
1. ถือหุ้นเยอะไม่ผิด ถ้ารู้ว่ากำลังทำอะไร
คนส่วนใหญ่มักบอกว่า “อย่าถือหุ้นเยอะเกินไป เดี๋ยวตามไม่ทัน” แต่ Lynch แทงสวน เขาถือหุ้นมากกว่า 1,000 ตัว ในพอร์ต เพราะเขารู้ว่าไม่ต้องถูกทุกตัว แค่ถูกไม่กี่ตัว แต่ถูกให้หนัก!
การกระจายความเสี่ยงแบบนี้ ทำให้เขาเจอหุ้น 10 เด้งที่คนอื่นมองไม่เห็น แม้บางตัวจะไม่เวิร์ก แต่วินเนอร์แค่ไม่กี่ตัว ก็พาพอร์ตวิ่งได้ไกลแล้ว
2. เริ่มจากของใกล้ตัว แล้วต่อยอดด้วยข้อมูล
ชอบกินโดนัท Dunkin’ ทุกเช้า? เห็นเพื่อนแห่ซื้อถุงน่อง L’eggs ?
Lynch บอกว่า “นั่นแหละคือจุดเริ่มต้น” แต่ไม่ใช่ว่าชอบสินค้าแล้วจะซื้อหุ้นนั้นได้เลย ต้องทำการบ้านก่อนว่าบริษัทนี้โตได้จริงไหม?
เขาเคยลงทุนใน Dunkin’ Donuts เพราะเห็นคนแน่นร้านทุกเช้า พอเจาะงบการเงิน ดูกำไร ดูศักยภาพขยายสาขา ลงทุนทันที แล้วหุ้นก็พุ่ง
3. มือใหม่ก็วิเคราะห์ได้ ถ้ามีระบบ
Lynch บอกว่าอย่าแค่ใช้ความรู้สึก ให้ใช้ข้อมูลจริงมาประกอบ เช่น รายได้โตไหม? หนี้เยอะรึเปล่า? คู่แข่งมีใครบ้าง? ผู้บริหารเก่งไหม?
เขายังบอกว่าหุ้นที่ชื่อดูน่าเบื่อ มักเป็นขุมทรัพย์ที่นักลงทุนมองข้าม
4. ถ้าอธิบายไม่ได้ด้วยคำง่าย ๆ แสดงว่ายังไม่เข้าใจ
Lynch มีคติประจำใจว่า “ถ้าอธิบายธุรกิจนี้ให้เด็กฟังไม่ได้ ก็อย่าลงทุน!” เขาชอบธุรกิจที่เข้าใจง่ายแต่โตได้ไกล เช่น Dunkin’ ที่ขายกาแฟและโดนัทผ่านแฟรนไชส์ ใคร ๆ ก็เข้าใจ
ลองเขียนเหตุผลที่ลงทุนแบบง่าย ๆ เช่น ทำไมถึงเลือก? จุดแข็งคืออะไร? สถานะการเงินเป็นยังไง? ถ้าเขียนออกมาได้ แปลว่าคุณรู้จริง!
5. ตลาดเฉพาะ = โอกาสทอง
บางธุรกิจดูเงียบ ๆ แต่กินรวบทั้งตลาด เพราะไม่มีใครแข่ง เช่น
Philip Morris ทำกำไรดีแม้อยู่วงการบุหรี่ (ถึงตลาดไม่โต แต่มีกำแพงสูง)
Xerox อยู่ในวงการเทคโนโลยีสุดฮอต แต่เจอคู่แข่งเพียบ เลยเติบโตไม่ได้
บางทีบริษัทธรรมดาในตลาดที่ไม่มีใครสนใจ น่าลงทุนยิ่งกว่าบริษัทดี ๆ ที่ต้องแข่งกับทั้งโลก
6. GARP = หุ้นเติบโตในราคาที่ยังไม่แพง
Lynch หลงรักหุ้นโตไว หุ้นเหล่านั้นมักจะเป็นหุ้นของบริษัทขนาดเล็กที่เติบโตใน 20-30% ต่อปี หรือมากกว่านั้น ทำให้เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะกลายเป็น 10, 40 หรือแม้แต่ 200-bagger
+10% ต่อปี = กำไร 160% ใน 10 ปี
+20% ต่อปี = กำไร 520% ใน 10 ปี
+30% ต่อปี = กำไร 1,280% ใน 10 ปี
+40% ต่อปี = กำไร 2,800% ใน 10 ปี (เกือบ 30 เด้ง!)
แต่คำถามคือ “ราคานี้แพงเกินไปไหม?” Lynch ใช้ตัวช่วยอย่าง “PEG Ratio” = P/E ÷ อัตราเติบโตของกำไร
– PEG = 1 → มูลค่าเหมาะกับการเติบโต
– PEG < 1 → ยังถูกเมื่อเทียบกับการเติบโต
– PEG > 2 → อาจแพงเกินจริง
ถ้า PEG ต่ำ แต่บริษัทโตเร็ว นี่แหละหุ้น 10 เด้งที่รอคุณอยู่!
7. เริ่มจากง่าย ๆ แล้วพลิกหินให้เยอะที่สุด
Lynch ทิ้งท้ายว่า “คนที่พลิกหินได้มากที่สุด คือคนที่เจอเพชรในกองดิน”
อย่ารอให้โบรกเกอร์ชี้หุ้นให้คุณ ลองเริ่มจากสิ่งที่คุณใช้ทุกวัน สังเกตจากชีวิตจริง แล้วขุดลึกเข้าไป หุ้น 10 เด้งอาจอยู่ในร้านที่คุณเดินผ่านทุกวันก็ได้
อยากเจอหุ้น 10 เด้ง แบบ Peter Lynch ลองสังเกตของใกล้ตัว เขียนเหตุผลที่จะลงทุนบริษัทนั้น และหมั่นศึกษาเบื้องหลังบริษัท เพราะโอกาสดีมักซ่อนอยู่หลังสิ่งธรรมดา ๆ
อ้างอิง: Jimmy’s Journal
FinSpace
ที่มาบทความ: https://www.finspace.co/lynch-10-baggers/