ศึกชิงเจ้าแห่งโลหะมีค่า “ทองคำ vs เงิน” ต่างกันอย่างไร ลงทุนอะไรดี?

ช่วงที่ผ่านมา “โลหะมีค่า” กลับขึ้นมาอยู่ในสปอตไลต์ของตลาดอีกครั้ง จากราคาทองคำ (Gold) ที่พุ่งแรงจนทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงิน (Silver) ก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก

แม้ทั้งสองจะเป็นโลหะมีค่าที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานในฐานะเครื่องรักษามูลค่า (Store of Value) และมักถูกหยิบยกมาพูดถึงในช่วงที่เกิดเงินเฟ้อ ค่าเงินอ่อนค่า หรือเศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ในมิติของการลงทุน เงินและทองคำกลับมีแครักเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ศึกชิงเจ้าแห่งโลหะมีค่า “ทองคำ vs เงิน” ต่างกันอย่างไร ลงทุนอะไรดี?

1. บทบาทหลักของทองคำและเงิน

  • ทองคำ: ทำหน้าที่เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลาง และเป็นสินทรัพย์รักษามูลค่าที่ทั่วโลกให้การยอมรับ
  • เงิน: นอกจากเงินจะเป็นโลหะมีค่าเพื่อการลงทุนแล้ว ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เนื่องจากแร่เงินเป็นโลหะที่มีค่าการเหนี่ยวนำไฟฟ้าสูงที่สุดในโลก

2. จุดเด่นที่น่าสนใจของทองคำและเงิน

  • ทองคำ: มีสภาพคล่องสูง สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย มีความทนทาน และมักจะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นในช่วงที่เศรษฐกิจเกิดความผันผวนหรือเกิดวิกฤต
  • เงิน: ได้อานิสงส์โดยตรงจากการเติบโตของเมกะเทรนด์โลก เช่น แผงโซลาร์เซลล์, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องใช้แร่เงินเป็นส่วนประกอบ

3. ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำและเงิน

  • ทองคำ: ราคาทองคำขับเคลื่อนโดยปัจจัยเชิงมหภาคเป็นหลัก ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย นโยบายการเงิน อัตราเงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
  • เงิน: อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และค่าเงินดอลลาร์ มีผลกับราคาเงินเช่นเดียวกับทองคำ แต่มีปัจจัยหนึ่งที่แตกต่างจากทองคำคือความต้องการในภาคอุตสาหกรรม หากเศรษฐกิจโลกขยายตัว การใช้แร่เงินในอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นตาม

4. ผลตอบแทนย้อนหลังของทองคำและเงิน*

  • ทองคำ: 1 ปี: +41.57% / 5 ปี: +165.03% / 20 ปี: +631.52%
  • เงิน: 1 ปี: +131.26% / 5 ปี: +191.59% / 20 ปี: +480.78%

*ข้อมูล ณ วันที่ 27 เมษายน 2026 จาก goldprice.org

5. สัดส่วนในพอร์ตการลงทุนสำหรับทองคำและเงิน

  • ทองคำ: เป็น Core Portfolio ควรมีติดพอร์ตไว้ประมาณ 5-15% ช่วยทำหน้าที่รักษามูลค่าของเงินในระยะยาวและช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
  • เงิน: เป็น Satellite Portfolio เหมาะสำหรับเป็นส่วนเสริมในพอร์ต มีโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ในช่วงที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเป็นขาขึ้น

โอกาสลงทุนเหมืองทองคำและเหมืองเงินผ่านกองทุนรวม

การลงทุนในทองคำและเงินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การถือครองโลหะจริงเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือการลงทุนใน “หุ้นเหมืองแร่” (Mining Stocks) ซึ่งถือเป็นต้นน้ำของอุตสาหกรรม 

A-RING ขุดความมั่งคั่งจากหุ้นเหมืองทอง

กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล โกลด์ ไมเนอร์ส อิควิตี้ หรือ A-RING ความเสี่ยงระดับ 7 มิติใหม่ของการลงทุนในทองคำ คว้าโอกาสเติบโตไปกับธุรกิจ “เหมืองทองคำ” ชั้นนำทั่วโลก

จุดเด่นของกองทุน A-RING

  • กองทุนแรกในไทยที่เน้นหุ้นเหมืองทองคำ (Pure-play Gold Miners) เข้าถึงโอกาสการลงทุนในต้นน้ำของอุตสาหกรรมทองคำโดยตรง
  • กระจายการลงทุนในบริษัทขุดเหมืองทองคำชั้นนำกว่า 30 แห่งทั่วโลก ทั้งในตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Markets) และตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) โดยเน้นหุ้นขนาดใหญ่
  • ลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Global Gold Miners ETF (RING) ซึ่งเป็น Passive ETF บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ที่สุดในโลก
  • กองทุนหลักได้รับ Morningstar 4 ดาว ในหมวด Equity Precious Metals (ข้อมูล ณ 31 ต.ค. 2025)

.

สนใจกองทุน A-RING ขุดความมั่งคั่งจากหุ้นเหมืองทอง

สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena

คลิกที่นี่เพื่อซื้อกองทุน

A-SLVP ขุดพลังเติบโตหุ้นเหมืองโลหะเงิน

กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส ซิลเวอร์ ไมเนอร์ส อิควิตี้ หรือ A-SLVP ความเสี่ยงระดับ 7 เปิดประตูสู่การลงทุนใน “โลหะเงิน” ผ่านกลุ่มบริษัทผู้ผลิตและเจ้าของเหมืองชั้นนำทั่วโลก

จุดเด่นของกองทุน A-SLVP

  • คัดเฉพาะบริษัทที่มีรายได้หลักจากการทำเหมืองหรือผลิตโลหะเงิน ไม่น้อยกว่า 50% ของรายได้รวม ให้พอร์ตการลงทุนสะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน
  • กระจายการลงทุนในประมาณ 29 บริษัทชั้นนำ เน้นให้น้ำหนักลงทุนในประเทศที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหมืองแร่โลหะของโลก ได้แก่ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก
  • ลงทุนครอบคลุมตั้งแต่บริษัทที่อยู่ในช่วงสำรวจและพัฒนา ไปจนถึงผู้ผลิตโลหะเงินรายใหญ่ระดับโลก ครอบคลุมหุ้นทุกขนาดตั้งแต่ใหญ่ กลาง และเล็ก

.

สนใจกองทุน A-SLVP ขุดพลังเติบโตหุ้นเหมืองโลหะเงิน

สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena

คลิกที่นี่เพื่อซื้อกองทุน


อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน Asset Plus Fund Management

ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
    1. วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
  2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
    1. ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
    2. ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
    1. One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
    2. Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
    3. Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

TOP11NVM