
โลกการลงทุนวันนี้กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “เมกะเทรนด์” ที่เข้ามาเปลี่ยนทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น “พลังงานสะอาด” ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ อุตสาหกรรม “เกม” ที่เติบโตจากความบันเทิงเฉพาะกลุ่มสู่ Mainstream Entertainment “เทคโนโลยีด้านความมั่นคง” ที่ได้รับแรงหนุนจากภูมิรัฐศาสตร์โลก หรือเทรนด์ “Longevity” ที่กำลังเปลี่ยนอนาคตของระบบสุขภาพและการแพทย์โลก
กระแสเหล่านี้กำลังกลายเป็นธีมการลงทุนระยะยาวที่ได้รับแรงสนับสนุนทั้งจากเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ การพัฒนาเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลก ทำให้ Thematic Investment กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้นักลงทุนเข้าถึงโอกาสเติบโตจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้โดยตรง
บทความนี้จะพาไปรู้จัก 4 ธีมการลงทุนระดับโลกที่น่าจับตา ทั้ง Clean Energy, Games & Esports, Defense และ Longevity พร้อมเจาะลึกว่าทำไมอุตสาหกรรมเหล่านี้จึงกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และถ้าอยากคว้าโอกาสลงทุนในธีมเหล่านี้ จะมีกองทุนไหนให้ลงทุนบ้าง
1. Clean Energy พลังงานหลักของโลกยุคใหม่
Clean Energy กำลังกลายเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนสำคัญของโลก จากการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมพลังงานที่กำลังก้าวเข้าสู่ Age of Electricity อย่างเต็มรูปแบบ เม็ดเงินลงทุนทั่วโลกเริ่มไหลเข้าสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะ “พลังงานแสงอาทิตย์” ที่กลายเป็นกลุ่มพลังงานที่ได้รับเม็ดเงินลงทุนสูงที่สุดในโลก สะท้อนว่าพลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
ต้นทุนของ Solar Energy ลดลงอย่างรวดเร็วตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในโลก ส่งผลให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน การเติบโตของ AI, Cloud และ Data Center ยังกลายเป็นแรงหนุนใหม่ที่ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ภาครัฐทั่วโลกยังเดินหน้าสนับสนุน Clean Energy อย่างจริงจังผ่านมาตรการภาษี เงินอุดหนุน และเป้าหมายด้านพลังงานระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยุโรป จีน หรือไทย ทำให้พลังงานสะอาดโดยเฉพาะ Solar Energy มีแนวโน้มได้รับเม็ดเงินลงทุนต่อเนื่องในระยะยาว
LHSOLAR กองทุนเปิด แอล เอช โซลาร์ เอเนอร์จี
กองทุน LHSOLAR (ความเสี่ยงระดับ 6) มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco Solar ETF ซึ่งเป็น Passive ETF ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MAC Global Solar Energy Index
กองทุนหลักมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ คัดเลือกเฉพาะบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม Solar ที่มีรายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของรายได้รวม กระจายลงทุนครอบคลุมทุกห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งแต่เทคโนโลยีและอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ ผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์และวัสดุที่เกี่ยวข้อง ผู้พัฒนาโครงการและโรงไฟฟ้า ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ประยุกต์
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต LHSOLAR (ข้อมูล ณ วันที่ 28 เม.ย. 2026)
- Nextpower Inc – ผู้นำด้านเทคโนโลยีและระบบติดตามดวงอาทิตย์ (Solar Trackers) และซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่
- First Solar Inc – ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดฟิล์มบาง (Thin-film) ชั้นนำของสหรัฐฯ มุ่งเน้นเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากเอเชีย
- Enlight Renewable Energy Ltd – ผู้พัฒนา ก่อสร้าง และบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนระดับสากล ครอบคลุมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงาน
.
