อยากซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีแบบจัดพอร์ต กระจายความเสี่ยงให้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว Finnomena Funds สร้างกลยุทธ์การลงทุน RMF ปี 2026 มีให้เลือกหลากหลาย Tactic ทั้งเสี่ยงสูง กลาง และต่ำ

สารบัญพอร์ต RMF (เลือก Tactic ที่สนใจได้เลย)

 

โพยจัดพอร์ตกองทุนลดหย่อนภาษี 2026

มุมมองการลงทุนโดย Finnomena Funds ณ เดือนสิงหาคม 2026

นักลงทุนสาย DIY ห้ามพลาด !! ดูโพยกองทุนประหยัดภาษีแบบรายกองทั้ง RMF และ Thai ESG ได้ที่

www.finnomena.com/finnomenafunds/tsf-for-diy


พอร์ต RMF แผนตั้งรับแน่น (Defensive Deep Block)

RMF Series 1 พอร์ตการลงทุนความเสี่ยงต่ำ ด้วยกลยุทธ์เน้นเกมรับกับตราสารหนี้อย่างมีวินัย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือป้องกันความเสี่ยง ตัดโอกาสการขาดทุนให้น้อยที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ไม่ชอบความผันผวน เน้นผลตอบแทนชนะเงินฝาก

LINE-UP กองทุน

  • KKP INRMF สัดส่วน 50%: กองทุนตราสารหนี้ไทย เน้นลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และตราสารหนี้ภาคเอกชน
  • K-GDBONDRMF สัดส่วน 50%: กองทุนตราสารหนี้โลก มีจุดเด่นที่การลงทุนแบบเชิงรุก ปรับสัดส่วนตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ภายใต้ความผันผวนที่ต่ำ

พอร์ต RMF แผนรอโต้สวนกลับ (Counter Attack)

RMF Series 3 พอร์ตการลงทุนความเสี่ยงต่ำ-กลาง โดยยังคงเน้นความแข็งแกร่งของแนวรับอย่างตราสารหนี้ แต่ก็ไม่พลาดที่จะฉวยโอกาสบุกสวนกลับจากสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการกระจายลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ

LINE-UP กองทุน

  • ES-GAINCOMERMF สัดส่วน 40%: กองทุนผสมด้วยกลยุทธ์แบบ Global Multi-Asset Allocation ซึ่งสามารถกระจายการลงทุนได้หลากหลายทั่วโลก ตามแต่ละช่วงเวลา และสภาวะตลาด
  • KKP INRMF สัดส่วน 30%: กองทุนตราสารหนี้ไทย เน้นลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และตราสารหนี้ภาคเอกชน
  • K-GDBONDRMF สัดส่วน 30%: กองทุนตราสารหนี้โลก มีจุดเด่นที่การลงทุนแบบเชิงรุก ปรับสัดส่วนตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ภายใต้ความผันผวนที่ต่ำ

พอร์ต RMF แผนเน้นบุกคุมเกม (Possession Game)

RMF Series 5 เป็นพอร์ตกองทุนความเสี่ยงกลาง-สูง ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำเกมบุกสร้างผลตอบแทนผ่านตลาดหุ้น พร้อมกับรักษาสมดุลด้วยตราสารหนี้คุณภาพสูง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงระดับปานกลางขึ้นไป และต้องการกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก

LINE-UP กองทุน

  • K-GDBONDRMF สัดส่วน 40%: กองทุนตราสารหนี้โลก มีจุดเด่นที่การลงทุนแบบเชิงรุก ปรับสัดส่วนตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ภายใต้ความผันผวนที่ต่ำ
  • KKP GNP RMF-UH สัดส่วน 30%: กองทุนหุ้นโลก คัดลือกหุ้นแบบ Bottom-Up เพื่อสร้าง Alpha ในระยะยาว พร้อมกับรักษาความผันผวนของพอร์ตให้ไม่สูงเกินไป
  • K-GTECHRMF สัดส่วน 30%: กองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเน้นคัดสรรหุ้นคุณภาพ แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง แต่ยังซื้อขายในมูลค่าที่สมเหตุสมผล 

