
วันที่ 27 สิงหาคม 2026 ดัชนี KOSPI ปรับตัวขึ้น 2.1% ปิดที่ระดับ 6,951.29 จุด หลังนักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อทั้งการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea: BOK) และผลประกอบการของ Nvidia ที่ออกมาดีกว่าคาด โดย BOK ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps สู่ระดับ 3.00% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สองและเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่ Nvidia รายงานผลประกอบการและแนวโน้มรายได้ที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัว
BOK ระบุว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังขยายตัวแข็งแกร่งกว่าคาด โดย GDP ไตรมาส 2 เติบโต 3.7% จากแรงหนุนของภาคส่งออก ขณะที่ Core Inflation เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.6% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 ทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมาย 2% อีกระยะหนึ่ง และจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจมากกว่าความเสี่ยงต่อการชะลอตัว ส่งผลให้แรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นกลุ่มนำของตลาด
ความเชื่อมั่นต่อหุ้น AI ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากผลประกอบการของ Nvidia ที่รายงานกำไรต่อหุ้น 2.22 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.10 ดอลลาร์ และรายได้ 96.22 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 92.17 พันล้านดอลลาร์ พร้อมคาดการณ์ว่ารายได้ในปีงบประมาณ 2028 จะเติบโตถึง 70% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 44% นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยว่า AWS จะสั่งซื้อ GPU จำนวน 2 ล้านหน่วย พร้อมขยายการใช้งาน CPU รุ่น Vera และคาดว่ารายจ่ายลงทุน (CapEx) ของผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ 5 รายจะเพิ่มขึ้นจาก 8 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็น 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 สะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI ยังคงเร่งตัวต่อเนื่อง แม้ต้นทุนหน่วยความจำและการจัดหาชิ้นส่วนยังอยู่ในระดับสูง โดย Nvidia ยังเปิดเผยว่าภาระผูกพันด้านการจัดหาชิ้นส่วน (Supply Commitments) เพิ่มขึ้นเป็น 279 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับอุปสงค์ในอนาคต
Finnomena Funds ประเมินว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ BOK สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ขณะที่ผลประกอบการและแนวโน้มของ Nvidia ยืนยันว่าการลงทุนด้าน AI ของ Hyperscaler ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และผู้ผลิตหน่วยความจำของเกาหลีใต้ แม้ Bond Yield และแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจสร้างความผันผวนในระยะสั้น แต่การปรับฐานของราคาหุ้นในช่วงก่อนหน้าได้เพิ่ม Margin of Safety และทำให้ระดับ Valuation กลับมาน่าสนใจมากขึ้น ประกอบกับอุปทาน DRAM ใหม่คาดว่าจะเข้าสู่ตลาดไม่เร็วกว่าช่วงไตรมาส 2–3 ปี 2570 จึงยังสนับสนุนแนวโน้มกำไรของอุตสาหกรรมในระยะกลาง
Finnomena Funds ยังคงคำแนะนำ Buy ต่อหุ้นเกาหลีใต้ และแนะนำทยอยสะสมกองทุน KT-KOREA สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว
จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299