อ่านเพิ่มเติม รีวิวกองทุน LHSOLAR พลังงานหลักของโลกยุคใหม่
สนใจกองทุน LHSOLAR
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
2. Games & Esports ความบันเทิงแห่งยุคดิจิทัล
Games & Esports ไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิงของเด็กอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมดิจิทัลขนาดใหญ่ที่เข้าถึงผู้คนทุกเพศทุกวัยทั่วโลก ฐานผู้เล่นเกมขยายตัวต่อเนื่อง จนค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่ สะท้อนให้เห็นว่า Gaming กำลังเปลี่ยนจากกิจกรรมเฉพาะกลุ่มสู่ Mainstream Entertainment อย่างเต็มรูปแบบ
อุตสาหกรรมนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว จากแรงหนุนของเทคโนโลยี การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งโมเดลธุรกิจยังเปลี่ยนจากการขายเกมครั้งเดียว ไปสู่รูปแบบ Game as a Service ที่สร้างรายได้ต่อเนื่องผ่าน In-game Purchases, Subscription และ Digital Content ทำให้รายได้ของอุตสาหกรรมมีความสม่ำเสมอและเติบโตได้มากขึ้น
นอกจากนี้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI, Cloud Gaming, AR/VR และระบบออนไลน์แบบ Multiplayer ยังเข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมและเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน ทำให้ Games & Esports กลายเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ได้รับแรงหนุนทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี พร้อมมีศักยภาพเติบโตในระยะยาวของโลกดิจิทัลยุคใหม่
LHESPORT กองทุนเปิด แอล เอช อีสปอร์ต
กองทุน LHESPORT (ความเสี่ยงระดับ 7) มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Video Gaming and eSports ETF ซึ่งเป็น Passive ETF ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี The MVIS® Global Video Gaming & eSports Index (MVESPOTR)
กองทุนหลักมุ่งเน้นการเติบโตตามธีม (Thematic Growth) โดยจับโอกาสจาก 2 ธีมหลักคือ Video Gaming และ eSports กองทุนมีการลงทุนที่เข้มข้นในบริษัทแกนหลักประมาณ 30 บริษัท โดยใช้กลยุทธ์คัดเลือกบริษัทที่สร้างรายได้หลัก (Pure-Play) จากอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตอย่างน้อย 50% และมีมูลค่าตลาดมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต LHESPORT (ข้อมูล ณ วันที่ 19 พ.ค. 2026)
- Tencent Holdings Ltd. – ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีและเกมจากจีน เจ้าของเกม PUBG และแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง WeChat ที่มีการลงทุนและถือหุ้นในบริษัทเกมชั้นนำหลายแห่ง
- NetEase Inc. – หนึ่งในผู้พัฒนาเกมออนไลน์รายใหญ่ของจีน เจ้าของเกมดังอย่าง Fantasy Westward Journey ที่ประสบความสำเร็จทั้งบน PC และ Mobile
- Electronic Arts Inc. – บริษัทเกมระดับโลกจากสหรัฐฯ เจ้าของเกม FIFA, The Sims และ Battlefield ที่มีฐานแฟนจำนวนมหาศาลทั่วโลก
.
สนใจกองทุน LHESPORT
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
3. Defense โอกาสในยุคหลายขั้วอำนาจ
โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “หลายขั้วอำนาจ” (Multipolar World) ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นระยะสั้นอีกต่อไป แต่กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากขึ้น ทั้งในด้านการป้องกันประเทศ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ ส่งผลให้งบประมาณด้านกลาโหมทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นการลงทุนระยะยาวของรัฐมากกว่าค่าใช้จ่ายชั่วคราว
การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนจากปัจจัยเดียว แต่ได้รับแรงหนุนพร้อมกันทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายภาครัฐ และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมกลาโหมโลก ขณะที่เกาหลีใต้ก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฐานะ Strategic Partner ของหลายประเทศ จากความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและความรวดเร็วในการผลิต
ขณะเดียวกัน ธีม Defense กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น AI, Autonomous Systems, Drones, Cybersecurity หรือ Space Technology ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบป้องกันประเทศยุคใหม่ ทำให้ธีมนี้เป็น Tech-Driven Growth Theme ที่มีโอกาสเติบโตตามวัฏจักรการอัปเกรดเทคโนโลยี และเป็นธีมที่มีโอกาสได้รับเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง
LHGDEFENSE กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล ดีเฟนส์
กองทุน LHGDEFENSE (ความเสี่ยงระดับ 7) มีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเป็นกองทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ (Defense Technology) ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยี (Technology), บริการ (Services), ระบบ (Systems) และฮาร์ดแวร์ (Hardware) ที่เกี่ยวข้องกับภาคการป้องกันประเทศและกองทัพ
กองทุนเน้นลงทุนใน “ผู้ชนะเชิงโครงสร้าง” ของอุตสาหกรรม Defense ผ่านกองทุนที่คัดเลือกบริษัทชั้นนำซึ่งมีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง และมีบทบาทสำคัญในระบบป้องกันประเทศยุคใหม่ โดยกระจายการลงทุนครอบคลุมตลอดทั้ง Value Chain ของอุตสาหกรรม Defense ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเข้าถึงโอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมกลาโหมโลกครบทุกมิติ
กองทุนในพอร์ต LHGDEFENSE (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ค. 2026)
- Global X Defense Tech ETF (SHLD) 60% – ลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศทั่วโลกที่มีบทบาทสำคัญต่อความพร้อมด้านความมั่นคงการป้องกันภัย และการตอบสนองต่อสถานการณ์ของหน่วยงานภาครัฐ
- State Street® SPDR® S&P Kensho Final Frontiers ETF (ROKT) 20% – ลงทุนในหุ้นธีม Final Frontiers Sector
- PLUS Korea Defense Industry Index ETF (KDEF) 10% – ลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศของเกาหลีใต้ โดยต้องมีรายได้จากกิจกรรมด้านการป้องกันประเทศของเกาหลีใต้มากกว่า 50%
.