พอร์ต RMF แผนพับสนามบุก (Attack High Pressing)

RMF Series 7 เป็นพอร์ตการลงทุนความเสี่ยงสูง กลยุทธ์เน้นเล่นเกมรุกหนักแบบเข้มข้น โดยมีเป้าหมายสร้างโอกาสผลตอบแทนให้ได้มากที่สุดจากการเติบโตของตลาดหุ้นทั่วโลกในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง

LINE-UP กองทุน

  • KKP GNP RMF-UH สัดส่วน 40%: กองทุนหุ้นโลก คัดลือกหุ้นแบบ Bottom-Up เพื่อสร้าง Alpha ในระยะยาว พร้อมกับรักษาความผันผวนของพอร์ตให้ไม่สูงเกินไป
  • K-GTECHRMF สัดส่วน 40%: กองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเน้นคัดสรรหุ้นคุณภาพ แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง แต่ยังซื้อขายในมูลค่าที่สมเหตุสมผล
  • PRINCIPAL VNEQRMF สัดส่วน 20%: กองทุนหุ้นเวียดนามกองทุนแรกของประเทศไทยที่ทำการลงทุนในเวียดนามโดยตรง ซึ่งเชี่ยวชาญในการเลือกหุ้น และหา Sector ที่มีโอกาสเติบโตระยะยาว

 

เปิดบัญชีกองทุนรวมกับ Finnomena
เพื่อเริ่มต้นลงทุนลดหย่อนภาษี คลิกเลย


ขั้นตอนการคัดเลือกกองทุน

เกณฑ์การพิจารณากองทุน Tax Saving Fund ของ Finnomena Funds

การคัดเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2025 ทั้ง RMF และ Thai ESG เราได้พิจารณาจากกองทุน F-Pick ในปัจจุบัน และทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Screening) และวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Screening) เพื่อให้ได้กองทุนลดหย่อนภาษีที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนในระยะยาวจากกองทุนที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Screening)

เราพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลังระยะยาว (Long-Term Past Performance) ของกองทุนหลักในต่างประเทศเพื่อให้เห็นถึงผลการดำเนินงานในระยะยาวอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของผลตอบแทนและความเสี่ยงที่สอดคล้องกับระยะเวลาลงทุนในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษี 

แม้ว่าผลตอบแทนในอดีตจะไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต แต่ผลการดำเนินงานย้อนหลังในระยะยาวได้พิสูจน์ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุนผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่ากองทุนดังกล่าวเหมาะสมสำหรับการลงทุนในระยะยาวอย่างแท้จริง

การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Screening)

นอกเหนือจากผลการดำเนินงานในอดีตที่เป็นหลักฐานของความสำเร็จในอดีตของกองทุนแล้ว เราได้พิจารณาปัจจัยเชิงคุณภาพของกองทุนเพื่อที่จะได้มั่นใจว่าความสามารถในอดีตจะสามารถส่งต่อไปยังผลการดำเนินงานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง

โดยพิจารณาในเรื่องของปรัชญาการลงทุน (Investment Philosophy) และกระบวนการการลงทุน (Investment Process) เพื่อดูว่าภาพรวมการบริหารของกองทุนจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้ดีต่อเนื่องไปในระยะยาวได้หรือไม่ 

อีกทั้งได้เพิ่มการพิจารณาในส่วนของนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging Policy) เนื่องจากสถานการณ์ค่าเงินที่ผันผวนและต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินในปัจจุบันเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงก่อนการลงทุนในกองทุนรวม และส่งผลต่อผลการดำเนินงานของกองทุนเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพในหลายมิติ เพื่อที่จะทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนสามารถสะท้อนออกมาสู่นักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ Thai ESG กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | บางกองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort”| สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
tax-saving-funds-2026