กองทุนสหรัฐ

KF-US-PLUS-A หรือ กองทุนเปิดกรุงศรียูเอสซีเล็คอิควิตี้พลัส ชนิดสะสมมูลค่า เน้นคัดเลือกหุ้นสหรัฐฯ เชิงรุก ผสานกับกลยุทธ์ Long และ Short เพื่อเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีตลาด พร้อมบริหารความเสี่ยง

กองทุนมีนโยบายการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds – US Select Equity Plus Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยใช้กลยุทธ์คัดเลือกหุ้นเชิงรุก ร่วมกับการใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ต โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีตลาด พร้อมบริหารความเสี่ยงและความผันผวน

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ

  • ความเสี่ยงระดับ 6 – กองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ
  • นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
  • นโยบายค่าเงิน: ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee): 1.50%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee): ไม่มี (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ)
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): 1.2840% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด: 1.4766% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/01/2026
  • ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

KF-US-PLUS-A ลงทุนในอะไรบ้าง ?

Top 5 Holdings ของกองทุนหลัก ณ วันที่ 30 มกราคม 2026 ประกอบไปด้วย

  • Nvidia ผู้นำด้านชิปประมวลผล (GPU) สำหรับ AI และศูนย์ข้อมูล
  • Microsoft บริษัทเทคโนโลยี พัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบคลาวด์ และแพลตฟอร์มองค์กร
  • Apple ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ ecosystem เช่น iPhone, Mac และบริการดิจิทัล
  • Amazon ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและบริการคลาวด์ระดับโลก
  • Alphabet บริษัทเทคโนโลยีและโฆษณาออนไลน์ เจ้าของ Google และ YouTube

จุดเด่นกองทุน

  1. จังหวะลงทุนหุ้นสหรัฐเริ่มน่าสนใจ เศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง แรงกดดันดอกเบี้ยลดลง และกำไรบริษัทถูกปรับเพิ่ม ขณะที่ Valuation อยู่ในระดับเหมาะสม
  2. สร้างโอกาสชนะตลาด คัดเลือกหุ้นเชิงรุก ผสานกลยุทธ์ Long และ Short ของหุ้นที่คัดเลือกในแต่ละอุตสาหกรรม เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า
  3. Nearshoring หนุนการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐ ผสานการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทและตลาดหุ้นในระยะยาว

 

สนใจกองทุน KF-US-PLUS-A

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

  1. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  1. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

 

Mid Year Outlook 2026