สนใจกองทุน LHGDEFENSE
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
4. Longevity นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ยืนยาว
Longevity กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ระยะยาว จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มมะเร็ง (Oncology) ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของอุตสาหกรรมยาและการแพทย์ ความต้องการรักษามะเร็งเป็น Demand เชิงโครงสร้าง เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ผู้คนก็ยังจำเป็นต้องเข้าถึงการรักษา ส่งผลให้ธุรกิจสุขภาพมีความมั่นคงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
นอกจากนี้ Oncology ยังเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมทางการแพทย์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Precision Medicine, Immunotherapy, Cell & Gene Therapy รวมถึงการใช้ AI ในการค้นคว้ายาและวิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพ ทำให้การรักษามีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้โลกกำลังเปลี่ยนจากการรักษาแบบมาตรฐาน ไปสู่การรักษาเฉพาะบุคคลที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
ธีมนี้ยังได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนของ Big Pharma ที่ต้องเร่งหานวัตกรรมใหม่มาทดแทนยาที่กำลังหมดสิทธิบัตร ส่งผลให้บริษัท Biotech และ Oncology กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการควบรวมกิจการ (M&A) และมักได้รับการประเมินมูลค่าสูง ธีม Longevity จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอายุยืน แต่เป็นการเติบโตระยะยาวของระบบสุขภาพ เทคโนโลยีการแพทย์ และนวัตกรรมที่กำลังเปลี่ยนโลกทั้งด้านคุณภาพชีวิต
LHLONGEVITY กองทุนเปิด แอล เอช ลองจิวิตี้ เฮลธ์แคร์
กองทุน LHLONGEVITY (ความเสี่ยงระดับ 7) มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก Tema Oncology ETF ซึ่งเป็น Active ETF ที่มุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมด้านมะเร็งวิทยา (Oncology) รวมถึงบริษัทเวชภัณฑ์ ชีววิทยา เทคโนโลยีการรักษา และการวิจัยโรคมะเร็ง
กองทุนหลักมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากทั้งผู้จัดการกองทุนและกระบวนการลงทุนแบบ 3 ขั้นตอน ตั้งแต่คัด Universe วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึก ไปจนถึงจัดพอร์ตอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรม Oncology ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต LHLONGEVITY (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 2026)
- Revolution Medicines Inc. – บริษัท Precision Oncology ที่พัฒนา Targeted small -molecule therapies โดยเฉพาะกลุ่ม RAS(ON) Inhibitors เพื่อเจาะมะเร็งที่ขับเคลื่อนด้วย RAS mutations
- Immunome Inc. – ผู้พัฒนา Oncology Pipeline ที่ใช้ Antibody-based platform และ Targeted Therapy เพื่อค้นหาและพัฒนายารักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคล
- Roche Holding AG – ผู้นำระบบนิเวศ Precision Oncology ครอบคลุมทั้ง Biologics, Immunotherapy และ Diagnostics สนับสนุนการรักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคล
.
สนใจกองทุน LHLONGEVITY
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับผู้แนะนำการลงทุนของคุณ หรือติดต่อบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด โทร 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort ในช่วงเวลาวันทำการ 09:00-17:00 น.
อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน Land and Houses Fund Management
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนไม่มีการป้องกันหรือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | กองทุนรวมนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
