
ราคาทองคำเผชิญแรงขายฉับพลันหลังพุ่งทำสถิติใหม่เหนือระดับ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยร่วงลงระหว่างวันมากสุดถึง 5.7% ซึ่งเป็นการปรับฐานแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม สวนทางกับภาพ “สินทรัพย์หลบภัย” ที่ตามปกติควรได้แรงซื้อในช่วงตลาดผันผวน
สาเหตุหลักของการปรับฐานรอบนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป แต่เกิดจากการผสมกันของ 5 ปัจจัยสำคัญ
1. ปัจจัยแรก คือแรงขายทำกำไรหลังราคาขึ้นเร็วเกินไป ทองคำปรับขึ้นต่อเนื่อง 8 วันติด และพุ่งมากกว่า 20% ภายในเดือนเดียว ทำให้เกิดภาวะ “อิ่มตัวทางเทคนิค” โดยดัชนี RSI ของทองคำพุ่งทะลุระดับ 90 ซึ่งถือว่าสูงผิดปกติและมักนำไปสู่การพักฐานระยะสั้น นักกลยุทธ์ตลาดระบุว่านี่คือช่วงที่ความคาดหวังเชิงบวกถูกสะท้อนเข้าไปในราคามากเกินไป หรือที่เรียกว่า “peak euphoria”
2. ปัจจัยที่สอง คือพฤติกรรม risk-off แบบผิดธรรมชาติ ในวันที่ความเสี่ยงในตลาดการเงินเพิ่มขึ้น นักลงทุนไม่ได้ไหลเข้าทองคำ แต่กลับ “ขายทอง” เพื่อนำสภาพคล่องไปชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์อื่น โดยเฉพาะหุ้น ทำให้ทองคำซึ่งควรเป็นที่พักเงิน กลายเป็นแหล่งเงินสดชั่วคราวแทน
3. ปัจจัยที่สาม คือการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์รีบาวด์ขึ้นราว 0.3% ในช่วงเดียวกัน ส่งผลกดดันราคาทองคำโดยตรง เนื่องจากทองถูกกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็ง สินทรัพย์โลหะมีค่าจะดูแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
4. ปัจจัยที่สี่ คือแรงเก็งกำไรที่ไหลเข้ามามากเกินไปในช่วงก่อนหน้า ราคาทอง เงิน และโลหะอื่น ๆ ถูกขับเคลื่อนด้วยเงินจากนักลงทุนรายย่อยและนักเก็งกำไรทั่วโลก โดยเฉพาะจากเอเชียและจีน โมเมนตัมที่รุนแรงดึงดูดเงินจากตลาดอนุพันธ์และออปชันเข้ามาเสริมแรงขาขึ้น แต่เมื่อราคาสะดุด การปิดสถานะพร้อมกันยิ่งเร่งแรงขาย
5. ปัจจัยสุดท้าย คือสภาพคล่องในตลาดที่ตึงตัวขึ้น ธนาคารและโบรกเกอร์ลดการรับความเสี่ยงในการถือครองโลหะมีค่า หลังราคาผันผวนรุนแรง ทำให้ปริมาณซื้อขายลดลง และทุกคำสั่งขายมีผลต่อราคามากกว่าปกติ ส่งผลให้การปรับฐานดูรุนแรงกว่าความเป็นจริง
แม้ราคาจะร่วงแรงในระยะสั้น แต่มุมมองระยะกลางถึงยาวยังไม่เปลี่ยน สถาบันการเงินอย่าง UBS ยังคงมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง และคาดว่าราคามีโอกาสขึ้นไปแตะ 6,200 ดอลลาร์ในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้ โดยมีแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลต่อเสถียรภาพสถาบันการเงินสหรัฐ การซื้อทองของธนาคารกลาง และความคาดหวังว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะอยู่ในทิศทางขาลง
โอกาสลงทุนกองทุนหุ้นเหมืองทอง
A-RING เป็นกองทุนหุ้นเหมืองทองคำที่มีคอนเซ็ปต์การลงทุนแบบ Passive Global Thematic ขุดความมั่งคั่งไปกับธีมเหมืองทอง Pure-play Gold Miners กองทุนแรกในไทย โดยมีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Global Gold Miners ETF (RING) ซึ่งเป็น Passive ETF มุ่งสร้างผลตอบแทนล้อไปกับดัชนี MSCI ACWI Select Gold Miners Investable Market Index
คำเตือน: ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | กองทุน A-RING กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทองคำ จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT