
สรุปกองทุนหุ้นพลังงานสะอาด LHSOLAR จาก บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เกาะกระแสเมกะเทรนด์พลังงานหลักโลกยุคใหม่ ผ่านการลงทุนในบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
Highlights
- สรุปกองทุน LHSOLAR
- กองทุน LHSOLAR ลงทุนอะไรบ้าง ?
- ทำไมธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ถึงน่าสนใจ
- กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?
- วิธีซื้อกองทุน LHSOLAR สนใจลงทุนเลย !
ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของโลกยุคใหม่ และเบื้องหลังพลังงานที่ขับเคลื่อนทั้ง AI, Data Center, รถ EV ไปจนถึงเศรษฐกิจโลก อาจไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไป แต่คือ “พลังงานแสงอาทิตย์”
ในวันที่โลกกำลังเข้าสู่ยุค Age of Electricity เม็ดเงินลงทุนมหาศาลกำลังไหลเข้าสู่พลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านกำลังการผลิต ต้นทุนที่ถูกลง และการใช้งานจริงที่ขยายตัวทั่วโลก
จากอดีตที่เคยถูกมองเป็นเพียงพลังงานทางเลือก วันนี้ Solar กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “พลังงานหลัก” ของโลกยุคใหม่
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ กองทุน LHSOLAR หนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเกาะกระแสเมกะเทรนด์พลังงานสะอาด ผ่านการลงทุนบริษัทชั้นนำทั่วโลกใน Ecosystem ของอุตสาหกรรม Solar ที่กำลังเปลี่ยนแสงอาทิตย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่
สรุปข้อมูลกองทุน LHSOLAR
กองทุน LHSOLAR หรือ กองทุนเปิด แอล เอช โซลาร์ เอเนอร์จี มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco Solar ETF ซึ่งเป็น Passive ETF ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MAC Global Solar Energy Index
กองทุนหลักของ LHSOLAR ลงทุนในบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์ Solar บริษัทพัฒนาโครงการ Solar และบริษัทที่จำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
รายละเอียดต่าง ๆ ของกองทุน
- กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6 – เสี่ยงสูง ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม
- นโยบายปันผล: ไม่จ่าย
- มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 100 บาท
- ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.605%
- ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.60% ต่อปี
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2.0991% ต่อปี
- ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ เดือนพฤษภาคม 2026
- ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/LHSOLAR
กองทุน LHSOLAR ลงทุนอะไรบ้าง?
Source: Fund fact sheet as of Mar 31, 2026, Invesco Distributors, Inc. Invesco.com
กองทุน LHSOLAR มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก โดยคัดเลือกเฉพาะบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม Solar ที่มีรายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของรายได้รวม พร้อมพิจารณาบริษัทที่มีขนาดเหมาะสมและมีสภาพคล่องสูง โดยต้องมีมูลค่าหุ้นที่สามารถซื้อขายได้จริง (Free Float Market Cap) ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันย้อนหลัง 3 เดือน ไม่น้อยกว่า 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ
กองทุนมีการกระจายลงทุนในทุกมิติของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ได้แก่
- กลุ่มเทคโนโลยีอัจฉริยะและอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ – ลงทุนในบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีแสงอาทิตย์ ระบบบริหารการจัดการพลังงาน และชิ้นส่วนที่ช่วยเพิ่มมูลค่า (Value-add)
- กลุ่มผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์และวัสดุ – ลงทุนในบริษัทผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Modules) เซลล์แสงอาทิตย์ (Cells) รวมถึงวัสดุและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
- กลุ่มผู้พัฒนาโครงการและโรงไฟฟ้า – ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา วางแผน และบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
- กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ประยุกต์ – ลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน อุปกรณ์เชื่อมต่อและระบบไฟฟ้า
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต LHSOLAR
Source: Bloomberg, Apr 28 2026
- Nextpower Inc – ผู้นำด้านเทคโนโลยีและระบบติดตามดวงอาทิตย์ (Solar Trackers) และซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่
- First Solar Inc – ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ชนิดฟิล์มบาง (Thin-film) ชั้นนำของสหรัฐฯ มุ่งเน้นเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากเอเชีย
