
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกตะวันตกปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิพากษ์รัฐบาลสหราชอาณาจักรอย่างรุนแรง จากกรณีการโอนอธิปไตยเหนือ “หมู่เกาะชาโกส” (Chagos Islands) ให้กับประเทศมอริเชียส
โดยทรัมป์เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็น “ความโง่เขลาอย่างยิ่ง” และเป็นสัญญาณของความอ่อนแอ ในสายตาของจีนและรัสเซีย
Source: Truth Social as of 20/01/26
ประเด็นหมู่เกาะชาโกสกลายเป็นชนวนสำคัญ หลังรัฐบาลอังกฤษตกลงที่จะโอนอำนาจอธิปไตยของหมู่เกาะดังกล่าวให้กับมอริเชียส แม้พื้นที่นี้จะเป็นที่ตั้งของฐานทัพดิเอโกการ์เซีย (Diego Garcia) ซึ่งเป็นฐานทัพร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอังกฤษที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ระดับโลก โดยอังกฤษเลือกใช้แนวทาง “เช่าฐานทัพต่อ” ด้วยค่าเช่าราว 101 ล้านปอนด์ต่อปี
ในสายตาของทรัมป์ การยอมยกดินแดนที่มีฐานทัพสำคัญให้ประเทศอื่น แม้จะยังคงสิทธิการใช้งานฐานทัพไว้ ถือเป็นการส่งสัญญาณผิดพลาดอย่างร้ายแรง เขาระบุว่าการตัดสินใจลักษณะนี้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามของตะวันตกมองเห็นช่องโหว่ด้านความมั่นคง และอาจบ่อนทำลายอิทธิพลของสหรัฐฯ ในระยะยาว
ทรัมป์ยังเชื่อมโยงกรณีหมู่เกาะชาโกสเข้ากับความพยายามของเขาในการ “ซื้อกรีนแลนด์” จากเดนมาร์ก โดยยกเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติเป็นหัวใจหลัก เขามองว่าบทเรียนจากอังกฤษสะท้อนให้เห็นว่า การปล่อยให้ดินแดนยุทธศาสตร์หลุดมือ คือความเสี่ยงที่สหรัฐฯ ไม่ควรทำซ้ำ
แม้ผู้นำยุโรปและรัฐบาลกรีนแลนด์จะยืนยันหนักแน่นว่าเกาะแห่งนี้ “ไม่ได้มีไว้ขาย” แต่ทรัมป์ก็ยังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทางทหาร หากมองว่าความมั่นคงของสหรัฐฯ ถูกคุกคาม
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเดินเกมกดดันพันธมิตรด้วยอาวุธถนัดอย่าง “ภาษีนำเข้า” โดยมีการขู่เก็บภาษีไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสสูงถึง 200% หลังประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ปฏิเสธเข้าร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” ในประเด็นกาซา รวมถึงขู่ขึ้นภาษีกับ 8 ประเทศสมาชิก NATO ที่ขัดขวางแนวคิดเรื่องกรีนแลนด์ เริ่มตั้งแต่ 10% และอาจไต่ระดับเป็น 25% ในช่วงกลางปี
ด้านสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ พยายามประคองความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โดยยืนยันว่าชะตากรรมของกรีนแลนด์ควรเป็นการตัดสินใจของประชาชนกรีนแลนด์และเดนมาร์กเท่านั้น พร้อมส่งสัญญาณถึงทรัมป์โดยตรงว่า การขู่ใช้ภาษีกับพันธมิตร NATO เป็นแนวทางที่ผิดพลาด และอาจสร้างรอยร้าวมากกว่าทางออก
โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ
ASP-DEFENSE เป็นกองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ ลงทุนผ่านกองทุนหลัก MUNDI STOXX EUROPE DEFENSE UCITS ETF ACC และ VanEck Defense UCITS ETF
โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคง เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีทางการทหาร เทคโนโลยีความมั่นคง ระบบไซเบอร์เพื่อความมั่นคง การสื่อสารดาวเทียม การสื่อสารทางการทหาร หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (Supply Chain) เป็นต้น
อ้างอิง: CNBC
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT
