สรุปกองทุน ES-USBLUECHIP

ES-USBLUECHIP หรือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง US Blue Chip Equity ลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดใหญ่และกลางระดับแถวหน้า (Blue Chip) ในสหรัฐฯ มุ่งสร้างโอกาสเติบโตของเงินทุนในระยะยาวผ่านธุรกิจที่มีคุณภาพสูงและมีผลการดำเนินงานสม่ำเสมอ

สรุปกองทุน ES-USBLUECHIP

กองทุนมีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก T. Rowe Price Funds SICAV — US Blue Chip Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรุก (Active Management) ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานแบบ Bottom-up เพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพดีแต่ราคา (Valuation) มีความเหมาะสม ไม่แพงจนเกินไป โดยพิจารณาจากบริษัทที่มีกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) เติบโตสม่ำเสมอ และมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนทุน (ROIC) สูงกว่าค่าเฉลี่ย ควบคู่กับการควบคุมความเสี่ยงด้วยการบริหารแบบ Benchmark Aware เมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มในธุรกิจที่ผู้จัดการกองทุนมีความเชื่อมั่นสูง

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ 

  • ความเสี่ยงระดับ 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
  • นโยบายการจ่ายปันผล ไม่จ่าย
  • ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 1 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.6050% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.7967% ต่อปี 
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 29/05/2026
  • ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

ES-USBLUECHIP ลงทุนในอะไรบ้าง?

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุน ES-USBLUECHIP อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2026 ประกอบไปด้วย

  1. Microsoft ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก ผู้นำด้านระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์สำนักงาน และระบบคลาวด์อัจฉริยะ (Azure) รวมถึงการเป็นผู้บุกเบิกและผสมผสานนวัตกรรม AI เข้ากับธุรกิจหลักอย่างทรงพลัง 
  2. NVIDIA ผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบการ์ดจอ (GPU) และชิปประมวลผลขั้นสูง ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานและฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนระบบ AI, Data Center และอุตสาหกรรมเกมทั่วโลก 
  3. Alphabet บริษัทแม่ของ Google ผู้ทรงอิทธิพลในโลกดิจิทัลด้วยระบบค้นหา (Search) เม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ YouTube และระบบคลาวด์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาโมเดล AI ขั้นสูงเพื่อต่อยอดระบบนิเวศทางเทคโนโลยี
  4. Apple ยักษ์ใหญ่ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับพรีเมียมที่มีฐานผู้ใช้เหนียวแน่นทั่วโลก โดดเด่นด้วยผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง iPhone, iPad, Mac รวมถึงการขยายแพลตฟอร์มไปสู่ธุรกิจบริการแบบครบวงจร
  5. Amazon ผู้นำระดับโลกในธุรกิจ E-Commerce และแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวเตอร์อย่าง AWS (Amazon Web Services) ซึ่งเป็นกำลังหลักในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแก่ระบบธุรกิจยุคใหม่

*รายชื่อหลักทรัพย์ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ณ วันที่อ้างอิง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต มิใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ดังกล่าว

จุดเด่นกองทุน

1. เน้นหุ้นที่มีคุณภาพและโอกาสเติบโตสูง

กองทุนมุ่งเน้นคัดเลือกหุ้น Blue Chip ขนาดใหญ่และกลางในสหรัฐฯ ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) เติบโตสม่ำเสมอ และมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนทุน (ROIC) สูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในความสามารถในการทำกำไรระยะยาว

2. กลยุทธ์การลงทุนแบบ High Conviction

แม้จะมีการกระจายการลงทุนในหุ้น 75-125 ตัว แต่กองทุนมีการให้น้ำหนักแบบเน้นความเชื่อมั่นสูงในหุ้นที่คัดเลือกมาแล้ว โดยหุ้น 10 อันดับแรกมีสัดส่วนรวมกันสูงถึงประมาณ 60% ของพอร์ต ช่วยให้กองทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ได้อย่างโดดเด่นเมื่อหุ้นที่เลือกไว้ปรับตัวขึ้น

3. การบริหารแบบ Benchmark Aware ที่ยืดหยุ่น

กองทุนมีการควบคุมความเสี่ยงโดยอ้างอิงดัชนี S&P 500 แต่เปิดโอกาสให้ผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนรายอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่ 0.5 ถึง 3.0 เท่าของดัชนี ทำให้สามารถเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะ Outperform ได้อย่างเต็มที่

 

สนใจกองทุน ES-USBLUECHIP

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept Help Center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
Mid Year Outlook 2026