- Enlight Renewable Energy Ltd – ผู้พัฒนา ก่อสร้าง และบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนระดับสากล ครอบคลุมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงาน
- Enphase Energy Inc – ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์ (Microinverter) และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Home Energy Management) สำหรับที่อยู่อาศัย
- SolarEdge Technologies Inc – ผู้พัฒนาโซลูชันอินเวอร์เตอร์อัจฉริยะและระบบ Optimizer ที่ช่วยดึงพลังงานสูงสุดจากแผงโซลาร์เซลล์แต่ละแผง ควบคู่กับระบบจัดการพลังงานแบบครบวงจร
ทำไมธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ถึงน่าลงทุน
1. เม็ดเงินลงทุนพลังงานโลก กำลังไหลเข้า Clean Energy
โลกก้าวเข้าสู่ Age of Electricity เต็มตัว ทิศทางการลงทุนพลังงานโลกเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานสะอาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นกลุ่มพลังงานที่ได้รับเม็ดเงินลงทุนสูงที่สุดในโลก
เม็ดเงินลงทุนจำนวนมากกำลังไหลเข้าสู่พลังงานหมุนเวียน ระบบเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และระบบกักเก็บพลังงาน โดยมีจีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เป็นผู้นำการลงทุน สะท้อนว่าการลงทุนด้านพลังงานในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผลิตไฟฟ้า แต่กำลังมุ่งสู่การวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโลกอนาคต
2. Solar เป็นพลังงานที่ต้นทุนลดลงเร็วที่สุด
พลังงานแสงอาทิตย์ก้าวข้ามการเป็นเพียงพลังงานทางเลือกสู่การเป็นโครงสร้างหลักของพลังงานโลกที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยต้นทุนการผลิตที่ลดลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแหล่งไฟฟ้าที่ถูกที่สุดในปัจจุบัน
โดยในช่วงปี 2010-2024 ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจาก Solar ลดลงกว่า 90% จากปี 2010 มากที่สุดเมื่อเทียบกับพลังงานประเภทอื่น ขณะที่ต้นทุนการติดตั้งลดลงถึง 87% และราคาแผงโซลาร์ลดลงกว่า 93% ส่งผลให้ความต้องการติดตั้งพุ่งสูงขึ้นก้าวกระโดด ทั้งในครัวเรือนและภาคธุรกิจ
ในปัจจุบันโซลาร์เซลล์มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าทั้งก๊าซธรรมชาติและนิวเคลียร์ โดยคาดว่า Solar PV จะขึ้นมาเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักแซงหน้าก๊าซธรรมชาติในปี 2569 และถ่านหินในปี 2570 ขณะที่มูลค่าตลาดมีแนวโน้มขยายตัวเกือบ 3 เท่า สู่ระดับ 389 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2034
3. AI & Data Center ดันดีมานด์ไฟฟ้าโลกพุ่ง
การเติบโตของ AI และ Data Center กำลังเป็นคลื่นลูกใหม่ที่กระตุ้นดีมานด์ไฟฟ้าทั่วโลกให้พุ่งทะยาน โดยคาดว่า Data Center สาย AI ที่คาดว่าจะโตถึง 4 เท่าในช่วงปี 2567-2573 ส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15% ต่อปี
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Meta, Google และ Microsoft เร่งทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จนมีสัดส่วนสูงถึง 49% ของสัญญาพลังงานสะอาดทั้งหมดในปี 2568 ขณะที่สหรัฐฯ จีน และยุโรป ยังคงเป็นศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้าสำหรับ Cloud และ AI
4. ภาครัฐทั่วโลกกำลังเร่งผลักดัน Solar Energy
นโยบายภาครัฐทั่วโลกยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ออกมาตรการ Inflation Reduction Act (IRA) สนับสนุนการลงทุนพลังงานสะอาดผ่านเครดิตภาษีและเงินอุดหนุน ช่วยเร่งการติดตั้งโซลาร์และสร้างความมั่นใจต่อการลงทุนระยะยาว
ขณะเดียวกัน ไทยก็เดินหน้าส่งเสริมโซลาร์เซลล์ต่อเนื่อง ผ่านเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า Solar Rooftop และสิทธิประโยชน์ทางภาษี สะท้อนว่าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบพลังงานโลกในอนาคต
กองทุนนี้เหมาะกับใคร?
กองทุน LHSOLAR เหมาะกับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตระยะยาวของพลังงานสะอาด และต้องการลงทุนในเมกะเทรนด์ของโลกอนาคต โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม กองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรม จึงเหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้สูง โดยสามารถใช้เป็นส่วนเสริม (Satellite Portfolio) เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนผ่านธีมการลงทุนที่มีศักยภาพเติบโตสูง
สนใจกองทุน LHSOLAR พลังงานหลักของโลกยุคใหม่
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับผู้แนะนำการลงทุนของคุณ หรือติดต่อบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด โทร 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort ในช่วงเวลาวันทำการ 09:00-17:00 น.
อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน Land and Houses Fund Management
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนไม่มีการป้องกันหรือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | กองทุนรวมนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ


