที่อ่อนแอ

จึงปรับลดมุมมองต่อหุ้นเกาหลีใต้จาก Buy เป็น Hold และแนะนำถือกองทุน KT-KOREA

รวมถึงปรับลดมุมมองต่อหุ้น Emerging Markets จาก Buy เป็น Hold และแนะนำถือกองทุน K-SEMQ

ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นยังคงคำแนะนำ Strong Buy จากแนวโน้มกำไรของกลุ่มธนาคารและอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงแรงสนับสนุนจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลและการลงทุนด้าน AI

โดยแนะนำทยอยสะสมกองทุน KT-JAPANALL-A สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

tax-saving-funds-2026