สรุปกองทุน TISCOHD-A

TISCOHD-A หรือ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป ลงทุนในธีม High Dividend ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มหุ้นปันผลคุณภาพดีและมีขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทย

สรุปกองทุน TISCOHD-A

ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมามี Momentum เชิงบวกอีกครั้ง หนึ่งในกลุ่มที่น่าสนใจคือ “หุ้นปันผลสูง” ซึ่งไม่เพียงให้กระแสเงินสด แต่ยังมีโอกาสฟื้นตัวตามภาวะตลาด โดยล่าสุดดัชนี SET High Dividend (SETHD) เริ่มปรับตัวขึ้นหลังจาก Laggard ตลาดในช่วงก่อนหน้า ขณะที่อัตราผลตอบแทนปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับสูงถึงประมาณ 6.3% ซึ่งสูงกว่า SET Index ที่ราว 3.8% อย่างมีนัยสำคัญ

กองทุน TISCOHD-A บริหารแบบ Active Management โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index (SETHD TRI) เป็นหลัก คัดเลือกหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลดีและมีความสามารถในการจ่ายต่อเนื่องในอนาคต พร้อมกระจายการลงทุนในบริษัทคุณภาพประมาณ 25–30 ตัว ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโต

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ 

  • ความเสี่ยงระดับ 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
  • นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป: ไม่กำหนด
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.00%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.6050% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.8390% ต่อปี

ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/04/2026

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

TISCOHD-A ลงทุนในอะไรบ้าง ?

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุน TISCOHD-A อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 30 เมษายน 2026 ประกอบไปด้วย

  1. KBANK (ธนาคารกสิกรไทย) ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่เน้นสินเชื่อธุรกิจและ SME พร้อมจุดแข็งด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งและบริการทางการเงินครบวงจร
  2. PTT (ปตท.) บริษัทพลังงานแห่งชาติ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งน้ำมัน ก๊าซ และธุรกิจพลังงานใหม่
  3. BBL (ธนาคารกรุงเทพ) ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีฐานลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และเครือข่ายต่างประเทศที่แข็งแกร่ง
  4. KTB (ธนาคารกรุงไทย) ธนาคารรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ และฐานลูกค้าภาคราชการขนาดใหญ่
  5. SCB (เอสซีบี เอกซ์) ธนาคารพาณิชย์ที่เร่งทรานส์ฟอร์มสู่กลุ่มเทคโนโลยีการเงิน ผ่านการลงทุนในธุรกิจดิจิทัลและแพลตฟอร์มใหม่

จุดเด่นกองทุน

  1. กระแสเงินสดจากหุ้นปันผลสูง เน้นลงทุนในบริษัทที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง ช่วยสร้างรายได้ระหว่างทางแม้ตลาดผันผวน
  2. โอกาสฟื้นตัวของหุ้น Laggard กลุ่ม SETHD ปรับตัวตามหลังตลาดในช่วงก่อนหน้า ทำให้มี Upside จากการกลับเข้าสู่ระดับมูลค่าที่เหมาะสม
  3. Dividend Yield อยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม หุ้นในกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนปันผลเฉลี่ยราว 6%+ ซึ่งสูงกว่า SET อย่างมีนัยสำคัญ
  4. บริหารเชิงรุก คัดเลือกหุ้นคุณภาพ กองทุนใช้ Active Management เลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโต พร้อมกระจายความเสี่ยงในหลายอุตสาหกรรม

 

สนใจกองทุน TISCOHD-A

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


คำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
Mid Year Outlook 2026